สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 26 มกราคม 2561 | 09:07

LOXLEY กระตุกรับข่าวดีช่วงสั้นหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว?

LOXLEY กระตุกรับข่าวดีช่วงสั้นหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว?

                LOXLEY วอลุ่มทะลัก 2,400% จากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า หนุนราคาหุ้นแตะจุดสูงสุดรอบเกือบ 2 เดือน จับตา! แค่เด้งรับข่าวดีคว้างานสุวรรณภูมิ 3.65 พันล้านบาท หรือพื้นฐานเปลี่ยนพร้อมผ่านจุดต่ำสุด ขณะที่นักวิเคราะห์มองราคาหุ้นมีความเสี่ยงขาลงจำกัด แต่ระยะสั้นยังถูกกดดันจากโอกาสในการตั้งสำรองเพิ่ม

                 หุ้น บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY ซื้อขายกันอย่างหนาแน่นเมื่อวานนี้ (25 ม.ค.) โดยปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 2,414.86% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามฟังก์ชัน F6 ของ eFin Stock Pick Up หนุนให้ราคาหุ้นพุ่งแตะ 2.74 บาท เพิ่มขึ้น 9.6% ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 2.66 บาท
                 LOXLEY มีธุรกิจหลักแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ 1) ธุรกิจด้านเทคโนโลยี เป็นผู้ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง วางโครงข่าย พัฒนาระบบตามความต้องการของลูกค้า บำรุงรักษา รวมทั้งให้คำปรึกษาสำหรับงานสารสนเทศและโทรคมนาคม งานระบบโครงสร้างพื้นฐาน งานด้านระบบพลังงาน ระบบสื่อสารโทรทัศน์และวิทยุ ระบบไฟฟ้า และงานเฉพาะด้านที่เป็นสินค้าเทคโนโลยีระดับสูง 2) ธุรกิจการค้า เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และและสินค้าเคมีอุตสาหกรรม รวมทั้งขยายธุรกิจการค้าสู่ต่างประเทศ 3) ธุรกิจบริการ เป็นผู้ให้บริการงานรักษาความปลอดภัยครบวงจร และการบริหารจัดการงานสนามบิน รวมทั้งบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 4) ธุรกิจร่วมทุน เป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยบริษัทได้ร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางการค้าที่มีความชำนาญการและชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
                 ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา หุ้น LOXLEY เป็นขาลงต่อเนื่อง จากจุดสูงสุดของปีที่ 3.96 บาท ไหลลงไปแตะ 2.34 บาท เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นไปตามผลประกอบการที่มีแนวโน้มจะลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีกำไร 135.13 ล้านบาท ลดลง 50% จากงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี งานในมือของ LOXLEY ขณะนี้ขึ้นไปแตะ 1 หมื่นล้านบาท แต่ยังต้องติดตามว่าจะเพียงพอต่อการพ้นจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง
                 ล่าสุด การท่าอากาศยานไทย (AOT) อนุมัติให้ LOXLEY และบริษัทลูกเป็นผู้ชนะการประมูลงานจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและระบบตรวจจับวัตถุระเบิด (BHS&EDS) (ขาออก) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 ราคากลาง 3,798 ล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่างานใหม่นี้จะช่วยเพิ่มงานในมือรวมแตะ 1 หมื่นล้านบาท
                 บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 61 ลง 12% เป็น 363 ล้านบาท แต่ยังเติบโต 10% จากปี 60 ผลักดันจากรายได้หลักเติบโต 6% เป็น 1.6 หมื่นล้านบาท จากงานในมือ ณ ต้นปี 61 ที่สูงถึง 1 หมื่นล้านบาท (รวมงานระบบสายพานของการท่าอากาศยานไทย มูลค่า 3.6 พันล้านบาท) คาดรับรู้ในปี 61 ราว 78% อย่างไรก็ตาม คาดอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอีก 0.5% ตามภาวะอุตสาหกรรมที่แข่งขันสูง
                 ทั้งนี้ ในระยะสั้น กำไรสุทธิของ LOXLEY ในปี 60 ยังมีความเสี่ยงจากการตั้งสำรองลูกหนี้คุรุสภาได้อีก หลังตั้งสำรองไปแล้ว 247 ล้านบาท ในไตรมาส 3/60 ปัจจุบันเหลือมูลหนี้อีกราว 900 ล้านบาท ภายใต้สัญญาชำระเงิน 5 ปี (หรือปีละ 180 ล้านบาท) ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ เราประเมินว่าลูกหนี้ภาครัฐจะกลายเป็นหนี้สูญเป็นเรื่องที่ยากก็ตาม แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเห็นของผู้สอบบัญชีว่าจะมีแนวทางอนุรักษ์นิยมเข้มข้นมากน้อยเพียงใด ทำให้ปัจจัยดังกล่าวกดดันกำไรสุทธิ และราคาหุ้นจนกว่าจะรายงานผลการดำเนินงานในเดือน ก.พ. 61
                 โดยภาพรวมการปรับลดประมาณการกำไรในปี 61 ลง 12% บวกกับความเสี่ยงหากแผนการปรับองค์กรมีความล่าช้าออกไปจากแผน จึงคาดราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 61 เท่ากับ 3.2 บาท และหากกรณีเลวร้ายบริษัทต้องตั้งสำรองมูลหนี้ 900 ล้านบาททั้งหมด มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นจะเท่ากับ 2.53 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคาซื้อขาย ณ ปัจจุบันยังต่ำกว่าตัวเลขดังกล่าว และซื้อขายที่ PER ปี 61 เพียง 15.5 เท่า ทำให้เราประเมินความเสี่ยงขาลงของหุ้นจำกัดมากแล้ว แต่ราคาหุ้นอาจยังไม่ฟื้นตัวในระยะสั้นจากความกังวลต่อภาระตั้งสำรอง ดังนั้นหุ้น LOXLEY จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนระยะยาวเท่านั้น
                 ด้าน บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ระบุว่า คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 4/60 ยังขาดทุน 8 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลงจากปีก่อน และจากไตรมาสก่อน โดยคาดยอดขายเพิ่มขึ้น 15% เป็น 4,126 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของกรมประชาสัมพันธ์ราว 1,000 ล้านบาท ที่รับรู้ในช่วงครึ่งปีหลัง และคาดว่าการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจะเพิ่มขึ้น 38% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาสก่อนหน้ามีค่าใช้จ่ายพิเศษเกิดขึ้น ขณะที่แนวโน้มมาร์จินคาดว่าจะยังไม่สูงนัก เพราะรายได้งานกรมประชาสัมพันธ์มีมาร์จินต่ำกว่างานปกติ
                 จากการดำเนินงานในไตรมาส 4/60 ที่อาจต่ำกว่าคาดทำให้ทางฝ่ายปรับลดประมาณการผลการดำเนินงานปี 60 ลงจากเดิม โดยประมาณการยอดขาย 15,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิคาดทำได้ 127 ล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อน
                 ส่วนแนวโน้มปี 61 ผู้บริหารคาดยอดขายยังเติบโตได้ 10-15% จากปีก่อน หนุนโดย 1) งานบริการ คาดจะเพิ่มขึ้นจากการได้บริหารสนามบินเพิ่มอีก 4 แห่ง 2) กลุ่ม Trading ที่ดำเนินงานในประเทศจะขยายตัวจากลูกค้าเดิมมีการขยายกำลังการผลิตรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการได้จัดจำหน่ายสินค้าใหม่เพิ่ม ส่วนในต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจากการขายที่มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มตัวแทนการจัดจำหน่ายมากขึ้น และ 3) งานในมือที่มีอยู่ 6,800 ล้านบาท ที่จะส่งมอบมากกว่า 80% รวมถึงงานวางระบบสายพานมูลค่า 3,600 ล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ในปี 61-62
                 โดยรวมคาดยอดขายเติบโต 10% เป็น 16,894 ล้านบาท แต่ด้วยงานที่มีแนวโน้มอัตรากำไรต่ำลง จึงปรับกำไรสุทธิลงเหลือ 298 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134% จากปี 60 แนะนำ “ทยอยซื้อ” ประเมินราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 2.64 บาท อิง P/E ที่ 20 เท่า

                 ราคาของ LOXLEY ในปัจจุบันยังคงซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี โดยมี P/BV อยู่ที่ 0.96 เท่า อย่างไรก็ดีสิ่งที่ต้องจับตาคือแนวโน้มกำไรสุทธิหลังจากนี้ เพราะถึงแม้ว่าบริษัทจะได้รับงานใหม่เข้ามาต่อเนื่อง แต่หากไม่สามารถเปลี่ยนเป็นกำไรได้ สุดท้ายแล้วการพุ่งขึ้นในรอบนี้ก็มีโอกาสจะเป็นเพียงแค่การเด้งรับข่าวดีช่วงสั้นเท่านั้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด