หุ้นฮ็อต

| 17 มกราคม 2561 | 13:59

TTA ซึม! กองทุนบำนาญนอร์เวย์ทิ้งหุ้น สวนทางกำไรปีนี้แจ่ม

    TTA ซึม ราคาต่ำสุดรอบ 2 เดือน หลังธนาคารกลางนอร์เวย์ประกาศถอดหุ้นออกจากกองทุนบำนาญของรัฐบาลนอร์เวย์ ด้านนักวิเคราะห์เผยไม่กระทบผลการดำเนินงาน ธุรกิจเดินเรือมีทิศทางเป็นบวกในปี 61 ราคาหุ้นยังมีอัพไซต์สูงจากเป้านักวิเคราะห์ 12 - 12.70 บาท แต่แรงขายระยะสั้นยังกดดัน 


    ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์( TTA)วันนี้ ปรับตัวลดลงต่ำสุดของวันที่ 8.70 บาท ทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน นับตั้งแต่ช่วง พ.ย. 60 ซึ่งเป็นช่วงหลังประกาศงบ Q3/60 ก่อนที่จะปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 8.75 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.13% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 163% เมื่อเทียบกับ 5 วันทำการก่อนหน้า
    TTA ดำเนินธุรกิจผ่านธุรกิจย่อยกว่า 62 แห่ง ประกอบ 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจอื่นๆ โดยมีบริษัทย่อยหลักๆ 4 บริษัท ได้แก่ โทรีเซน ชิปปิ้ง กรุ๊ป (TSG) ประกอบธุรกิจขนส่งทางเรือ เมอร์เมด มาริไทม์ (MML) ให้บริการเรือขุดเจาะใต้ทะเล พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) ลงทุนในธุรกิจปุ๋ยชื่อ บาคองโก ที่เวียดนาม และยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) นำเข้าและจำหน่ายถ่านหิน
    ในงวดปี 59 TTA มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงาน 46% ธุรกิจขนส่ง 23% ธุรกิจปุ๋ย 23% ธุรกิจถ่านหิน 3% ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอื่น 2% และธุรกิจอื่นๆ 3% ล่าสุดบริษัทได้เข้าซื้อกิจการ Pizza Hut และตั้งเป้าเปิดครบ 100 สาขาภายใน 3 ปี ทำให้บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
    ผลการดำเนินงาน TTA ผันผวนตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิในปี 57 อยู่ที่ 154.73 ล้านบาท ก่อนที่จะพลิกเป็นขาดทุนในปี 58 สูงถึง 11,335.10 ล้านบาท และลดลงเหลือขาดทุน 418.29 ล้านบาทในปี 59 สอดคล้องกับราคาหุ้นที่มีทิศทางซึมลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 57 ที่มีจุดสูงสุด 23.75 บาท ปรับตัวลดลงมาซื้อขายอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 10 บาทตั้งแต่ในช่วงปลายปี 58
    TTA เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลังจากที่ในงวด 9 เดือนล่าสุดบริษัทพลิกมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 351.07 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 254.37 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นกลับไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปเหนือระดับ 10 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาก่อนที่บริษัทจะมีผลขาดทุนได้
    ล่าสุด TTA กลับมาซึมลงอีกครั้งในวันนี้ทำจุดต่ำสุดรอบ 2 เดือน หลังจากที่นักลงทุนกังวลประเด็นธนาคารกลางนอร์เวย์ประกาศถอดหุ้น TTA ออกจากกองทุนบำนาญของรัฐบาลนอร์เวย์ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม และละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่โบรกฯมองส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นระยะสั้น และไม่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการ
    บล.เอเชียเวลท์ เผย ธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) ตัดสินใจถอดบริษัท 9 แห่งออกจากพอร์ตการลงทุนของ Government Pension Fund Global (GPFG) ซึ่งเป็นกองทุนบำนาญของรัฐบาลนอร์เวย์ โดยระบุว่า PSL, TTA, บริษัท Evergreen Marine Corp (Taiwan) Ltd และบริษัท Korea Line Corp ถูกถอดออกจากพอร์ทการลงทุนของ GPFG จากการประเมินความเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ 
    แต่จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ TTA แล้วไม่พบรายชื่อ Norges Bank  และ GPFG อยู่ และรายชื่อผู้ถือรายใหญ่ที่มีสัดส่วนน้อยที่สุดเท่ากับ 0.51% จึงมีความเป็นไปได้ว่าเป็นการถือหุ้นผ่าน Thai NDVR จากการตรวจสอบพบว่า Thai NDVR ถือหุ้น TTA มีสัดส่วนเท่ากับ 3.31% หากสมมติฐานว่า Norges Bank  และ GPFG ถือหุ้นผ่าน Thai NDVR ในสัดส่วน 10% ของทั้งหมด คาดว่าจะถือหุ้น TTA  ในสัดส่วนประมาณ 0.33% ดังนั้น ไม่ว่าจะถือหุ้นทางตรงหรือทางอ้อมคาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 0.3-0.7% ทำให้เราคาดว่าการขายหุ้นโดย Norges Bank  และ GPFG จะส่งผลลบในระยะสั้น 
    นอกจากนี้การขายหุ้นดังกล่าวเกิดจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ไม่เกี่ยวกับแนวโน้มของผลประกอบการ หากราคาปรับลงมาจะเป็นโอกาสซื้อเก็งกำไรได้ เรายังมีมุมมองเป็นบวกกับอุตสาหกรรมเรือเทกอง จากแนวโน้ม Demand ในการขนส่งที่คาดว่าจะเติบโตมากกว่า Supply
    บล.โกลเบล็ก มองการถอด TTA ออกจากพอร์ตการลงทุนของกองทุนต่างประเทศ ด้วยเหตุผลด้านธรรมาภิบาลดังกล่าวน่าจะเป็น Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นในระยะนี้ เนื่องจากทั้ง TTA มีการถือหุ้นผ่าน NVDR อยู่ที่ 3.43% นอกจากนี้ล่าสุดดัชนีค่าระวางเรือ(BDI)ล่าสุดยังปรับตัวลดลง 3.5% ติดต่อกัน 5 วันทำการ (รวม 12.5%) ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขนส่งสินค้าที่ชะลอตัวเล็กน้อยจากช่วงก่อนการเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน (ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 61) โดยรวมจึงแนะนำให้ "ระมัดระวัง" ผลลบระยะสั้นจากประเด็นดังกล่าว
    แม้ TTA จะมีข่าวร้ายเข้ามาเป็นระยะทำให้ราคาหุ้นไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปได้ไกล แต่จากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์พบว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 4/60 จะยังโตต่อ ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 60 อยู่ที่ 428 ล้านบาท และต่อเนื่องอีกในปี 61 จากธุรกิจเดินเรือเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง
    บล.ฟิลลิป มองว่า ธุรกิจเดินเรือเป็นตัวนำหลักของการฟื้นตัวทำให้กำไรสุทธิใน Q4/60 จะดีขึ้นทั้ง q-q และ y-y จากธุรกิจเดินเรือ ที่ผลการดำเนินงานยังดีขึ้นตามดัชนี BSI +18% q-q, +25% y-y ส่วนธุรกิจพลังงาน MML อัตราการใช้งานสินทรัพย์ทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อยจาก 3Q60 ที่ 42% ไม่น่าจะส่งผลให้ขาดทุนเพิ่ม และธุรกิจปุ๋ย เป็น high season จากการทำโปรโมชั่นและลูกค้าสั่งซื้อ เพิ่มเพื่อหวังการได้ส่วนลด ส่วน UMS และธุรกิจพิซซ่าจะยังคงขาดทุน แต่มองว่าจะลดลงทำให้ภาพรวมใน 4Q60 จะมีกำไรที่ดีขึ้นทั้ง q-q และ y-y
    ด้านกำไรสุทธิปี 61 จะยังโตต่อเนื่อง จากธุรกิจเดินเรือดีขึ้นต่อเนื่อง หลังปริมาณเรือใหม่เข้ามาน้อย แต่ความต้องการใช้ยังโตขึ้น และได้ซื้อเรือเพิ่ม 3 ลำในปี 60 เป็น 22 ลำ และอาจมีการซื้อเรือเพิ่มอีก ประกอบกับธุรกิจพลังงาน MML มี backlog ที่ 174 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะรับรู้ในปี 61 ราว 60% (ราว 3,500 ล้านบาท) ธุรกิจขายปุ๋ยเน้นขายในเวียดนามมากขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นดีและจะผลักดันปริมาณขายให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งคลังสินค้าพื้นที่ใหม่ 20,000 ตรม. จะเริ่มให้บริการ ด้านธุรกิจพิซซ่าผลการดำเนินงานจะดีขึ้น จากการขยายสาขาอย่างน้อย 25 สาขา จากปัจจุบัน 100 สาขา
    ดังนั้นจึงแนะนำซื้อที่ราคาพื้นฐาน 12.70 บาท จากแนวโน้มผลกำไรยังคงฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง นำโดยธุรกิจเดินเรือที่คาดจะยังคงดีไปอีก 2-3 ปี และราคาหุ้นยังไม่สะท้อนผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัว
    บล.บัวหลวง ประมาณการกำไรสุทธิปี 60 อยู่ที่ 428 ล้านบาท และให้ราคาเป้าหมายใหม่ในปี 61 ที่ 12 บาท อ้างอิงจาก PBV ที่ 0.8 เท่า

 

    แม้มุมมองของนักวิเคราะห์จะเชื่อว่ากำไรสุทธิของ TTA มีทิศทางเติบโตต่อเนื่องในปี 61 ตามธุรกิจเดินเรือที่ฟื้นตัว ประกอบกับราคาหุ้นที่ยังเหลืออัพไซต์อีกมากจากราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์ที่ 12-12.70 บาท ทำให้ TTA มีความน่าสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตามแรงขายจากปัจจัยลบข้างต้นอาจตามกดดันไม่ให้ราคาหุ้นกลับขึ้นมายืนเหนือ 10 บาทได้ในเวลาอันสั้น 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด