สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 26 ธันวาคม 2560 | 09:11

COL ราคาสะดุดชั่วคราว หรือ แพงเกินไปแล้ว?

COL ราคาสะดุดชั่วคราว หรือ แพงเกินไปแล้ว?

     COL พุ่งขึ้นกว่า 160% ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา หลังบริษัทปลดภาระ ขายธุรกิจออนไลน์ทิ้ง หนุนกำไรกลับมาเติบโต 3 ไตรมาสติดต่อกัน แต่นักวิเคราะห์มองราคาเริ่มแพงเกินไป และผลประกอบการอาจชะลอตัวจากการปรับแผนขยายสาขาในปีหน้า

    ราคาหุ้น บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) หรือ COL พุ่งขึ้นกว่า 160% จากระดับ 30 บาท เมื่อเดือน เม.ย. 60 ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 80.75 บาท เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นค่อยๆ ปรับตัวลงต่อเนื่อง จนล่าสุดลงมาปิดที่ 67.5 บาท
    COL ประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานผ่านแค็ตตาล็อก (Catalog) ระบบคอลเซนเตอร์ (Call Center) ระบบสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์เฉพาะแต่ละองค์กร (e-Procurement) ระบบออนไลน์ (e-Commerce) และระบบขายผ่านหน้าร้าน (Store) และจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ผ่านระบบออนไลน์ (e-Commerce) และระบบขายผ่านหน้าร้าน (Store) ปัจจุบันมีธุรกิจหลัก 2 ส่วน คือ OfficeMate (67 สาขา) และ B2S (102 สาขา)
    แรงหนุนสำคัญของ COL มาจากการตัดสินใจยุติธุรกิจออนไลน์แบบธุรกิจสู่ผู้บริโภค (B2C) โดยการขายหุ้นในบริษัท เซ็นเนอร์จี อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ออกไปเมื่อ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 22.72 ล้านบาท ทำให้บริษัทไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าว รวมถึงลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายลงไปด้วย

    ด้านผลประกอบการของ COL ในไตรมาสล่าสุด สามารถเติบโตอย่างเห็นได้ชัดเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 131.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.8% และยังเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติดต่อกัน สำหรับไตรมาส 1/60 และ 2/60 บริษัทมีกำไรสุทธิ 154.42 ล้านบาท และ 74.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% และ 23.8% ตามลำดับ
    อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นในที่วิ่งขึ้นมาอย่างร้อนแรงในรอบนี้ ทำให้มูลค่าหุ้นสูงกว่าระดับที่เคยเป็นในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สะท้อนจากค่า P/E ที่เพิ่มขึ้นมาแตะ 50 เท่า จากปีก่อนๆ ซึ่งอยู่ที่ 25-35 เท่า ส่วน P/BV พุ่งขึ้นมาแตะ 4 เท่า จากเดิมที่ราว 2-3 เท่า ขณะเดียวกันจากการสำรวจมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนมากแล้ว ดูเหมือนว่าราคาหุ้น COL จะเริ่มแพงเกินไป เพราะผลประกอบการมีโอกาสจะชะลอตัวลงจากการปรับแผนขยายสาขาใหม่ด้วย

    บล.บัวหลวง ระบุว่า เรามีความกังวลต่อภาพการเติบโตของยอดขาย COL มากขึ้น เนื่องจากผู้บริหารมีแผนที่จะเปลี่ยนรูปแบบการขยายสาขาไปเป็นขนาดที่เล็กลง โดยมีแผนจะเริ่มต้นในเดือน ก.ค. 61 อีกทั้งต้นทุนการการดำเนินงานสำหรับคลังสินค้าแห่งใหม่ดูเหมือนจะมากกว่าที่เราประเมินก่อนหน้า ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะทดลองเปิดร้านขนาดเล็ก (50-100 ตารางเมตร) จำนวน 6-10 แห่ง ในไตรมาส 2/61 และ 3/61 โดยเน้นต่างจังหวัด ใช้งบลงทุน 2-4 ล้านบาทต่อสาขา 
    อีกทั้งบริษัทจะลดการเปิดสาขาขนาดปกติลงเหลือ 3-5 แห่ง (จากเดิม 6-8 แห่ง/ปี) และท้ายที่สุด บริษัทจะหยุดการขยายสาขาขนาดปกติ เพื่อเน้นไปที่การเปิดสาขาผ่านเฟรนไชส์หากโมเดลดังกล่าวประสบความสำเร็จ
    ทั้งนี้ เราเชื่อว่าเหตุผลหลักที่บริษัทต้องการขยายสาขาผ่านรูปแบบเฟรนไชส์เนื่องจากการขยายสาขาผ่านรูปแบบเดิมถูกจำกัดด้วยพื้นที่ ในระยะเริ่มต้นการลดจำนวนการขยายสาขาในรูปแบบเดิมทำให้พื้นที่ขายเติบโตจะลดลงจาก 9% ในปี 60 เป็น 7% ในปี 61 และ 4% ในปี 62 ทำให้เราปรับลดประมาณการยอดขายลง 1% สำหรับปี 61 และ 5% สำหรับปี 62 ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรลง 7% สำหรับปี 61 และ 16% สำหรับปี 62 และปรับลดราคาเป้าหมายลงจากเดิมที่ 70 บาท เป็น 65 บาท คงคำแนะนำ “ขาย”

    ด้าน บล.ธนชาต ระบุว่า กำไรปกติ 9 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็น 59% ของประมาณการทั้งปีของเรา โดยคาดว่า กำไรของ COL จะแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาส 4/60 เนื่องจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ OfficeMate และ B2S และการยุติธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ที่มีผลขาดทุน แต่อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น COL ได้สะท้อนข่าวบวกไปแล้ว เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย” ให้ราคาเป้าหมาย 53.5 บาท

    ขณะที่ บล.ทิสโก้ ซึ่งระบุว่า มีมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มธุรกิจของ COL หลังจากที่ไม่มีการขาดทุนจากธุรกิจออนไลน์ และธุรกิจหลักของบริษัททั้ง OfficeMate และ B2S ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการขยายสาขา ปรับรูปแบบและการจัดหาสินค้าที่สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เราอยู่ระหว่างการปรับประมาณการผลประกอบการเพื่อสะท้อนผลประกอบการในไตรมาส 3/60 และแนวโน้มธุรกิจของบริษัทในช่วงเวลาที่เหลือของปี และปีถัดๆ ไปของบริษัท
    แต่ถึงแม้บริษัทจะให้คำแนะนำ ซื้อ ตั้งแต่เดือน พ.ย. ที่ผ่านมา แต่ราคาเป้าหมายที่ 71 บาท เมื่อเทียบกับระดับปัจจุบัน ก็ดูจะเต็มมูลค่าไปเสียแล้ว
    ทั้งนี้ ในมุมมองของผู้บริหารสำหรับปี 61 ยังคาดว่าจะเห็นการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 10% จากกำลังซื้อที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นนั้น บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มขึ้นปีละ 1% จากการขายสินค้าในแบรนด์ของบริษัทมากขึ้น โดยตั้งเป้าสัดส่วนไว้ที่ 20% ในปี 61 จากประมาณ 14-15% ในปัจจุบัน สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น ณ 9 เดือน ปี 60 อยู่ที่ 27.74% เพิ่มจากปี 59 ที่ 26.78%
    การย่อตัวของราคาหุ้นหลังวิ่งขึ้นมากว่า 100% ย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ กำไรสุทธิที่เติบโตมา 3 ไตรมาสติดต่อกัน (เทียบจากปีก่อน) ในส่วนนี้หาก COL ยังรักษาการเติบโตไว้ได้ต่อเนื่อง เชื่อว่าตลาดจะกลับมามีมุมมองเชิงบวกอีกครั้ง แต่ในมุมกลับกัน หากการปรับกลยุทธ์ทำให้ผลงานต้องสะดุดลงอย่างที่นักวิเคราะห์ว่าไว้ ราคาหุ้นก็มีโอกาสจะซึมลงต่อเนื่องได้เช่นกัน  

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด