สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 4 มกราคม 2561 | 13:10

SUPER พุ่งรับอันดับเครดิต จับตาสถานะทางการเงินระยะยาว

SUPER พุ่งรับอันดับเครดิต จับตาสถานะทางการเงินระยะยาว

    SUPER  พุ่งแตะ 1.21 บาท สูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ ขานรับอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งเป็นครั้งแรกที่ BBB- แถมงบ Q4/60 เข้าไฮซีซั่น วงการเคาะเป้า 1.42-1.60 บาท จับตาระดับการก่อหนี้ที่จะเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากแผนการลงทุนหนักในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า 

    ราคาหุ้น บมจ.ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) ราคาเช้านี้สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยเปิดการซื้อขายที่ 1.18 บาท เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 1.21 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 1.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 3.45% มูลค่าการซื้อขาย 181.78 ล้านบาท และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 225% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    SUPER เดิมทำธุรกิจขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอิฐมวลเบา ก่อนจะขายธุรกิจหลักเดิมในปี 2556  และหันมาทำพลังงานทดแทน โดย  ณ เดือน ก.ย.60  "กลุ่มโลจายะ" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ประมาณ 28% และมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า  24,000 ราย เพิ่มขึ้นจาก 1 หมื่นกว่ารายในปี 2558-2559 
    ณ เดือน ธ.ค.60 SUPER มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในมือ 863 เมกะวัตต์ โดยมีกำลังการผลิตรวมของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 770 เมกะวัตต์ เกือบทุกโครงการเดินเครื่องจ่ายไฟ (COD ) แล้ว
    ผลประกอบการของ SUPER เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังเข้ารุกพลังงานทดแทน  เห็นได้จากรายได้ในปี 2559 ที่  3.8 พันล้านบาท และเพิ่มเป็น 4.5 พันล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 จากระดับต่ำกว่า 400 ล้านบาท/ปี ในช่วงหลายปีก่อนหน้า และสามารถพลิกมีกำไรในปี 2559 ที่ 361 ล้านบาท ส่วน 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 1.17 พันล้านบาท มากกว่าปี 59 ทั้งปี
    สอดคล้องกับราคาหุ้น SUPER ที่้ขึ้นไปสร้าง  All  Time High ไว้ที่ 2.45 บาท เมื่อปี 2558 ซึ่งแม้จะยังขาดทุน แต่นับว่าเป็นปีที่บริษัทฯ ปูพรมรายได้อนาคต ด้วยการเดินหน้าซื้อโครงการโซลาร์ฟาร์มหลายโครงการ ประกอบกับมีสตอรี่แตกพาร์เหลือ 0.10 บาทจากเดิม 1 บาท แต่หลังจากนั้น ราคาก็ไม่ได้ไปไหนไกล ปัจจุบันราคา SUPER ปรับลงมาเคลื่อนไหวที่ 1 บาทเศษ สวนทางกับกำไรที่เติบโต  
    สัญญาณราคาหุ้น SUPER ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่  1.21 บาท หลังได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรเป็นครั้งแรกจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทริสเรทติ้งที่ระดับ BBB- แนวโน้ม Stable ทำให้ตลาดเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น
    ทริสเรทติ้ง ระบุว่า อันดับเครดิต BBB- สะท้อนถึงกระแสเงินสดที่แน่นอนซึ่งบริษัทได้รับจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และแนวโน้มเชิงบวกของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน โดยคาดว่ารายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,500-6,500 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า จากความสามารถในการทำกำไรที่เริ่มฟื้นหลังจากที่ลดต่ำลงในช่วงลงทุน
    อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตถูกลดทอนลงจากกลยุทธ์การลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยงของบริษัทและความเป็นไปได้ที่ระดับการก่อหนี้จะเพิ่มสูงขึ้นจากแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า  นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังได้รับแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและความเสี่ยงของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการโรงไฟฟ้าที่บริษัทกำลังพัฒนาอยู่ด้วยเช่นกัน 
    ทั้งนี้ SUPER วางแผนใช้เงินประมาณ 2,600 ล้านบาทเพื่อที่จะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะในประเทศจำนวน 2 แห่งซึ่งมีกำลังการผลิตรวมกัน 17 เมกะวัตต์ ที่มีความเสี่ยงในการดำเนินงานสูงเนื่องจากมีความซับซ้อนมากกว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลหรือโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 
    นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงของประเทศที่เริ่มเข้าไปขยายการลงทุน โดยโครงการแรกในต่างประเทศของบริษัทคือโครงการเทียนจิน (Tianjin) ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 20 เมกะวัตต์ในประเทศจีน ที่ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท 
    รวมทั้งยังวางแผนจะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาดใหญ่ในประเทศเวียดนามร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นด้วย โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีกำลังการผลิตรวมกันทั้งสิ้น 700 เมกะวัตต์ โดยโครงการระยะแรก (100 เมกะวัตต์) ต้องใช้เงินลงทุน 7,000-8,000 ล้านบาท 
    ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจะมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานที่สูงกว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เนื่องจากมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ซับซ้อนกว่า อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านการก่อสร้างที่มากกว่าด้วย 
    ทริส ระบุว่า SUPER มีสินทรัพย์และหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2557 จากการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอยู่ที่ 64.5% ณ เดือนกันยายน 2560 นอกจากนี้ ต้นทุนเงินกู้ยืมของบริษัทก็ยังสูงกว่าบริษัทในประเทศรายอื่น ๆ ที่ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยทริสเรทติ้งอีกด้วย 
    ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงทำให้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ของบริษัทลดต่ำลงแม้บริษัทจะมีประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ค่อนข้างสูงก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิมีความอ่อนไหวสูงต่อผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับสูงเพื่อให้มีกำไรสุทธิที่น่าพอใจ
    สำรวจมุมมองนักวิเคราะห์ พบว่ามองบวกต่ออนาคต SUPER จากฐานกำไรเติบโตต่อเนื่อง และคาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน Q4/60 ยังโดดเด่นทั้ง QoQ และ YoY จากการลงทุนพลังงานลมเพิ่ม เคาะราคาเป้าหมายปี61 ในช่วง 1.42-1.60 บาท
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า ใน Q4/60 เป็น High season ของการผลิตไฟฟ้า จึงคาดว่าระดับกำไรปกติจะเร่งตัวขึ้นไประดับ 400 ล้านบาทได้ ซึ่งจะให้ภาพขยายตัวแรง QoQ และ YoY  ผลกำไร 9 เดือนปี2560  คิดเป็น 67% ของประมาณการกำไรปีนี้ ประเมินราคาเหมาะสม 1.42 บาท/ หุ้น อิงกำลังการผลิต 811MW ในประเทศ  (จ่ายไฟฟ้าไปแล้ว 736 MW และ อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 49MW) 
    ราคาหุ้น SUPER ซื้อขายบน P/E ปี 61 เพียง 18.2 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 22.4 เท่า ทำให้ SUPER ยังคงน่าสนใจในประเด็นของการต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานปัจจุบัน (โดยยังไม่ต้องรวม story ในอนาคต) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” 
    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินราคาเหมาะสมที่ 1.60 บาท โดยมี  4 เหตุผลที่แนะนำ ซื้อ ได้แก่  1. รายงานกำไรสุทธิใน Q3/60 แข็งแกร่งต่อเนื่อง สะท้อนฐานกำไรใหม่ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 2. คาดกำไรปีนี้เติบโตก้าวกระโดดจากการรับรู้รายได้โครงการใหม่เต็มปี กด P/E ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ 3. มีแผนขายสิทธิในการรับรู้รายได้ของโครงการเข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หนุนฐานทุนเพื่อลงทุนโครงการใหม่ในอนาคตได้ และ 4. เตรียมเริ่มลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เวียดนามเฟสแรก 100 MW

    แม้ SUPER จะมีหลายสตอรี่ในด้านบวก แต่ดูเหมือนจะสวนทางกับราคาหุ้นที่ยังไม่สามารถทะลุยอดดอยของปี 60 ที่ 1.77 บาทไปได้ สิ่งทียังต้องพิสูจน์ในอนาคตคือ "ผลประกอบการ" ว่าจะเป็นดังที่ตลาดคาดหรือไม่ ขณะที่การลงทุนโดยใช้เงินกู้มากเกินไป หรือมีต้นทุนในการก่อสร้างที่สูงกว่าคาด อันดับเครดิตจากทริสอาจถูกปรับลดลงได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด