หุ้นฮ็อต

| 25 มกราคม 2561 | 09:20

TKN วอลุ่มทะลัก เก็งงบปีนี้โตแรง แต่ระวัง Q4/60 กำไรอ่อนตัว

    TKN วอลุ่มทะลักดันราคาสูงสุดรอบ 2 เดือน เก็งงบปีนี้โตแรง อานิสงส์ขยายตลาดต่างประเทศ แต่ระวัง Q4/60 กำไรอ่อนตัว อาจกดราคาหุ้นอีกรอบ จับตาแผนบุกตลาดอเมริกาเป็นอัพไซด์

    ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) ปรับตัวขึ้นแรงพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยราคาหุ้นปิดที่ระดับสูงสุดของวัน 22.40 บาท เพิ่มขึ้น 9.26% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 982% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยซื้อขายวันละ 2.8 ล้านหุ้นเพิ่มเป็น 27.8 ล้านหุ้น
    TKN ทำธุรกิจผลิตและจําหน่ายสาหร่ายแปรรูปภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ถือหุ้นใหญ่ 61% โดย "กลุ่มพีระเดชาพันธ์" มีโรงงานผลิตสาหร่ายแปรรูป 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่ จ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา 
    ผลการดำเนินงาน TKN ถือว่าทำได้ดี โดยนับตั้งแต่เข้า SET ในปลายปี 58 มีกำไร 396 ล้านบาท ก่อนเติบโตถึง 96% ในปี 59 อยู่ที่ 781 ล้านบาท
    ขณะที่ในปี 60 ตลาดค่อนข้างผิดหวังกับกำไร TKN ในทุกไตรมาส โดยงวด 9 เดือน TKN มีกำไรสุทธิ 466 ล้านบาท ลดลง 14.8% YoY สาเหตุจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบสาหร่าย บวกกับค่าใช้จ่ายในการขายมากขึ้นเนื่องจากเริ่มลงทุนงบการตลาดในประเทศจีน  
    สอดคล้องกับราคาหุ้น TKN ที่นับจากที่เข้าตลาดเดือน ธ.ค.58 ที่ราคาไอพีโอ  4 บาท จากนั้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 29.50 บาท เพิ่มขึ้น 637% หรือสูงถึง 6 เท่า ในเดือน ธ.ค. ปี 59 ก่อนที่จะลดความร้อนแรงลง โดยราคา TKN ทำจุดต่ำสุดที่ 18.10 บาทในเดือน ส.ค. 60
    ขณะที่พบว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ตระกูล "พีระเดชาพันธ์" ขายบิ๊กล็อตหุ้น TKN ออกมาต่อเนื่องถึง 6 ครั้ง ตั้งแต่เข้าซื้อขาย จำนวนรวมราว 170 ล้านหุ้น  ในราคาต่ำกว่ากระดาน ซึ่งเป็นประเด็นที่กดดันราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา 
    ราคาหุ้น TKN ปรับตัวขึ้นแรงพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายหนาแน่น เป็นแรงเก็งกำไรผลการดำเนินงานปีนี้ ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปี 60 จากแผนขยายตลาดต่างประเทศ ขณะที่ใน Q4/60 กำไรจะอ่อนตัวลงกว่า 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
    บล.บัวหลวง คาดผลประกอบการไตรมาส4/60 ของ TKN อาจอ่อนตัวกว่าที่เราประมาณการก่อนหน้านี้เนื่องจากยอดขายที่อ่อนตัวลง ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ลง 3% มาอยู่ที่ 638 ล้านบาท 
    อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรปี 2561 จะขยายตัวอย่างแข็งแกร่งซึ่งได้แรงหนุนจากแผนการตลาดที่ชัดเจนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
    นอกจากนี้ TKN ยังมีศักยภาพการเติบโตในตลาดฝั่งอเมริกาในระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เป้าหมายพื้นฐาน 26 บาท ยังไม่รวมรายได้จากการขยายตลาดอเมริกา
    บล.เคทีบี มองว่ากำไรสุทธิได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q17 สำหรับปี 2017 เราคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 664 ล้านบาท ลดลง 15.07% YoY ส่งผลจากราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเริ่มต้นการผลิตของโรงงานโรจนะ ซึ่งมีอัตรากำลังการผลิตต่ำจึงกดดัน margin ในช่วงเริ่มต้น สำหรับปี 2018 -19 เราคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 949 และ1,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.88% และ24.15 YoY ตามลำดับ หนุนโดย 
    1) การรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน และตลาดสหรัฐ 2) แนวโน้มการบริโภคในประเภทที่ฟื้นตัว 3) จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น 4) อัตรากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 80% โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10,000 ตันต่อปี ในปี 2018 และมีกำลังการผลิตอยู่ 12,000 ตันต่อปี ในปี 2019 
    เราชอบแผนการรุกขยายตลาดต่างประเทศของบริษัทฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิเติบโตในระยะยาว เราเริ่มต้นให้คำแนะนำ TKN เป็น “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 28.00 บาท คิดด้วยวิธี DCF อิงสมมติฐาน WACC = 8.9% และ Terminal growth = 5.0% ปัจจุบัน  TKN มี PEG 0.81x 2018 เรามองว่าบริษัทฯ ยังมีการเติบโตได้อีกมากจากโครงการในอนาคต 
    ความเสี่ยง:การชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ, ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนลดลง, ยอดขายจากประเทศจีนที่ต่ำกว่าคาด, ราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดแนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตดี Q-Q จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และการทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ แต่ในแง่ Y-Y น่าจะยังปรับลดลง เพราะต้นทุนสาหร่ายที่ปรับขึ้น และโรงงานใหม่ยังไม่ได้ Economies of Scale ทั้งนี้เรามีปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 ลง 3% และ 8% จากการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ช้ากว่าคาด และการขยายกำลังการผลิตเฟส 3 จะเกิดขึ้นในช่วง 2H18 ซึ่งช้ากว่าที่เราเคยคาดว่าจะเกิดใน 1Q18 กอปรกับได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 
    เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะลดลง 16.7% Y-Y และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 42.6% Y-Y จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการขยายตลาดส่งออก รวมถึงแนวโน้มการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบสาหร่าย และจะเริ่มรับรู้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษี BOI ตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป ทั้งนี้จากการปรับลดกำไร นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 24 บาท จากเดิม 27 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) คงคำแนะนำ ซื้อ

    ต้องจับตาว่าแรงซื้อ TKN ที่เข้ามาในรอบนี้ จะเป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้นๆ หรือสามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว เพราะในแง่ของพื้นฐาน การขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอเมริกา เป็นอัพไซด์ที่ซ่อนอยู่ แต่ก็ต้องระวังการประกาศผลการดำเนินงานปี 60 ที่จะอ่อนตัวลง อาจเป็นประเด็นที่กดราคาหุ้นได้อีกรอบเช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด