สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 25 มกราคม 2561 | 13:25

KBANK รีบาวน์ จับตาผลงานปีนี้ฟื้นเด่นสุดในกลุ่ม

KBANK รีบาวน์ จับตาผลงานปีนี้ฟื้นเด่นสุดในกลุ่ม

    KBANK รีบาวน์ แม้แจ้งงบปี 60 กำไรสุทธิลดลง 14.53% โบรกฯ เชื่อปีนี้กลับมาโตเด่นสุดในกลุ่ม การตั้งสำรองหนี้สูญผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ระวังรายได้ธุรกิจประกันยังซบ ในขณะที่ราคาหุ้นเข้าใกล้ราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์ที่ 224 - 264 บาทแล้ว 

    ราคาหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เช้านี้เริ่มรีบาวน์ หลังจากที่ราคาร่วงไปก่อนหน้าจากความผิดหวังในผลประกอบการปี 60 โดยราคาแตะระดับสูงสุดที่ 231 บาท  ก่อนที่จะปิดตลาดภาคเช้าที่ 229 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 1.33% มูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 4 ที่ 1,283 ล้านบาท
    KBANK เป็นธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีขนาดสินเชื่อสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ณ สิ้นปี 60 ที่ 1.66 ล้านล้านบาท แต่ด้านกำไรสุทธิงวดปี 60 พบว่าสามารถทำกำไรได้เป็นอันดับ 2 ของระบบที่ 3.43 หมื่นล้านบาท รองจากอันดับ 1 คือ SCB ที่มีกำไร 4.31 หมื่นล้านบาท
    สำรวจผลงานย้อนหลัง KBANK มีกำไรสุทธิปี 57 - 59 อยู่ที่ 4.61 หมื่นล้านบาท, 3.94 หมื่นล้านบาท และ 4.01 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ 
    ล่าสุด ผลประกอบการปี 60 มีกำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 3.43 หมื่นล้านบาท จากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาหุ้นถูกทิ้งอย่างหนักตั้งแต่ 8 ม.ค. 61 ซึ่งเป็นช่วงก่อนประกาศงบที่ราคาสูงสุด 245 บาท ลดลงมาแตะ 218 บาท ในวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา
    ราคาหุ้น KBANK กลับมารีบาวน์อีกครั้งในวันนี้ หลังนักวิเคราะห์เปิดมุมมองผลประกอบการจะกลับมาฟื้นตัวโดดเด่นที่สุดในกลุ่มภายในปี 61 จากสินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัวตามลงทุนภาครัฐ และผ่านจุดสูงสุดของการตั้งสำรองไปแล้ว 

    บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ประมาณการกำไรสุทธิปี 61 ของ KBANK ไว้ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 32% จากปี 60 ฟื้นตัวเด่นสุดในกลุ่มธนาคาร จากสินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัวดีตามแผนลงทุนภาครัฐ และCredit cost ผ่านจุดสูงสุดแล้วใน Q4/60 จากการเร่งตั้งสำรอง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น
    ในขณะที่การตั้งสำรองหนี้เสียสูงเป็นผลจากการรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS 9 ในขณะที่คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ดี มี NPL ratio ใน Q4/60 อยู่ที่ 3.9% 
    แนะนำ "ซื้อ" หุ้น KBANK ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 61 ที่ 260 บาท เรามองว่าผลประกอบการ 4Q60 ที่ผิดหวังเป็นเพราะการเร่งตั้งสำรอง ขณะที่ภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นเป็นลำดับ ราคาอ่อนตัวลงมากเป็นโอกาสของการสะสม
    บล.เคทีบี(ประเทศไทย) เผย สินเชื่อในปี 61 จะเติบโตได้อีกที่ 6% YoY ทำให้กำไรสุทธิในปี 61 อยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY โดย KBANK ยังเน้นสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก ซึ่งมี NIM น้อยกว่า แต่แลกมาด้วยคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น และการตั้งสำรองหนี้ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดยผู้บริหารคาดว่าปี 61 Credit Cost จะลดลงเหลือ 185 bps จาก 239 bps ในปี 60 แต่เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 61 - 62 ลง 5%-6% จากการปรับรายได้จาก net insurance premium ลง เนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำและการแข่งขันในธุรกิจประกันที่ค่อนข้างรุนแรง 
    แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมที่ 246 บาท อิง PBV ที่ 1.55x เทียบเท่า -0.5SD ย้อนหลัง 5 ปี เนื่องจากการตั้งสำรองได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงได้ในปี 61 ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำไรสุทธิกลับมาเติบโตได้โดดเด่นถึง 15% YoY นอกจากนี้ NPL ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และหลังจากนี้จะเริ่มเห็นสัญญาณที่ชะลอตัวลง โดยเราคาดว่า NPL จะอยู่ที่ระดับ 3.3%-3.4% 
    บล.ทรีนิตี้ มองแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 61 ในทิศทางบวก รายได้ดอกเบี้ยจะปรับตัวดีขึ้นตามแนวโน้มสินเชื่อที่ได้ผลบวกจากการเติบโตของเศรษฐกิจ ขณะที่คุณภาพหนี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งสำรองส่วนเกินที่จำเป็นต้องตั้งเพื่อรองรับ IFRS9 นั้นคาดว่าจะไม่มากเท่ากับในปี 60 ที่ผ่านมา ด้านรายได้จากธุรกิจประกันนั้น คาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เราจึงคาดกำไรปี 61 ที่ 37,966 ล้านบาท ดีขึ้นราว 10%YoY
      แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมายที่ 224 บาท อิง PBV 1.4 เท่า ด้วยราคาหุ้นในช่วงก่อนหน้าที่ปรับตัวขึ้นมามาก ซึ่ง Outperform ค่าเฉลี่ยของธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ ทำให้ Upside ค่อนข้างจำกัดจากราคาเป้าหมาย
    บล.เอเชียเวลท์ เผยปรับกำไรสุทธิปี 61 ลง 6% มาอยู่ที่ 4.13 หมื่นล้านบาท จากกำไรสุทธิปี 60 ที่ต่ำกว่าคาด แต่จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ทำให้ยังคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเหมาะสม 263 บาท คำนวณจากประมาณการ PBV ที่ 1.65 เท่า (Gordon Growth Model) จากความกดดันในประเด็นคุณภาพสินทรัพย์ที่ผ่อนคลายลงและพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้น KBANK เป็นหนึ่งใน Top pick ของเราในกลุ่มธนาคารใหญ่นอกเหนือจาก BBL (ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าของ AWS 234 บาท)
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส เชื่อประเด็นตั้งสำรองกดดันกำไรสุทธิเป็นปัจจัยชั่วคราว และเป็นโอกาสเข้าซื้อ ในขณะที่กำไรสุทธิในปี 61 จะอยู่ที่ 4.08 หมื่นล้านบาท โต 18.8% แนะนำซื้อ 264 บาท ที่ PBV 1.6 เท่า ราคาล่าสุดมียังมีอัพไซด์ที่น่าสนใจ
    แม้ปัจจัยหลักทางด้านการปล่อยสินเชื่อและการตั้งสำรองจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่กระแสเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลที่ใช้งบลงทุนสูง ยังเป็นความท้าทายของธนาคารพาณิชย์อย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมายอมรับว่าการลงทุนด้านไอทีจะกระทบกับกำไรสุทธิไปอีกหลายปี ในขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่า KBANK มีความพร้อมมากที่สุดเนื่องจากเริ่มพัฒนาด้านไอทีมาก่อน 
    บล.เคทีบี เปิดเผยว่า จากประกาศของ ธปท. เรื่องการอนุญาตให้ธนาคารและบริษัทในกลุ่มให้บริการแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace Platform) มีมุมมองเชิงบวกต่อประเด็นดังกล่าวต่อ KBANK เนื่องจากธนาคารจะสามารถสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมและสามารถเพิ่มสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย(CASA) ที่มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำได้ ซึ่งกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่จะเป็นผู้เล่นที่ได้ประโยชน์มากกว่าธนาคารขนาดเล็ก เพราะมีฐานลูกค้าที่ใหญ่กว่า ขณะที่เรามองว่า KBANK จะเป็นธนาคารที่ได้ประโยชน์ก่อนธนาคารอื่นๆ เพราะเป็นธนาคารที่มีการเตรียมพร้อมมากที่สุด
    เลือก KBANK เป็น Top Pick ในกลุ่มธนาคาร คำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมที่ 246 บาท

    ราคาหุ้น KBANK ที่รีบาวน์อย่างโดดเด่นเทียบกับหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ สะท้อนถึงความคาดหวังแนวโน้มผลงานปี 61 จะฟื้นตัวมากที่สุดในกลุ่ม ทั้งจากการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินเชื่อ ในขณะที่มีความพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ธนาคารดิจิทัลได้รวดเร็วกว่ารายอื่น แต่ราคาหุ้นที่สะท้อนความเชื่อมั่น ขยับเข้าใกล้ราคาเหมาะสม เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับจังหวะให้ดีด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด