หุ้นฮ็อต

| 22 มกราคม 2561 | 13:07

TAPAC กู่ไม่กลับ! ธุรกิจอสังหาฯหลุดเป้า ความเชื่อมั่นพังทลาย

    TAPAC ดิ่ง 2 วันติด กดราคาทำนิวโลว์รอบ 1 ปีเศษ ที่ 10.10 บาท วงการคาดยอดโอนอสังหาฯส่อพลาดเป้า แม้ก่อนหน้านี้ฟอร์มดีกำไรกระโดด 2 ปีซ้อน จับตาอนาคตสดใสหรือกู่ไม่กลับ วัดฝีมือผู้บริหารชุดใหม่ 

    ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.ทาพาโก้ (TAPAC) วันนี้ดิ่งต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ทำจุดต่ำสุดที่ 10.10 บาท ทำสถิติต่ำสุดรอบ 1 ปี 3 เดือน ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าที่ 11.20 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 8.20% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 372% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
    TAPAC ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม (Engineering Plastic Parts) โดยการฉีดขึ้นรูป (Injection Molding) และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสวีเดน
    บริษัทฯ ได้รุกเข้าสู่ธุรกิจอสังหาฯ ปี59 ส่งผลให้ผลประกอบการในงวดปี 58/59 (สิ้นสุด ต.ค.59) มีสัดส่วนรายได้จาก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 59.69% ธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ลดเหลือ 40.31% จากงวดปี 57/58 ที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติดและแม่พิมพ์อยู่ที่ 100%
    การรุกเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นที่น่าจับตา โดยในงวดปี 57/58 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่เพียง 26.71 ล้านบาท ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 112.99 ล้านบาทในงวดปี 58/59 และเพิ่มเป็น 210.75 ล้านบาทในงวดปี 59/60 (สิ้นสุด ต.ค.60)หรือเพิ่มขึ้น 86.52% 
    จากทิศทางธุรกิจอสังหาฯ ที่ค่อนข้างสดใสทำให้ราคาหุ้น TAPAC ขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 36.25 บาท ในเดือน มี.ค.60 ขานรับกำไรปี 58/59 แต่ราคาหุ้นสวนทางกับผลประกอบการ โดยมีทิศทางขาลงอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือน ก.ย.60 ก่อนที่จะตามมาด้วย "ข่าวเซอร์ไพรส์" ในต้นเดือน พ.ย.60 คือ กรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่รวม 3 รายถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ลงโทษทางแพ่ง กรณีสร้างราคาหุ้น TAPAC 
    เช้านี้ ราคาหุ้น TAPAC ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง เป็นการร่วงลง 2 วันทำการติด ด้วยปริมาณการซื้อขายสูงกว่าปกติ 372% เทียบจากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 1 ปีกว่า สำรวจจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม คาดว่ายอดโอนโครงการอสังหาฯ ซึ่งเป็นธุรกิจชูโรงของบริษัทฯ อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากปัญหาความล่าช้าในการโอน ซึ่งน่าจะเป็นความเสี่ยงสำคัญที่กระทบผลประกอบการ  
    นอกจากนี้ จากการสำรวจพบว่า นักวิเคราะห์ไม่ได้ทำบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของ TAPAC ออกมาอีก หลังจากมีประเด็นผู้บริหารถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการปั่นหุ้น แม้ภายหลังจากนั้นไม่นาน จะมีการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งทดแทนแล้วก็ตาม ซึ่งหากอ้างอิงจากบทวิเคราะห์ก่อนหน้าที่ผู้บริหารจะถูกดำเนินคดี พบว่า โบรกฯ ให้ราคาเหมาะสมสูงถึง 29.60 บาท จากความเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาฯ และจากการเพิ่มธุรกิจเครื่องสำอางค์ 
    บล.โกลเบล็ก เปิดเผย บทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 15/09/60 เป็นช่วงก่อนผู้บริหารถูกดำเนินคดี ระบุถึงปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจของ TAPAC ว่าจากความเชื่อมั่นในสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศสวีเดนที่ยังคงเป็นขาขึ้นจากการ Mismatch ของ Demand ซึ่งมากกว่า Supply กว่า 2 – 3 เท่า ที่ยังไม่น่าจะเข้าสู่จุดสมดุลได้ในระยะสั้น บริษัทยังมีประเด็นบวกที่เป็นอัพไซด์ ส่วนเพิ่มต่อเนื่องในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเข้าร่วมพัฒนาที่ดินกับรัฐบาลสวีเดนตั้งแต่ที่ดินยังไม่ได้รับใบอนุญาตจัดสรร (มีอัตรากำไรสูงกว่าปกติมาก) และการเพิ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องสำอางค์ (ตลาดขยายตัวต่อเนื่อง) ที่จะเปิดตัวในปีนี้

    เมื่อทบทวนมุมมองของนักวิเคราะห์ในอดีต จะพบว่า ภาพทางธุรกิจมีทิศทางที่สดใส สะท้อนจากกำไรของบริษัทฯ ที่โตต่อเนื่องจากหลักสิบล้านบาท ขึ้นมาแตะหลักร้อยล้านบาท/ปีในช่วง 2 ปีมานี้ หนุนให้ราคาหุ้นขึ้นทำ All Time High ในปี 60 ก่อนที่ราคาหุ้นจะกลับทิศหลังจากที่ผู้บริหารถูกดำเนินคดี TAPAC จึงต้องพิสูจน์ตัวเองจากนี้ เพื่อเรียกศรัทธากลับคืน จึงเป็นที่น่าจับตาว่าอนาคตของ TAPAC จากนี้จะกลับมาสดใสหรือไปแบบกู่ไม่กลับ!! 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด