หุ้นฮ็อต

| 15 ธันวาคม 2560 | 09:28

SAWAD คึกคักรับเข้า SET50 แต่ระวังอัพไซด์เหลือน้อย

    SAWAD คึกคักอีกครั้ง หลังเข้ารอบ SET50 ขณะที่กำไรไตรมาส 3/60 กำไรออกมาต่ำกว่าคาด และราคาหุ้นตอบรับการร่วมมือกับ BFIT ไปมากแล้ว จนราคาเริ่มเข้าใกล้พื้นฐาน

    หุ้น บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) มีแรงเก็งกำไรเข้ามาอีกครั้ง โดยวานนี้ (14 ธ.ค.) ราคาปิดที่ระดับสูงสุดขอองวัน 64.50 บาท ด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 212% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า นับเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากลงไปทำโลว์หลุด 60 บาทเมื่อปลายเดือนก่อน 
    SAWAD ให้บริการสินเชื่อจํานําทะเบียนรถ สินเชื่อที่อยู่อาศัย ภายใต้ชื่อทางการค้า “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ” ณ สิ้นเดือน มิ.ย.60 มีสาขาทั้งสิ้น 2,383 แห่ง ล่าสุดทำสัญญาบริหารจัดการสินเชื่อให้กับ BFIT มูลค่า 1.89 พันล้านบาท ผ่านบริษัทย่อย คือ บจ.ศรีสวัสด์ พาวเวอร์ 2014 จากประเด็นนี้ทำให้ราคาหุ้นขึ้นไปทำ All Time High 73 บาทเมื่อต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา
    SAWAD นับเป็นหุ้น Growth Stock ทั้งด้านราคาและผลกำไร ตั้งแต่บริษัทเข้าซื้อขายในปี 57 ที่ราคาไอพีโอเพียง 6.90 บาท มาจนถึง 60-70 บาทในปัจจุบัน 
    ในปี 59 บริษัทฯ เข้าซื้อกิจการ บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (BFIT) และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ (BFIT) ปัจจุบัน SAWAD ถือหุ้นใน BFIT สัดส่วน 36.35% อนาคตมีแผนถือหุ้นเพิ่มอีก ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ไฟเขียวให้เข้าถือหุ้นได้ 100% ขณะที่ปีนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการขออนุญาต ธปท. เพิ่อจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ทำโครงสร้างให้ชัดเจน คาดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/2561 ซึ่งจะทำให้ SAWAD บริหารจัดการได้คล่องตัวมากขึ้น
    ด้านผลการดำเนินงาน SAWAD มีกำไรเติบโตทุกปีเป็นเลข 2 หลัก จากระดับ 854 ล้านบาท (+48%)ในปี 2557 เพิ่มเป็น 1.3 พันล้านบาท(+56%) และ 2 พันล้านบาท (+50%) ในปี 2558-2559 ตามลำดับ ส่วน 9 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิ 1.9 พันล้านบาทเกือบเท่าปีก่อนทั้งปี
    หุ้น SAWAD ที่คึกคักขึ้นมาในรอบนี้ หลังจากได้เข้าคำนวณ SET50 รอบใหม่ ส่งผลให้เกิดแรงเก็งกำไรเข้ามาหนาแน่น แต่หากมองที่พื้นฐาน ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และราคาหุ้นที่เข้าใกล้ราคาเหมาะสม นับเป็นเรื่องที่ต้องระวัง
    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุ SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 622 ล้านบาท (+14%YoY และ -1%QoQ) ต่ำกว่าที่เราคาด 3% และตลาดคาด 9% โดยมีสาเหตุหลักมาจากบริษัทมีอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.7% เทียบกับ 2Q17 ที่ 3.3% และ 3Q16 ที่ 3.1%  อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงขยายตัวของสาขา ที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 2.4 พันสาขา ส่งผลให้สินเชื่อสุทธิ 3Q17 ขยายตัวที่ 26%YTD หรือ 4%QoQ และกำไรสุทธิจากเงินลงทุนของ BFIT ใน 3Q17 ที่ 83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3Q16 ที่บริษัทไม่มีการขายเงินลงทุน แต่ลดลงจาก 2Q17 ที่อยู่ที่ 85 ล้านบาท 
แนวโน้มปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่ 2.9 และ 3.5 พันล้านบาท
    แม้เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินงานในอนาคตของ SAWAD แต่จากกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกคิดเป็น 66% ของกำไรสุทธิปี 2017 เราจึงมีแนวโน้มปรับประมาณการลดลง โดย ณ ปัจจุบัน เราคาดว่าสินเชื่อรวมสุทธิจะขยายตัวที่ 56% และ 7% ในปี 2017-2018 จากความร่วมมือของ BFIT และ SAWAD2014 ที่ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถกลับมาขยายสินเชื่อ High Yield ได้เพิ่มขึ้นเทียบกับ 1H17 ที่บริษัทได้ขยายสินเชื่อเช่าซื้อ และหดตัวสินเชื่อเงินให้กู้ยืม ส่งผลให้บริษัทมี NIM ปี 2017-2018 ที่ 18% และ 21% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเรามองว่าบริษัทจะต้องสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มเพื่อรองรับ IFRS9 ในปี 2018 คาดบริษัทจะมี Credit Cost ปี 2017-2018 ที่ 154 และ 206 bps โดยรวมเราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่ 2.9 และ 3.5 พันล้านบาท (+46% และ +21%) ตามลำดับ     
    เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 70.00 บาท (อิง PBV ที่ 5.7x) แต่ปรับลดน้ำหนักคำแนะนำเป็น “ถือ” เนื่องจากเรามองว่าราคาหุ้น ณ ปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยการขยายตัวของสินเชื่อภายใต้ความร่วมมือกับ BFIT แล้ว
     บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุ กำไร 3Q60 ต่ำกว่าคาด เนื่องจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงกว่าคาดเพราะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจและโมเดลธุรกิจหลังซื้อ BFIT เข้ามาตั้งแต่มี.ค.60 และตั้งสำรองค่าเผื่อฯเพิ่มขึ้น โดยกำไรออกมา 622 ล้านบาท (+14.5%YoY, -1%QoQ) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 9% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในไตรมาสต่อๆ ไปจะกลับสู่ระดับปกติ
    คาดกำไร 4Q60 จะดีขึ้น โดยประมาณการว่า Yield ของสินทรัพย์น่าจะเพิ่มขึ้นได้ใน 4Q60 หลังปรับโครงสร้างและโมเดลทางธุรกิจแล้ว และการตั้งสำรองฯจะลดลงเป็น 130bps พอๆกับที่เกิดขึ้นใน 2Q60 (งวด 3Q60 ตั้งสำรองฯ 176bps)
    ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 60/61 ลง 10%/11% สะท้อนกำไร 9M60 ต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ และปรับสมมติฐานเรื่องค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่ม รวมทั้งปรับลด Yield เฉลี่ยลง และหลังจากปรับประมาณการใหม่แล้ว คาดว่าบริษัทจะมีการเติบโตของกำไรปี 60/61 เท่ากับ 31%/24% ตามลำดับ
    แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 80 บาท (เดิม 60 บาท) โดยเลื่อนไปอิงกับ P/BV ปี 61 ที่ 6 เท่า
    บล.ทิสโก้ มองว่า SAWAD มีการเติบโตที่ต่ำกว่า MTLS ทำให้เราแนะนำเพียง “ถือ” โดยราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น 70% YTD โดยเรามองว่าการปรับประมาณการขึ้นในอนาคตของเราจากเดิมที่มูลค่าที่เหมาะสม 74 บาท อ้างอิง PBV 6.2 เท่าสำหรับปี 2018F ขึ้นอยู่กับการเติบโตที่สูงของสินเชื่อ เราคาดสินเชื่อจะเพิ่มขึ้น 35% ต่อปีในช่วง 2018-19F
    ขณะที่สัญญาณทางเทคนิค บล.เอเอสแอล ระบุ ราคาผ่านยืน 63.50 ด้วยสัญญาณบวกแท่งเทียนสีขาว แนวโน้มแกว่งตัวทดสอบแนวต้าน แนะนำ ถือหรือซื้อเล่นรอบเน้นยืน 63.50/61.50  แนวโน้มแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 66.00/67.75 บาท และมีแนวรับที่ 63.50/61.50 บาท

    แม้จะมีพื้นฐานการเติบโตที่ดี และในปีนี้มีแนวโน้มว่า SAWAD จะสามารถทำกำไรสุทธินิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง แต่การที่ราคาหุ้นปรับขึ้นจนใกล้ราคาเหมาะสม เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังในการเก็งกำได้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด