สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 10 มกราคม 2561 | 13:44

BH เด้งแรงหลังราคา Laggard จับตาปีกำไร 60-61 นิวไฮต่อเนื่อง

BH  เด้งแรงหลังราคา Laggard จับตาปีกำไร 60-61 นิวไฮต่อเนื่อง

    BH พุ่งสูงสุดรอบกว่า 1 เดือน หลังโบรกฯ ประเมินราคา Laggard ความกังวลงบ Q4/60 มากไป แม้ปรับปรุง รพ. แต่คาดกำไรโค้งสุดท้ายยังโต 18% YoY ขณะที่ทั้งปีคาดทุบสถิติต่อเนื่อง ทั้งปี60 และ 61  เคาะราคาเป้าหมายในช่วง 223 - 236 บาท

    หุ้น บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ซื้อขายคึกคักในเช้าวันนี้ โดยราคาหุ้นขึ้นไปแตะ 204 บาท สูงสุดในรอบ 1 เดือนเศษ พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายหนาแน่นมากกว่าปกติ ก่อนที่จะปิดตลาดในรอบเช้าที่ 200 บาท เพิ่มขึ้น 8 บาท หรือ 4.17% มูลค่าการซื้อขาย 819 ล้านบาท และปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 356.31% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    BH  ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนใน กทม. มีจำนวนเตียงที่จดทะเบียน 580 เตียง และความสามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้มากกว่า 5,500 คนต่อวัน  ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 โดย  บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) สัดส่วน 20.54%
    รายได้ส่วนใหญ่ของ BH มาจากธุรกิจการแพทย์ และมากกว่าครึ่งเป็นรายได้ที่มาจากผู้ป่วยต่างชาติ  โดย ณ ปี 59 บริษัท มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 64% และในประเทศ 36% แบ่งเป็นสัดส่วนผู้ป่วยนอก 52% ผู้ป่วยในอยู่ที่ 48% 
    ผลประกอบการ BH ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) กำไรสุทธิเติบโตทุกปีจาก 2,730 ล้านบาท , 3,435 ล้านบาท  และ 3,626 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 3 พันล้านบาท โต 7.8% YoY ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น และค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่ายลดลง 
    สำรวจความสามารถในการทำกำไรพบว่า BH มี EBIT Margin อยู่ในช่วง 24-27% ต่อปี และอัตรากำไรสุทธิ 19-21% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าบริษัทในกลุ่ม อย่าง BDMS และ BCH   
    ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น BH พบว่าถูกดันขึ้นไปทำจุดสูงสุดของปี 60 ที่ 230 บาท ในช่วงปลายเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงก่อนประกาศงบ Q3/60 และหลังแจ้งบในเดือน พ.ย.60 ราคาไซด์เวย์ทางลงจากแรง Take Profit จนหลุด 200 บาท ส่วนหนึ่งเกิดจากตลาดมองงบ Q4/60 น่าจะได้รับผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงโรงพยาบาล
    สัญญาณราคาหุ้น BH กลับมาซื้อขายคึกคักกว่าปกติเช้านี้ โดยราคาขึ้นมายืนเหนือ 200 บาทได้อีกครั้ง หลังโบรกฯ มองว่าราคายัง Laggard เทียบกับดัชนี SET ประกอบกับราคาที่ปรับลงก่อนหน้านี้ น่าจะซึมซับความกังวลค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง รพ. เพื่อขยายเตียงไปมากแล้ว โดยมองภาพในระยะยาวดูดี โดยเฉพาะการขึ้นค่ารักษาอีกราว  5-6% เคาะเป้าสูงสุด 236 บาท 
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มอง BH เป็นหุ้นใหญ่ที่ราคา Laggard SET กว่า 18% หลังจากที่นักลงทุนมีมุมมองว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับซ่อมบำรุงโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงจากผู้ป่วยนอก(OPD)เป็นผู้ป่วยใน(IPD) ในไตรมาส 4/60 ซึ่ง มองว่าราคาหุ้นได้ปรับลงสะท้อนประเด็นดังกล่าวไปแล้ว และมองเป็นผลกระทบในช่วงสั้นเท่านั้น
    ระยะยาว มีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากประเด็นปิดปรับปรุงเป็นเรื่องปกติที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ทำเพื่อขยาย Margin และโรงพยาบาลจะปรับเพิ่มค่ารักษาพยาบาลประมาณ 5-6% ส่งผลให้คาด EBITDA margin มีโอกาสทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 35% คาดกำไรของ BH ในปี 2561 จะเติบโตประมาณ 10% หรือทำได้ที่ 4.4 พันล้านบาท  
    คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเหมาะสม 230.00 บาท/หุ้น
    บล.เคจีไอ  คาดว่ากำไรสุทธิของ BH ใน Q4/60 จะอยู่ที่ 975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากงวดเดียวกันปีก่อน และในระยะต่อไป เชื่อว่า BH พร้อมที่จะรับผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษาที่มีความซับซ้อนมากขึ้นซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งรายได้และอัตรากำไรในอีกสองสามปีข้างหน้า คาดกำไรปี60 จะอยู่ที่ 3.99 พันล้านบาท โต 10% YoY  และในปี 61 คาด 4.48 พันล้านบาท โต 12%  YoY จากอัตรากำไรที่แข็งแกร่งจากผู้ป่วยที่มี intensity สูง และ การที่คุม SG&A ได้ดี 
    คงคำแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 236 บาท
    บล.เคทีบี เผยมีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อ BH จากตัวเลขนักท่องเที่ยว Middle East ที่เริ่มกลับมาแล้ว โดยใน Q3/60 รายได้จากชาวคูเวตเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว ขณะที่ชาติอื่นๆ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดจะส่งผลบวกต่อ BH คงประมาณการกำไรสุทธิปี60  ที่ 4,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY แม้ในช่วง 4Q17 กำไรสุทธิของ BH จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยตามฤดูกาล  
    ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสมเดิม 223.50 บาท

    ราคาหุ้น BH กลับมาน่าสนใจอีกครั้งหลังจากที่ปรับตัวลดลงไปต่ำกว่าตลาด และต่ำกว่าราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ในช่วง 223 - 236 บาทอยู่มาก จากความกังวลค่าใช้จ่ายปรับปรุงโรงพยาบาล ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น  ขณะที่นักวิเคราะห์มองมองตรงกันว่ากำไรปี 60-61 จะทำนิวไฮได้ต่อเนื่อง  ส่วนราคาจะกลับทิศสอดคล้องกับพื้นฐานแค่ไหน ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด