สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 18 มกราคม 2561 | 13:44

KTC พุ่ง 162% ภายใน 5 เดือน กูรูหวั่นร้อนแรงเกินพื้นฐาน!

KTC พุ่ง 162% ภายใน 5 เดือน กูรูหวั่นร้อนแรงเกินพื้นฐาน!

    KTC ทำ All Time High ที่ 246 บาท พุ่งกว่า 162% จากจุดต่ำสุด 95 บาทเมื่อ ก.ค.60 หลังงบเซอร์ไพรส์ตลาด กำไรโตกว่า 32% ไม่หวั่นได้รับผลกระทบจากเกณฑ์คุมบัตรเครดิต โบรกฯ มองปรับตัวเก่ง ด้านผู้บริหาร-นักวิเคราะห์ มั่นใจกำไรปี 61 โตต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นในกระดานพุ่งแซงเป้าเหมาะสมที่ 214.50 - 245 บาทไปแล้ว 

    ราคาหุ้น บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) พุ่งแรงต่อเนื่องหลังแจ้งงบปี60 สร้าง All Time High ใหม่ที่ 246 บาท ก่อนที่จะปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่้ 232 บาท เพิ่มขึ้น 14 บาท หรือ 6.42% มูลค่าการซื้อขาย 543.9 ล้านบาท
    KTC ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และบริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค ณ สิ้นปี59 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก ธุรกิจบัตรเครดิต 61.5% ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล 35.3%และรายได้อื่นๆ 3.3% ซึ่งในงวดปี 59 บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดในด้านจำนวนบัตรเครดิตอยู่ที่ 9.1% และส่วนแบ่งการตลาดในแง่จำนวนบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 6%
    ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด บริษัทมี ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน)เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ด้วยสัดส่วน 49.45% และรายย่อยอีก 3,900 ราย
    ราคาหุ้น KTC ถูกกดดันอย่างหนักในปี 60 ทั้งจากข่าวการเตรียมประกาศใช้มาตรฐารบัญชีใหม่ IFRS9 ในวันที่ 1 ม.ค. 62 รวมถึงเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ประกาศใช้เมื่อ ก.ย.60 ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทบกับผลการดำเนินงานของ KTC โดยตรง ทำให้ราคาหุ้นลดลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 95 บาท ในวันที่ 31 ก.ค. 60 ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นและทำสถิติ All Time High ในเดือน พ.ย.60 จากงบการเงินที่ยังแข็งแกร่ง
    KTC กลับมาเคลื่อนไหวหวือหวาอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา จากแรงซื้อเก็งกำไรงบการเงิน Q4/60 ที่มีแนวโน้มออกมาดี ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นติดกัน 4 วันทำการ ก่อนที่จะประกาศงบออกมาในวันที่ 16 ม.ค. 61 มีกำไรปี60 เติบโตสูงถึง 32% และพุ่งต่ออีก 2 วันทำการติด ดันราคาขึ้นมาที่ 246 บาท สร้าง All Time High ใหม่ จากความเชื่อมั่นในธุรกิจ ที่กำไรยังเติบโตแม้จะได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลก็ตาม
    ด้านผู้บริหารยังมั่นใจว่ากำไรสุทธิในปี 61 จะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าที่ทำได้ 3,304 ล้านบาทในปี 60 จากการบริหารต้นทุน รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อ และยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต แม้เริ่มได้รับผลกระทบจากเกณฑ์คุมบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเข้ามาเต็มปี
    "ชุติเดช ชยุติ" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สายงานคอร์ปอเรทไฟแนนซ์ KTC เปิดเผยว่า ในปี 61 ตั้งเป้ายอดจับจ่ายผ่านบัตรเติบโต 15% และตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่ 10% ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลตั้งเป้าหมายเติบโต 11-13% จากการเดินหน้าการทำตลาดมากขึ้น โดยตั้งแต่เดือนกันยายนในปีที่ผ่านมาได้เน้นการเจาะตลาดระดับบนมากขึ้น โดยเฉพาะการเจาะฐานลูกค้าที่มีรายได้ 30,000 บาทขึ้นไป
    สำรวจมุมมองนักวิเคราะห์พบว่ามีทิศทางเดียวกัน ส่วนใหญ่ประเมินกำไรสุทธิ KTC ในปี 61 จะเติบโตต่อเนื่องมาอยู่ที่ 3,574 - 3,854 ลบ. โตจากปี 60 ที่ 3,304 ลบ. เนื่องจากบริษัทสามารถปรับตัวเข้าหาเกณฑ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็วจากการเข้าทำการตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์คุมหนี้ครัวเรือน แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งรับข่าวดีแซงหน้าราคาเหมาะสมที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ไว้ที่ 200 - 245 บาทไปแล้ว
    บล.เออีซี เปิดเผยว่า แม้จะเริ่มรับรู้ผลลบของมาตรการคุมหนี้ภาคครัวเรือนของ ธปท. แต่บริษัทได้เตรียมแผนรับมืออย่างรวดเร็ว ด้วยการเพิ่มวงเงินให้กับลูกค้าเดิม และเน้นขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่มีรายได้สูงกว่า 3 หมื่นบาท/เดือน ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์จัดชั้นวงเงิน และเพิ่มกิจกรรมการตลาดของสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อชดเชย Asset Yield ที่ลดลง จากการปรับลดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตลงจาก 20% เหลือ 18% 
    นอกจากนี้ด้านคุณภาพสินทรัพย์คาดจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ Credit Cost มีโอกาสลดลง และหนี้สูญรับคืนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Coverage Ratio ที่สูงถึง 589% ทำให้คาดว่าจะไม่มีการกันสำรองหนี้เพิ่มเมื่อเริ่มปรับใช้ IFRS 9 แนะนำ ซื้อ ที่ราคาเหมาะสม 214.50 บาท
    บล.เคจีไอ ระบุว่า บริษัทยังสามารถคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้เพิ่มขึ้นแค่ 4.5% QoQ และ 4.8% YoY (โตในอัตราที่ช้ากว่ารายได้) ใน Q4/60 โดยสัดส่วนต้นทุน/รายได้ยังทรงตัวอยู่ที่ 37% ใน Q4/60 แต่ลดลงจาก 38% ใน Q4/59 และอยู่ที่ 35.5% ในปี 2560 (ลดลงจาก 38.1% ในปี 2559)  ในขณะที่บริษัทก็สามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้ดี โดยลดลง 25bps QoQ และช่วยชดเชยอัตราผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงของสินเชื่อที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ทำให้กำไรสุทธิในปี 61 จะอยู่ที่ 3,854 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 4,472 ล้านบาทในปี 62 แนะนำ ซื้อ ที่ราคาเหมาะสม 245 บาท จากเป้าหมายเดิม 190 บาท 
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาด รายได้ในปี 61 น่าจะใกล้เคียงกับปี 60 ตั้งเป้าเพื่อรักษาระดับกำไรสุทธิในปี 61 ให้อยู่ในระดับเดียวกับในปี 60 ทั้งนี้ ด้วยผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เราเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการรายได้ปี 61 เพิ่มขึ้น 29% และ 2% ในปี 62 ตามลำดับ
    ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่เดือน ต.ค. 60 ที่กฎระเบียบใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ ถือว่าสมเหตุผลเนื่องจากการดำเนินงานไตรมาส 4/60 ที่แข็งแกร่ง แต่แม้ว่าบริษัทจะสามารถรักษาระดับกำไรสุทธิปี 61 ไว้ได้ แต่ ROE น่าจะลดลงเหลือ 24% จาก 29% ในปี 60 ซึ่งเมื่อพิจารณา ROE ที่ 24% ถือว่าราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่าแล้ว เราจึงคงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเหมาะสมที่ 200 บาท

    หุ้น KTC ฟื้นกลับมาแข็งแกร่งหลังจากที่ถูกกดดันจากเกณฑ์ต่างๆในปี 60 ทำให้ราคาทรุดลงไปต่ำกว่า 100 บาท ด้วยความสามารถในการปรับตัวของบริษัท และจากประมาณการของผู้บริหารที่เชื่อว่าผลงานจะยังเติบโตต่อเนื่องอีก ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาอีกครั้ง แต่การเข้าซื้อด้วยความมั่นใจที่ราคาปัจจุบันถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ หลังจากที่ราคาหุ้นแซงราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ให้ไว้ 200 - 245 บาทไปแล้ว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด