หุ้นฮ็อต

| 29 พฤศจิกายน 2560 | 13:25

CBG หมดแรง! กูรูมองเต็มมูลค่า ระวังกำไรปีนี้จ่อหดตัว

     CBG โดนเท! ร่วงต่ำสุดรอบ 2 เดือน หลังเพิ่งทำ All Time High 108 บ.เมื่อปลายเดือน ต.ค. ผิดหวังงบ Q3/60 กำไรต่ำคาด - รับรู้ขาดทุน บ.ย่อยในอังกฤษ ขณะปีนี้กำไรส่อหดตัวเป็นปีแรกนับแต่เข้าตลาด กูรูตบเท้าหั่นเป้า ต่ำสุด 68 บาท 

    ราคาหุ้น บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เช้านี้ร่วงสวนตลาดรวม โดยเปิดการซื้อขายที่ 87.00 บาท และร่วงลงแตะ 81.25 บาท เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 84.75 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.02% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 270% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า   
    CBG ประกอบธุรกิจ  Holding Company  โดยลงทุนหลักในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มอื่นๆ เป็นที่รู้จักกันดีภายใต้เครื่องหมายการค้า “คาราบาวแดง” โดยมี "แอ๊ด คาราบาว" เป็น Presenter และ Brand Ambassador ของกลุ่มบริษัทฯ  
    CBG เข้าซื้อขายเมื่อเดือน พ.ย. ปี 57 ที่ราคาไอพีโอ 28 บาท จากนั้นขึ้นไปทำ All Time High ที่ 108.50 บาท เมื่อเดือน ต.ค. 60 ที่ผ่านมา หรือให้ผลตอบแทนราว 257% ภายในระยะเวลา 3 ปี 
     สอดคล้องกับผลกำไรของ CBG เติบโตจาก 913 ล้านบาทในปี 57 ขึ้นมาแตะ 1,255 ล้านบาทและ 1,489 ล้านบาทในปี 58-59 ตามลำดับ 
    ราคาหุ้น CBG เริ่มกลับทิศ เจอแรงขานจนหลุด 100 บาท หลังแจ้งงบงวด 9 เดือนปีนี้ ทำกำไรได้เพียง 1,036 ล้านบาท ลดลงจาก 1,208 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากกำไรQ3/60 ลดลง ผลจากค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น และรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อย  Intercarabao Limited   (ICUK) ในอังกฤษ
    CBG แจ้งกำไร  Q3/60 อยู่ที่ 389 ล้านบาท  ลดลง 11%YoY และลดลง 9% QoQ  ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 24% จาก 18% YoY จากค่าใช้จ่ายการทำการตลาดสินค้าใหม่กาแฟ 3in 1 และค่าใช้จ่ายสปอนเซอร์กีฬาฟุตบอล ส่วน ICUK ขาดทุน 240 ล้านบาท 
    เช้านี้หุ้น CBG ร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยสำรวจพบว่านักวิเคราะห์ต่างหั่นราคาเป้าหมาย ต่ำสุดที่ 68 บาท หลังแจ้งงบ Q3/60 กำไรน่าผิดหวัง ขณะที่ปี60 นี้ คาดว่ากำไรจะปรับลดลงราว 5% YoY  
    บล.ทิสโก้  คงคำแนะนำเป็น “ขาย” จากราคาปัจจุบันเกินมูลค่าพื้นฐานของ บล.ทิสโก้แล้ว ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 68 บาท จากประเด็น ดังนี้ 1) ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากกาแฟและรับจ้างผลิตเป็นหลักแต่สินค้าหลักเครื่องดื่มพลังงานและเกลือแร่ลดลง  2) ยอดส่งออกกลุ่ม CLMV มีอัตราเติบโตลดลงจากฐานที่เริ่มสูง 3) ยังมีโอกาสการเติบโตจากจีนและอังกฤษ เป็นหลัก สำหรับยอดขายที่อังกฤษยังอยู่ในช่วงเริ่มทำการตลาดคาดยังรับรู้ขาดทุนในช่วง 3-4 ปีแรก  4) ปรับประมาณการลงจากยอดขายไม่เป็นไปตามคาดและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่าคาด จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
    ดังนั้น จึงคาดว่ากำไรสุทธิในปี 60  จะลดลง 5% YoY และจะเพิ่มขึ้นในปี 61-62 ที่ 30% และ 29% ตามลำดับ 
    บล.เออีซี คาดปี 2560 กำไรสุทธิ 1,409 ล้านบาท หดตัว 5.4%YoY แต่จะกลับมาเติบโตเด่นอีกครั้งราว 42.6% YoY ในปี61 จากแนวโน้มที่สดใสของยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในตลาดประเทศจีน แต่ราคาขึ้นมามากแล้วจึงแนะนำ ขาย มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี61 ที่ 80.75 บาท (วิธี DCF)
     บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่ายอดขายของ CBG ยังเติบโตได้ดีจากการส่งออกไปจีน อีกทั้งยอดขายในอังกฤษเพิ่มขึ้นจากการขยายช่องทางการขาย อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นผลประกอบการยังมีแนวโน้มถูกกดดันจากผลขาดทุนของ ICUK เนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มธุรกิจซึ่งมีค่าใช้จ่ายการตลาดสูง และคาดจะรับรู้ขาดทุนจาก ICUK เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างเงินทุนในต่างประเทศทำให้สัดส่วนถือหุ้นใน ICUK เพิ่มจาก 51% เป็น 84.3% ทำให้ต้องบันทึกค่าสปอนเซอร์เชลซีเพิ่มขึ้น อีกทั้งปี 2561 ต้องบันทึกค่าสปอนเซอร์ฟุตบอลลีกคัพเป็นเวลาเต็มปี หุ้นซื้อขายที่ PER 52 เท่า และเกินราคาเป้าหมายปี61ที่ 79 บาท แนะTake Profit

    ราคาหุ้น CBG ที่ไหลลงมา ดูเหมือนจะกลับมาสู่พื้นฐานของบริษัท หลังจากวิ่งแซงกำไรไปพอสมควร  ขณะที่ระยะสั้นนี้ต้องจับตางบในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้  ซึ่งหากกำไรทั้งปีลดลงดังที่โบรกฯ คาด จะถือเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาด ขณะที่ความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ การบุกตลาดในอังกฤษเพื่อดันยอดขายชดเชยในประเทศ อาจไม่ง่ายอย่างที่หวังและต้องใช้เวลาทำตลาดอีกหลายปี.

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด