สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 5 มกราคม 2561 | 09:11

ลุ้น PRM ฟื้นไกลแค่ไหน หลังกูรูมองธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

ลุ้น PRM ฟื้นไกลแค่ไหน หลังกูรูมองธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

     PRM วอลุ่มทะลัก ดันราคานิวไฮรอบ 3 สัปดาห์ รับค่าระวางเรือพลิกบวก ลุ้นราคาหุ้นฟื้นต่อ หลังกูรูมองธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

    หุ้นบริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM กลับมาซื้อขายคึกคักอีกครั้ง โดยราคาปรับขึ้นแตะระดับสูงสุด 10.80 บาท ก่อนปิดการซื้อขายวานนี้ (4 ม.ค.) ที่ 10.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 7% พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 1,000% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยซื้อขายวันละ 9.5 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 96.7 ล้านหุ้น
     ธุรกิจของ PRM คือการให้บริการขนส่งและจัดเก็บสินค้าทางเรือครบวงจร เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 60 ด้วยราคา IPO 8 บาท
    PRM มีสัดส่วนรายได้ในงวดปี 59 มาจากธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ(FSU)เป็นหลักกว่า 47.1% และจากธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ปิโตรเคมีที่ 34.1% ธุรกิจเรือสนับสนุนสำรวจปิโตรเลียม 12.2% และรายได้จากการบริการเรือ 6.5%
    PRM เป็นบริษัทในเครือ  บริษัท นทลิน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 45.05% ใน บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAOIL โดย ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด 11 ก.ย. 60 PRM มี บริษัท นทลิน จำกัด ถือหุ้นทางตรงอยู่ที่ 54.2% และถือหุ้นทางอ้อมผ่าน Austin Asset Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยอีก 19.80% รวมทั้งหมด 74% และมีผู้ถือหุ้นรายย่อย 9,580 ราย หรือ 25.67%
    ผลการดำเนินงาน PRM มีกำไรสุทธิ 963.03 ล้านบาทในปี 59 ส่วนงวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 614 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3/60 บริษัทรายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 141.43 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 268.53 ล้านบาท หรือลดลง 47.33% สาเหตุมาจากธุรกิจขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ(FSU)ซึ่งเป็นธุรกิจหลักมีลูกค้าใช้บริการไม่เต็มลำ ทำให้กำไรสุทธิลดลง และจากมูลค่าเหล็กจากซากเรือที่ปรับตัวลดลงทำให้ค่าเสื่อมราคาของเรือเพิ่มขึ้นตาม นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของอัตราค่าขนส่งของในตลาดโลกจากปริมาณเรือที่มากขึ้นด้วย
    สอดคล้องกับราคาหุ้น PRM ที่มีทิศทางขาลงต่อเนื่อง จากที่เคยทำ high ที่ 14.10 บาทในช่วงปลายเดือน ต.ค. 60 ลงมาแตะระดับต่ำสุดที่ 9.60 บาท ในเดือน ธ.ค. 60 หลังจากผู้บริหารยอมรับว่ากำไรสุทธิปี 60 จะต่ำกว่าที่ทำได้ในปี 59
    นายชาญวิทย์ อนัคกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร PRM กล่าวในงาน Opportunity Day เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 60 ยอมรับกำไรสุทธิปี 60 จะต่ำกว่าปีก่อน เพราะบริษัทมีปัญหาเรื่องการใช้กำลังการผลิตของเรือ FSU ยังไม่เต็มกำลังการผลิต โดยใช้กำลังผลิตเพียง 83% และรับรู้ค่าเสื่อม และรายได้ของเรือ Aframax ลดลง บริษัทได้แก้ปัญหาโดยทำสัญญาใหม่เป็นแบบตามระยะเวลา และมีการหาลูกค้าใหม่เพิ่ม
    ราคาหุ้น PRM รีบาวน์ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ดัชนีค่าระวางเรือ BDI ประจำวันที่ 3 ม.ค. 61 สามารถปิดที่ระดับ 1,262.00 จุด เพิ่มขึ้น 32.00 จุด หรือ 2.60% พลิกกลับเป็นบวกในรอบ 3 สัปดาห์ นอกจากนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าธุรกิจเดินเรือได้พ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 3/60 
    บล.ทรีนีตี้ คาดผลการดำเนินงานของ PRM ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/60 พร้อมเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจขนส่งในช่วง 4Q60-1Q61 จากการปริมาณการใช้น้ำมันอากาศยานที่สูงขึ้น รวมถึงความสามารถในการแข่งขันระดับแถวหน้า ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดในการขนส่งฯทางทะเลของ PTT ที่สูงกว่า 65%
    มองแนวโน้มจะฟื้นตัวชัดเจนในปี 61 หลังกลยุทธ์การปรับการทำสัญญาระยะยาวแบบ Time Charter เริ่มรับรู้ ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนต้นทุนทางด้านพลังงานลง เนื่องจากลูกค้าผู้เช่าเรือจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และชำระค่าเช่าให้แก่ PRM ทำให้รายได้ของบริษัทจะมีความมั่นคงมากขึ้น ประกอบกับธุรกิจเรือ FSU จะมีสัดส่วนการเช่าที่สูงขึ้น
    คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 16.20 บาท
    บล.ทิสโก้ มองว่ากำไรใน 3Q17 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีและบริษัทได้ผ่านช่วงดังกล่าวมาแล้ว และคาดจะดีขึ้นใน 4Q-1Q18 จากการเข้าสู่ช่วง high season ในการขนส่ง รวมทั้งการปรับสัญญาเรือ Aframax ที่กระทบต่อกำไรของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาแล้ว 
    นอกจากนี้ ธุรกิจอื่นของบริษัทนอกจากเรือขนส่งอยู่ในช่วงการปรับตัวดีขึ้น ทั้งธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ(FSU) ซึ่งปัจจุบันให้บริการอยู่ครึ่งลำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาลูกค้ามาเติมให้เต็มลำ ในขณะที่ธุรกิจเรือสนับสนุนสำรวจปิโตรเลียมบริษัทมีสัญญากับ Coastal Energy Corporation (CEC) ถึงปี 2020 ทำให้ค่าใช้จ่ายสำหรับเรือ AWB ซึ่งหมดสัญญากับ PTTEP ในไตรมาส 4/60 จะลดลงจากไตรมาส 3/60 เนื่องจากบริษัทมีการย้ายเรือมาที่สัตหีบเพื่อลดค่าใช้จ่ายลงจาก 1.5 ล้านบาทมาอยู่ที่ 2 แสนต่อเดือน ในขณะที่ธุรกิจบริการเรือล่าสุดบริษัทได้รับสัญญาจากลูกค้า 2 ราย ซึ่งเริ่มงานไปแล้วในช่วงไตรมาส 4/60 
    โดยคาดผลประกอบการในปี 2018-19F ของ PRM จะเติบโตได้ดี ตามแผนการขยายธุรกิจของบริษัท และยังมีโอกาสอีกในอนาคตตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของภาครัฐ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อบริษัท ดังนั้น เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.50 บาท
    บล.กสิกรไทย แนะนำ "ซื้อ" PRM แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 12.40 บาท จากเดิม 13.50 บาท เนื่องจากได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-62 ลง 23%/25.2%/9.4% ตามประมาณการรายได้และปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายการขาย โดยมองว่ากำไรสุทธิแตะระดับต่ำสุดในไตรมาส 3/2560 ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 4/2560 จากการแปลงสภาพสัญญาซื้อขายเรือบรรทุกน้ำมันระหว่างประเทศไปเป็นรูปแบบ time charter และรายได้ของธุรกิจบริหารจัดการเรือที่คาดสูงขึ้น ทั้งนี้ เราคาดว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงได้รับรู้ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นจาก utilization rate ของธุรกิจ FSU ที่อยู่ในระดับต่ำและค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นไปแล้ว

    ถึงแม้ราคาหุ้น PRM ที่ปัจจุบันรีบาวน์ขึ้นมาค่อนข้างมาก ตามค่าระวางเรือที่กลับมาเป็นบวก แต่ยังถือว่ามีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ที่ 12.40-16.20 บาท จึงเป็นที่น่าจับตาว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในครั้งนี้ จะเป็นการกลับมาโลดแล่นต่อเนื่องอีกยาวนานหรือไม่ หลังจากที่ราคาหุ้นซึมหนักกว่า 1 เดือนเต็ม

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด