หุ้นฮ็อต

| 29 พฤศจิกายน 2560 | 09:10

GOLD เทิร์นอะราวด์ จับตากำไรเดินหน้าทำนิวไฮ

    GOLD เด้งแรง รับงบเทิร์นอะราวด์ แม้ปรับรอบบัญชี ส่งผลให้ปี 60 มีแค่ 9 เดือนแต่ก็ยังกำไรมากกว่าปีก่อนทั้งปี โบรกฯ คาดกำไรปี 61 ทำนิวไฮต่อเนื่อง ตามการเปิดโครงการใหม่ดันยอด Backlog พุ่ง 

    ราคาหุ้น บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) ปรับตัวขึ้นแรงพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายหนาแน่น ล่าสุดราคาขึ้นแตะ 9.45 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 9.40 บาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 425% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เทรดวันละ 3 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 12 ล้านหุ้น 
    GOLD ทำ 2 ธุรกิจหลักคือ 1) พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบ แบรนด์อสังหาฯ ได้แก่ โกลเด้น วิลเลจ , เดอะ แกรนด์ , โกลเด้น นีโอ และโกลเด้น ซิตี้ เป็นต้น 2) ธุรกิจอาคารเชิงพาณิชยกรรม ได้แก่ "เอฟวายไอ เซ็นเตอร์" และยังมีกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ (GVREIT) ให้เช่าช่วงสิทธิการเช่าระยะยาวโครงการอาคารสำนักงานสาทร สแควร์ และอาคารปาร์ค เวนเชอร์ 
    GOLD ถือหุ้นใหญ่ โดยตระกูล "สิริวัฒนภักดี " ที่เข้ามาใส่เงินเพิ่มทุนผ่าน บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อต้นปี 2559 และยังถือผ่าน บมจ.ยูนิเวนเจอร์ (UV) 39.28% รวมแล้ว "ตระกูลสิริวัฒนภักดี " เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกือบ 80%
    ในอดีต GOLD เป็นบริษัทฯ ที่ขาดทุนเรื้อรังตั้งแต่ปี 51-56 ในระดับ 200-600 ล้านบาท และเพิ่งเทิร์นอะราวด์ได้ในปี 2557 ที่พลิกมีกำไรสุทธิ 305 ล้านบาท ก่อนมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 661 ล้านบาทในปี 58 และ 1,046 ล้านบาทในปี 59  
    ส่วนปี 60 นี้ GOLD ปรับรอบบัญชีเป็นสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. ทำให้การรายงานงบของ GOLD ในครั้งนี้เป็นงบ 9 เดือน ที่เป็นเสมือนงบปี 60 แต่ปรากฎว่าสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 1,093 ล้านบาท มากกว่าปี 59 ทั้งปี
    ส่งผลให้นักวิเคราะห์มีมุมมองในเชิงบวกต่อผลการดำเนินงาน GOLD ในอนาคต โดยคาดว่าจะสามารถทำกำไรสุทธินิวไฮได้อย่างต่อเนื่องในงวดปี 61 ตาม Backlog ที่แข็งแกร่งจากการลุยเปิดโครงใหม่ถึง 30 โครงการ 
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า การปรับรอบบัญชีเป็นรอบปีที่ 30 ก.ย. ทำให้การรายงานงบของ GOLD ในครั้งนี้เป็นงบ 9M60 ที่เป็นเสมือนงบปี 2560 อย่างไรก็ตามผลประกอบการ 9M60 แข็งแกร่งโดดเด่นแม้เปรียบเทียบกับปี 2559 ทั้งปี โดย GOLD มีกำไรสุทธิในไตรมาส 3Q/4Q60 เท่ากับ 492 ล้านบาท (+32% YoY และ +69% QoQ) โดยรายได้ทำ New Record High รายไตรมาสได้ที่ 3,486 ล้านบาท (+21.7% YoY และ +10.7% QoQ) อัตราการทำกำไรขั้นต้นทำได้ดีที่ 32.6% รวมทั้งมีการบันทึกกำไรจากการส่วนของ GVREIT เข้ามาประมาณ 90 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9M60/2560 เท่ากับ 1,086 ล้านบาท (+4.8% YoY) ทำ New Record High ได้ตามคาด  
    GOLD ตั้งเป้าการเปิดโครงการใหม่ในปี 2560/2561 ประมาณ 30 โครงการมูลค่า ประมาณ 25,000 ล้านบาท โดยช่วงที่ผ่านมาเปิดจองไปแล้วประมาณ 3 โครงการได้รับที่ดี เบื้องต้นเราตั้งเป้า Presales ของ GOLD ในปีนี้ที่เป็นสุทธิจากยกเลิกที่ประมาณ +/- 14,000 ล้านบาท ซึ่งในรอบ 9M60 GOLD ทำยอดได้ 10,760 ล้านบาทเติบโตจากปี 2559 ทั้งปีประมาณ 25%   เราคาดว่าในปีนี้การขยายการเปิดโครงการใหม่และการทำการตลาดเพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยในการหนุนยอด Presales ให้เด่นและทำ Record High ได้ต่อเนื่อง
    ล่าสุด GOLD มี Backlog ในมือประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งมอบได้ภายใน 6-8 เดือนข้างหน้า ดังนั้น เบื้องต้นเราคงประมาณการรายได้ของเราในปี 2561 ที่ 13,804 ล้านบาท (+49% YoY) ทำ New Record High โดยมี Secured Revenue ที่สูงถึง 29% และในส่วนของ Recurring ที่มีสัดส่วนประมาณ 8-10% ของประมาณการรายได้นั้นยังเป็นส่วนที่สามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง และคาดว่ากำไรสุทธิจะเด่นทำ New Record High ได้เช่นกันที่ 1,426 ล้านบาท (+31.1% YoY)
    เรายังคงชอบGOLD และคงคำแนะนำซื้อโดยให้ราคาเป้าหมายปี 2561 ที่ 12.00 บาท/หุ้นจากP/BV ที่ +0.5SD หรือ1.8 เท่าGOLD มีจุดเด่นที่มีสัดส่วนของRecurring ประมาณ10% ของรายได้รวมและAsset Value ที่โดดเด่นทั้ง Asset ปัจจุบันและที่อยู่ระหว่างก่อสร้างคือ สามย่าน มิตรทาว์น รวมทั้งผลประกอบการที่ทำ New Reocrd High ได้ต่อเนื่องมากว่า 4 ปีและคาดว่าจะทำได้ต่อในปีนี้ นอกจากนี้ GOLD ประกาศเงินปันผลปี 2560 ที่ 0.25 บาท/หุ้น แม้จะเป็นผลกำไรสุทธิเพียง 9 เดือนแต่เท่ากับทั้งปีที่เราคาด โดยจะขึ้น XD วันที่ 13 ธ.ค. และคิดเป็นผลตอบแทน 3%
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สระบุ บริษัทเปลี่ยนรอบบัญชีสิ้นสุดปีเป็น ก.ย. ดังนั้นงวด ก.ย.60 นี้จึงเป็นรอบ 9 เดือน เมื่อเทียบกับ 9 เดือนในปี 59 คือ กำไรสุทธิเป็น 1.1 พันล้านบาท เพิ่ม 17% y-o-y แต่ไตรมาสนี้มีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุน 90 ล้านบาท หากไม่นับกำไรหลักเป็น 1.0 พันล้านบาท เพิ่มได้ 7% y-o-y
    รายได้จากการขายเพิ่ม 13% y-o-y เป็น 8.1 พันล้านบาท จากการโอนโครงการเดิมและโอนโครงการใหม่เพิ่ม 7 แห่งในปีนี้ รายได้จาการให้เช่าและบริการเพิ่ม 32% y-o-y เป็น 1.0 พันล้านบาท เพราะรับรู้รายได้อาคารสำนักงาน FYI ได้เต็มปี จากที่เริ่มเปิดให้บริการเช่าตั้งแต่ 2Q59 ส่วนรายได้ให้บริการกอล์ฟเพิ่ม 12% เป็น 17 ล้านบาท รายได้รวมจึงปรับเพิ่มขึ้น 15% เป็น 9.2 พันล้านบาท
    ส่วนสาเหตุที่ทำให้กำไรหลักเติบโตน้อยกว่ารายได้คือ อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเป็น 31.6% จาก yo-y ที่ 34.5% และดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้น 51% เป็น 136 ล้านบาท ตามการซื้อที่ดินและเปิดโครงการเพิ่มแม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากเช่า-บริการ และกอล์ฟดีขึ้นเป็น 32.5% และ 48.3% ตามลำดับ เทียบ y-o-y ที่ 27.4% และ 39.3% ตามลำดับ รวมทั้งสัดส่วนค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเทียบกับรายได้ต่ำลงเป็น 19.1% เทียบ y-o-y ที่ 20.7% ก็ตาม
    ด้านฐานะการเงิน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเป็น 0.4 เท่า เพิ่มจาก y-o-y ที่ 0.2 เท่า แต่อยู่ในเกณฑ์ไม่สูงมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเป็น 6.31 บาท ด้านกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปี 60 เป็น -152 ล้านบาท
    แนะนำ ถือ ราคาพื้นฐานคงไว้ก่อนที่ 9.82 บาท ประเมินด้วย P/E ปี 61 ที่ 15 เท่า ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้ 12% GOLD ถือว่าเป็นผู้ประกอบการเฉพาะบ้านแนวราบที่สร้างยอดขายได้สูง และมีสินทรัพย์คือ อาคารสำนักงาน FYI ที่จะสามารถขายเข้า REIT ได้ในอนาคต ทำให้มีโอกาสบันทึกกำไรก้อนใหญ่ และมีเงินทุนเพิ่ม ในอนาคตจะมีโครงการ Mix Use ขนาดใหญ่คือ สามย่าน มิตรทาวน์ ที่บริษัทถือหุ้น 49% และ TCC ถือหุ้น 51%
 
    หลังจากเข้าสู่ร่มเงาตระกูล "สิริวัฒนภักดี" ผลการดำเนินงานของ GOLD พลิกฟื้นอย่างชัดเจน แต่ราคาหุ้นที่เด้งแรงก็เป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะฟรีโฟลทที่มีเพียง 20% ทำให้การลากราคาทำได้ค่อนข้างง่าย 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด