หุ้นฮ็อต

| 17 มกราคม 2561 | 09:03

THG วอลุ่มทะลัก 1400% ส่องกำไร 3 ปีขาขึ้น-อัพไซต์เพียบ

      THG ราคาพุ่งทำนิวไฮรอบ 1 เดือนที่ 33.75 บาท ปริมาณการซื้อขายพุ่ง 1,400% หลังซึมยาวแรมเดือนนับตั้งแต่เข้าเทรด ด้านกูรูมองกำไรสุทธิ 3 ปีนี้ (61-63) โตสูงเฉลี่ยปีละ 47.5% ขณะที่ราคาหุ้นอัพไซต์เพียบ จากเป้าโบรกฯในช่วง 38 - 47 บาท
    
    ราคาหุ้น บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG กลับมาซื้อขายคึกคักอีกครั้งวานนี้โดยปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 33.75 บาทนิวไฮรอบ 1 เดือนเต็ม ก่อนจะปิดการซื้อขายวานนี้ที่ 33.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท หรือ 10.74% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 1,400% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า    
     THG ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ รพ.ธนบุรี ,รพ.ธนบุรี 2 ,รพ.ราษฎร์ยินดี (จ.สงขลา) ,รพ.อุบลรักษ์ (จ.อุบลราชธานี) และ รพ.สิริเวช (จ.จันทบุรี) รวมถึง รพ.ในต่างประเทศ แบ่งเป็นในจีนขนาด 150 เตียง ผ่านบริษัทร่วมทุนถือหุ้น 58% และในประเทศเมียนมา ขนาด 200 เตียงร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น ถือหุ้น 10%

     สำรวจผลประกอบการ THG พบว่ามีกำไรสุทธิทรงตัว โดยในปี 57-59 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 538.24 ล้านบาท, 551.83 ล้านบาท และ 511.15 ล้านบาท ตามลำดับ สาเหตุที่กำไรปี 59 ลดลงเพราะขาดทุนจากกิจการร่วมค้าในต่างประเทศ 88.62 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเปิดบริการ
     ส่วนงวด 9 เดือนล่าสุด THG มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 396.04 ล้านบาท ลดลงราว 2% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 405.05 ล้านบาท เนื่องจากขาดทุนจากกิจการร่วมค้าในต่างประเทศ
     ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น THG เข้าเทรดวันแรกปิดตลาดต่ำจองที่ 36.75 บาทจากราคาไอพีโอที่ 38 บาท หลังเผชิญแรงขายของผู้ถือหุ้นรายย่อยเดิมกว่า 3 พันรายที่มีหุ้นต้นทุนต่ำ จนกดราคาหุ้นต่ำจองและลากยาวมาแรมเดือน ประกอบกับนักลงทุนบางส่วนมองว่าTHG เทรด P/E สูงที่กว่า 62.48 เท่า เทียบกับกลุ่มที่ 40.22 เท่า

       วานนี้ ราคาหุ้น THG กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง สะท้อนจากปริมาณการซื้อขายวันเดียว 22 ล้านหุ้น จากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนเพียง 1.6 ล้านหุ้น/วันเท่านั้น ดันราคาขึ้นแตะไฮของวันที่ 33.75 บาท ทำสถิติสูงสุดรอบ 1 เดือน สำรวจมุมมองโบรกฯ เห็นว่าพื้นฐานธุรกิจ THG กำลังเข้าโหมดการโตครั้งใหญ่ จากการเปิดโครงการขนาดใหญ่ หนุนกำไรช่วง 3 ปี (61 - 63) โตเฉลี่ยกว่า 47.5% ต่อปี ขณะที่ EBITDA margin มีแนวโน้มเติบโตดีกว่า BDMS เคาะราคาเหมาะสมในช่วง 38 - 47 บาท 

     บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า THG กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตครั้งใหญ่ คาดว่ากำไรสุทธิปี 61 -63 โตเฉลี่ย 47.5% ต่อปี อานิสงส์จากความต้องการบริการทางการแพทย์ที่ยังเป็นขาขึ้น แรงหนุนจากธุรกิจรับจ้างเหมาบริหารทางการแพทย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Capacity ในอนาคต ประเมินราคาเหมาะสมปี 61 เท่ากับ 47 บาท
    บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า THG มีแผนที่จะขยายกำลังการให้บริการของ รพ.ธนบุรี และธนบุรี 2 โดย รพ.ธนบุรี จะสร้างอาคารจอดรถ 10 ชั้น ละสร้างอาคารผู้ป่วยนอก 8 ชั้น เริ่มก่อสร้างปี 61 และทยอยเปิดให้บริการปี 63 ส่วน รพ.ธนบุรี 2 จะสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในขนาด 3 ชั้น ชั้นแบ่งเป็นห้องตรวจ 15 ห้องและเตียงผู้ป่วยใน 52 เตียงเริ่มก่อสร้างในปี 61 และเสร็จในปี 63     
    ด้านธุรกิจศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพธนบุรี จะเปิดให้บริการโรงพยาบาลศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพธนบุรี จำนวน  144 เตียงและจะเปิดให้บริการเฟสแรกในปี 61 จำนวน 59 เตียง เคาะราคาเหมาะสมเบื้องต้นที่ 38 – 40 บาทอ้างอิง PER ที่ 45 – 48 เท่าสำหรับปี 61
    บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่า THG มีจุดเด่นโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ทำให้มีโอกาสเติบโตทั้งธุรกิจ Hospital และ Non hospital โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 62 จะเติบโต 78% เด่นสุดในกลุ่มมีปัจจัยบวกจาก 2 โครงการใหญ่เริ่มเก็บเกี่ยวประโยชน์ ส่งผลให้ EBITDA margin ดีขึ้นจาก 15.6% ในปี61 เป็น 19.1% ในปี 62 ทั้งนี้ คาดว่า EBITDA margin ของ THG มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดีกว่าBDMS เคาะเป้าหมาย 45.00 บาท อิง P/E ปี 62 ที่ 37.5 เท่า
    นอกจากมุมมองโบรกฯ จากการสำรวจความเคลื่อนไหวของผู้บริหารในช่วงกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ได้เข้าช่้อนทุกราคารวม 160,300 หุ้น ได้แก่ นายเฉลิมกุล  อภิบุณโยภาส ซื้อที่ราคา 37 บาท จำนวน 10,000 หุ้น, นายธนาธิป ศุภประดิษฐ์ ซื้อที่ราคา 34.72 บาท จำนวน 4,500 หุ้น, นางสาวสุวดี พันธุ์พานิช ซื้อที่ราคา 37.25 บาทจำนวน 26,500 หุ้น และที่ราคา 34.75 บาท จำนวน 28,000 หุ้น และนายอาศิส  อุนนะนันทน์ ซื้อที่ราคา 30.07 บาท จำนวน 91,300 หุ้น 

    ราคาหุ้น THG ที่ปรับขึ้นรุนแรงวานนี้ อาจสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มฟื้นกลับคืนมาบ้าง จากก่อนหน้าที่อาจจะเป็นกังวลอยู่ จนส่งผลให้ราคาหุ้นยังมีอาการร่อแร่ ขณะที่ผู้บริหารก็เริ่มจะส่งสัญญาณ "เรียกแขก" เพื่อเรียกศรัทธากลับคืน แม้จะเก็บหุ้นไปไม่มากนักแค่หลักแสนหุ้นแต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ราคาที่ขึ้นไปกว่า 10% วานนี้หากเทียบราคาเหมาะสมโบรกฯที่ 38-47 บาท นับว่ายังมีอัพไซด์อยู่มาก ส่วนที่เหลือจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองนักลงทุนว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับโรงพยาบาลภายใต้ตรา "หมอบุญ"     
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด