หุ้นฮ็อต

| 29 ธันวาคม 2560 | 13:02

DTAC เด้งวันเดียวจอด จับตาข่าวได้ใช้คลื่น 2300MHz เป็นบวกแค่ไหน?

    หุ้น DTAC เด้งวันเดียวจอด หลังราคาแรงเกินไปเข้าใกล้พื้นฐานปีหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกต ข่าวได้ใช้คลื่น 2300MHz ยังต้องมีขั้นตอนอีกมาก อาจลากยาวไปถึงช่วงใกล้ประมูลคลื่น 1800MHz ในกลางปีหน้า

    ราคาหุ้น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เริ่มเจอแรงขายทำกำไร หลังจากปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในการซื้อขายวานนี้ (28 ธ.ค.) ที่พุงขึ้นแตะ 51.75 บาท สูงสุดรอบกว่า 1 เดือน ก่อนเจอแรงขายหนักตั้งแต่เปิดการซื้อขาย โดยราคาหุ้นเปิดวันนี้ที่ 49.25 บาท และปรับลดลงต่ำสุดที่ 48 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 48.25 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 3.98% มูลค่าการซื้อขาย 329 ล้านบาท
    DTAC ดำเนินธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ภายใต้ชื่อทางการค้า "ดีแทค" เป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของไทย ที่เพิ่งถูกเบียดตกลงไปอยู่อันดับ 3
    ผลการดำเนินงาน DTAC ที่ผ่านมากำไรลดลงอย่างชัดเจนหลังพ่ายประมูลคลื่น 4G จากปี 57 มีกำไรระดับ 1 หมื่นล้านบาทลดเหลือ 5.8 พันล้านบาทในปี 58 และ 2 พันล้านบาทในปี 59 ส่วนงวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิเพียง 1.5 พันล้านบาท ลดลงจาก 2 พันล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน 
    ราคาหุ้น DTAC ที่พุ่งขึ้นแรงวานนี้ เป็นผลโดยตรงหลังมีข่าว กสทช. อนุมัติให้ใช้คลื่น 2300 MHz ของ ทีโอที ขณะที่แรงเทขายในวันนี้ เกิดคำถามว่าเป็นเพียงการ "ขายทำกำไร" หรือข่าวดีที่ว่านั้นจะไม่ได้ส่งผลบวกอย่างที่คาด??
    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุกรณี กสทช.อนุมัติให้ DTAC ใช้คลื่น 2300 MHz ของ ทีโอที ส่งผลบวกต่อ DTAC เพราะจะมีคลื่นความถี่ใช้ไปอีกระยะหนึ่ง ไม่กดดันว่าจะต้องเข้าประมูลคลื่นความถี่ในปีหน้ามากนัก 
    ปัจจุบัน DTAC มีคลื่นความถี่เหลือ 75 MHz แต่จะมีคลื่นความถี่ที่หมดสัมปทานปีหน้า (2561) 60 MHz ทำให้ DTAC ต้องหาคลื่นความถี่มาให้บริการเพิ่มขึ้น ราคาเหมาะสมโดย Bloomberg ที่ 51.43 บาท
    ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน ตั้งข้อสังเกตที่แตกต่างออกไป โดยมองการเห็นชอบเป็นพันธมิตรคลื่น 2300 MHz เป็น sentiment บวก ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับคลื่นให้บริการในมือของ DTAC หลังจะสิ้นสุดสัมปทานในก.ย. 61 ได้บ้าง โดยเร็วสุด DTAC คาดหากได้รับอนุมัติในการทำสัญญาอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐทั้งหมดแล้วจะใช้เวลาราว 1 ไตรมาสเพื่อติดตั้งและให้บริการได้ 
    อย่างไรก็ตาม เรายังคงมองว่า มี Process ที่ต้องได้รับอนุมัติอีกหลายหน่วยงานทั้ง อัยการสูงสุดและคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหากอ้างอิงตามสัญญาการเช่าคลื่น 2100 MHz ระหว่าง ทีโอที กับ ADVANC ขั้นตอนการพิจารณาการตรวจสอบสัญญาของอัยการสูงสุดจะกินระยะเวลานานกว่า 1-2 ปี 
    จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ข้อตกลงดังกล่าวอาจเกิดใกล้ช่วงการเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz ในกลางปีหน้า ทำให้ DTAC จะมีทางเลือกในการครอบครองคลื่นมากขึ้น เราจึงประเมินว่า DTAC จะเลือกเข้าประมูลคลื่น 1800 MHz/900 MHz มากกว่า ให้น้ำหนักการลงทุน NEUTRAL ที่ราคาพื้นฐาน 50 บาท 
    ในขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาสสุดท้ายของ DTAC นักวิเคราะห์มองว่าจะอ่อนตัวเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายที่ยังสูง แต่เพิ่มขึ้นมากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนการใช้คลื่น 2300MHz ต้องปิดให้ได้ก่อนการประมูลคลื่นในกลางปีหน้า เพื่อรักษาระดับการให้บริการ และลดแรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหากต้องประมูลคลื่นใหม่ รวมถึงลดความเสี่ยงหากการประมูลต้องเลื่อนออกไป
    บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) คาดกำไรปกติ 4Q60 ของ DTAC จะอยู่ที่ 335 ล้านบาท (-44.6% QoQ, +1356% YoY) จาก 1) คาด service revenue ex. IC ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (+0.4% QoQ, +0.0% YoY) สวนทางกับภาพอุตสาหกรรม จากส่วนแบ่งการตลาด prepaid ที่ลดลงต่อเนื่อง 2) คาด SG&A ที่ 3.7 พันล้านบาท (+1.5% QoQ) เพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่ high season ของการตลาด แต่ลดลง YoY อย่างมีนัยสำคัญ จากความพยายามลดขนาดองค์กรและคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง 3) คาดธุรกิจขายเครื่องขาดทุน 715 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนมากขึ้น QoQ ด้วยการอุดหนุน iPhone แต่ขาดทุนลดลงจาก 4Q59 ที่ 834 ล้านบาท สะท้อนภาพอุตสาหกรรมเริ่มลดการแข่งขันต่อเนื่อง และ 4) คาดค่าเสื่อมราคา (+1.7% QoQ) เพิ่มขึ้นตามการลงทุนขยายโครงข่ายแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง
    ด้านค่าใช้จ่ายการตลาดและการอุดหนุนค่าเครื่องที่อาจปรับขึ้น QoQ เป็นภาพระยะสั้นจากการเข้าสู่ high season ของมือถือราคาแพง อย่างไรก็ดีแนวโน้มการแข่งขันในภาพรวมลดลงต่อเนื่อง พร้อมการควบคุมต้นทุนของทั้งอุตสาหกรรม ทำให้เราประเมินกำไรของกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
    ส่วนการเซ็นสัญญาคลื่น 2300MHz กับ ทีโอที DTAC มีเวลาอีก 1-2 ไตรมาส เพื่อปิดคลื่นให้ได้ก่อนการประมูล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เนื่องจาก 1) คลื่น 2300MHz หากลงทุนมากเพียงพอ จะช่วยให้ DTAC รักษาคุณภาพการบริการหลังหมดสัมปทานในเดือน ก.ย.61 แม้การประมูลคลื่นเลื่อนออกไป หรือ 2) ลดแรงกดดันต่อความจำในการได้คลื่น 1800MHz และ 850MHz หากการประมูลเกิดขึ้นได้ก่อนหมดสัญญาสัมปทาน
    เราคงประมาณการและราคาเหมาสม ณ สิ้นปี 2561 ที่ 52.75 บาทต่อหุ้น (DCF  WACC 8.6% Terminal growth 1.5%) ภายใต้สมมติฐาน DTAC ได้คลื่น 2300MHz ก่อนการประมูล เราคงคำแนะนำ T-Buy โดยความเสี่ยงหลัก คือ การไม่ได้คลื่นมาเพิ่มเติมหลังหมดสัมปทานและการลดต้นทุนการดำเนินงานทำได้ไม่เร็วอย่างที่คาด
    บล.เคจีไอ คาดว่ากำไรของ DTAC ใน 4Q60 จะฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำใน 4Q59 เป็น 220 ล้านบาท (+627% YoY) แต่ลดลง 63% QoQ โดยเรามองว่าปัจจัยสำคัญที่จะกดดันผลประกอบการ QoQ ได้แก่ i) รายได้ที่คาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 1.68 หมื่นล้านบาท จากการที่จำนวนผู้ใช้บริการลดลงในขณะที่ ARPU เพิ่มขึ้น ii) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.4% ใน 3Q60 เหลือแค่ 19.1% ส่วนการที่กำไรโต YoY จะมาจากการที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง
    ถึงแม้ว่า DTAC จะได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรของ บมจ.ทีโอที (TOT) ตั้งแต่กลางปี 2560 เพื่อที่จะใช้คลื่น 2300 MHz ของ TOT ได้เป็นเวลาแปดปี แต่บริษัทก็ยังไม่สามารถลงนามในสัญญากับ TOT ได้ เนื่องจาก TOT เป็นรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคม ดังนั้นการจะทำสัญญาดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากสามหน่วยงานก่อน ได้แก่ i) กสทช. ii) อัยการสูงสุด และ iii) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งปัจจุบัน กสทช. อนุมัติแล้ว
    นอกจากจะรอการอนุมัติให้สัญญาใช้คลื่น 2300 MHz แล้ว DTAC ยังสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่นรอบใหม่ของ กสทช. ในปี 2561ซึ่งการจัดประมูลก็ยังไม่แน่นอน เพราะคณะกรรมการ กสทช. ยังเป็นแค่ชุดรักษาการ ซึ่งต้องรอถามความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า กสทช. ชุดนี้ยังมีอำนาจในการจัดประมูลคลื่นหรือไม่ ถ้าหาก กสทช. ชุดนี้ไม่มีอำนาจจัดประมูล ก็ต้องรอให้มีการตั้ง กสทช. ชุดใหม่ก่อน ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นตอน
    ยังคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจาก i) ประมาณการกำไรปี 2560-61 ของเรายังมี downside จากการที่ผลประกอบการ 4Q60 น่าจะออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้  ii) ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับคลื่น 2300 MHz และ 1800 MHz ซึ่งจะกดดันความสามารถในการแข่งขันของ DTAC เนื่องจากข้อจำกัดด้านคลื่นความถี่หลังจากที่สัมปทานหมดอายุใน 3Q61
    ในทางเทคนิตค บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ DTAC รอบสั้นขึ้นแรงเกินไป ราคามีโอกาสชะลอตัวออกด้านข้างก่อนเพื่อสะสมกำลังใหม่  

    ดูเหมือนว่าข่าวดีการได้ใช้คลื่น 2300MHz ของ ทีโอที กำลังเกิดข้อสงสัยว่าจะเป็นบวกต่อ DTAC มากน้อยแค่ไหน เพราะหากยังไม่สามารถเซ็นสัญญาได้ก่อนการเปิดประมูลคลื่นใหม่ ก็คงไม่มีประโยชน์ ที่สำคัญหากการประมูลคลื่นเลื่อนออกไป และ DTAC ยังไม่สามารถปิดดีลการเซ็นสัญญาใช้คลื่นกับทีโอทีได้ ก็เป็นความเสี่ยงใหญ่หลวงที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด