หุ้นฮ็อต

| 30 พฤศจิกายน 2560 | 13:02

WORK สะดุดช่วงสั้น สัญญาณ Q4/60 จ่อขาดทุน

    WORK ร่วงต่ำสุดรอบ 2 เดือน นักวิเคราะห์ประสานเสียง Q4/60 จ่อพลิกขาดทุนรอบ 3 ไตรมาส บางค่ายหั่นเป้าพื้นฐาน แต่มองเป็นโอกาสซื้อ เหตุอนาคตกำไรเด่นคาดโตเฉลี่ย 30% ในอีก 2 ปีข้างหน้า-เรทติ้งยังสูง 

    ราคาหุ้น บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ปรับตัวลงแรง โดยเปิดการซื้อขายที่ 84.00 บาท และลงไปต่ำสุดที่ 81.75 บาท เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 83.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 0.89% มูลค่าการซื้อขาย 345.41 ล้านบาท
    WORK  เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และซื้อลิขสิทธิ์รายการ นำมาออกอากาศในช่องโทรทัศน์ของบริษัท หมายเลข 23 ช่อง WORKPOINT  มีหลายรายการได้รับความนิยม เช่น ไมค์ทองคำ ,ไมค์หมดนี้, ปริศนา ฟ้าแลบ ,  I can See Your Voice และ The Mask Singer เป็นต้น ถือหุ้นใหญ่ โดย นายปัญญา นิรันดร์กุล  25.80% 
    กำไรต่อปีของ WORK ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 57-59 ไม่ถึง 200 ล้านบาทต่อปี แต่ 9 เดือนแรกปีนี้ทำกำไรสุทธิไปแล้วถึง 926 ล้านบาท  ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่ยังเหลืออีก 1 ไตรมาสสุดท้ายก่อนปิดงวดปี 
    สอดคล้องกับราคาหุ้น WORK ที่ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 105 บาท เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ดักงบ Q3/60 ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ตลาดผิดหวัง หลังประกาศกำไร Q3/60 ที่ 379 ล้านบาท พุ่ง 252% YoY 
    ราคาหุ้น WORK เริ่มเสียทรงอย่างชัดเจนเช้านี้ และทำสถิติต่ำสุดในรอบ 2 เดือน หลังบริษัทจัดประชุมนักวิเคราะห์ประจำงวด Q3/60 ส่วนใหญ่คาดว่า Q4/60 จะพลิกขาดทุน จากก่อนหน้าคาดว่าจะมีกำไร ผลจากการขายเวลาโฆษณาลดลง แต่ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารสูงขึ้น 
    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดว่า WORK จะขาดทุนใน Q4/60  ราว 20 ล้านบาท เนื่องจากผลของฤดูกาล และเป็นการขาดทุนที่น้อยกว่า Q4/59 ที่ขาดทุน 72 ล้านบาท ซึ่งปกติช่วงปลายปีงบโฆษณาจะลดลง ประกอบกับผลกระทบจากงานพระราชพิธีที่ทำให้งดออกอากาศ 20 วัน ทำให้อัตราการเช่าโฆษณาลดลงเหลือ 40% จาก 70% ใน Q3/60 กระทบต่อรายได้ธุรกิจทีวีดิจิทัลราว 200 ล้านบาท   
    ภาพรวมปี 61 คาดอัตราการจองโฆษณาจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% และอัตราโฆษณาเพิ่มขึ้นจาก 75,000 บาท/นาที เป็น 85,000 บาท/นาที กำไรปี61 คาดโต 42% YoY เป็น 1,287 ล้านบาท  และกำไรในช่วง 2 ปีข้างหน้าจะโตเฉลี่ยปีละ 30% ประเมินราคาพื้นฐานปี61 ที่ 112 บาท อิงวิธี DCF ด้วย WACC ที่ 8.15%
    บล.ฟิลลิป แนะ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 91 บาท  คาดกำไรปี61 ที่ 1,201 ล้านบาท โต 40.7% ราคาหุ้นได้อ่อนตัวลงมาทำให้มีอัพไซด์ เพิ่มขึ้น สำหรับปี61 แนวโน้มยังเติบโตทั้งจากอัตราการขายโฆษณาสูงขึ้น เม็ดเงินโฆษณาฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ และยังมีอีก 10 รายการใหม่ บวกกับการเพิ่มซี่รีส์ดังจากจีนและอินเดียเข้าเสริม  
     อีก 2 ค่ายปรับลดราคาเป้าหมายลงจากมากกว่า 100 บาท เหลือราว  93-94 บาทในปี 61 ผลจากคาดว่างบ Q4/60 จะขาดทุน แต่มองปี 61 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
    บล.เคจีไอ  ปรับลดราคาเป้าหมายปี61 เหลือ 94 บาทจากเดิม  109 บาท หลังปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 60-61 ลงเป็น 885 ล้านบาท โต 345% YoY  และ1.35 พันล้านบาท หรือโต 52% YoY  ตามลำดับ จากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอใน Q4/60  ที่การขายเวลาโฆษณาลดลง แต่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารสูงขึ้นจะฉุดให้ Q4/60 พลิกเป็นขาดทุน 
    บล.ทิสโก้ ปรับลดราคาเป้าหมายปี61 เหลือ 93 บาท จาก 110 บาท อ้างอิงวิธี DCF จากแนวโน้มผลประกอบการ Q4/60 พลิกเป็นขาดทุน 68 ล้านบาท จากรายได้ธุรกิจทีวีในช่วงเดือน ต.ค.ลดลงราว 200 ล้านบาทผลกระทบจากงานพระราชพิธี อัตราการเช่าเวลาโฆษณาต่ำเพียง 40%  ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมถึงโบนัสพนักงานที่มากกว่าที่คาด  แต่แนวโน้มกำไรสุทธิยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี60-61 เพิ่มขึ้น 329% YoY และ 40% YoY ตามลำดับ

    หลายค่ายมองตรงกันว่า  Q4/60 นี้ WORK มีโอกาสขาดทุน แต่ไม่น่าจะมากเท่า Q4/59 กดดันราคาหุ้นให้ปรับลดลง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็นับว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากผู้บริหาร  อย่างน้อยแรงกระแทกราคาหุ้นก็ไม่น่าจะรุนแรงมากหาก Q4/60 ขาดทุนจริง  เพราะราคาได้ซึมซับปัจจัยลบไประดับหนึ่งแล้ว และช่วงนี้อาจจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นอนาคต WORK ที่นักวิเคราะห์มองว่าจะเติบโตก้าวกระโดดในปีหน้า

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด