หุ้นฮ็อต

| 28 พฤศจิกายน 2560 | 09:11

จับตา! SC มีแรงพอเบรกไฮรอบ 4 ปีหรือไม่?

    SC วิ่งขึ้นกว่า 20% ในช่วง 3 เดือน ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 4 ปี สวนทางกำไร 9 เดือน วูบเกือบ 60% ส่อแววติดลบเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 57 ด้านกูรูมองข้ามไปยังปีหน้า เชื่อกำไรโตเด่นจากยอดขายที่สูงขึ้น และโครงการหลักเสร็จพร้อมโอน

    ราคาหุ้น บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ได้โวลุ่มเพิ่มขึ้น 211% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า หนุนให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาแตะ 3.82 บาท สูงสุดในรอบ 8 เดือน โดยช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา SC ปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 20%
    SC เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจรประกอบด้วย 1. ธุรกิจเพื่อขาย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุดพักอาศัย 2. ธุรกิจเพื่อให้เช่า 3. ธุรกิจที่ปรึกษาและบริหารงานด้านการบริหาร เทคนิควิศวกรรม และระบบงานสนับสนุน
    ราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นมาต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนนี้ ทำให้ SC มีโอกาสมากขึ้นที่จะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 4 ปี หากสามารถทะลุผ่านแนวต้านบริเวณ 4 บาท ขึ้นไปได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการปรับขึ้นมาในรอบนี้ จะค่อนข้างสวนทางกับผลประกอบการช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา และมีโอกาสที่กำไรทั้งปี 60 จะลดลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 57

    ตั้งแต่ปี 57-59 กำไรของ SC เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 1,082 ล้านบาท ในปี 56 เป็น 1,558 ล้านบาท ในปี 57 และขึ้นมาเป็น 1,895 ล้านบาท ในปี 58 ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็น 1,968 ล้านบาท เมื่อปี 59 ที่ผ่านมา แต่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา SC ทำกำไรได้เพียง 703 ล้านบาท ลดลงถึง 59% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

    อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่านักวิเคราะห์ส่วนมากจะมองข้ามกำไรช่วง 9 เดือน ที่ออกมาแย่ไปเสียแล้ว เพราะจากมุมมองที่ออกมาในช่วงนี้ ต่างให้น้ำหนักไปที่กำไรในไตรมาส 4/60 และปี 61 ซึ่งมีโอกาสจะกลับมาเติบโตสูงอีกครั้ง

    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า แม้เราจะปรับลดคาดการณ์กำไรปี 60 ลงจากเดิมราว 15% เป็น 1,356 ล้านบาท ลดลง 31% จากปีก่อน เนื่องจากกำไรงวด 9 เดือน ต่ำกว่าที่คาดไว้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกำไรเพียง 52% จากที่เราคาดการณ์ไว้ทั้งปี
    อย่างไรก็ดี เราคาดว่ากำไรในไตรมาส 4/60 จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดย ณ 30 ก.ย. 60 บริษัทมียอด Backlog ที่จะรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาส 4/60 เกือบ 3,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการแนวราบ นอกจากนี้ SC จะมีการเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่อีกถึง 5 โครงการ มูลค่ารวม 8,210 ล้านบาท โดยเราคาดว่า SC จะทำรายได้จากโครงการใหม่เพิ่มอีกราว 800 – 1,000 ล้านบาท ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่จะเริ่มโอนอีก 1 โครงการ มูลค่าราว 780 ล้านบาท ซึ่ง ณ 30 ก.ย. 60 ทำยอดขายได้ 43% ส่วนยอด Presale งวด 9 เดือน ทำได้ 10,968 ล้านบาท คิดเป็น 68% ของเป้าหมายทั้งปีที่ SC คาดไว้ 16,000 ล้านบาท ซึ่งเราคาดว่ามีแนวโน้มจะต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อยราว 15,000 ล้านบาท แต่ยังเพิ่มขึ้นจากปี 59 ที่ทำได้ 11,612 ล้านบาท
    สำหรับปี 61 เราคาดว่ากำไรจะเติบโตโดดเด่นเป็น 2,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน ได้แรงหนุนจากโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ที่จะเริ่มโอน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Saladaeng One มูลค่า 4,700 ล้านบาท จะเริ่มโอนในไตรมาส 2/61 และโครงการ BEATNIQ มูลค่า 4,000 ล้านบาท จะเริ่มโอนไตรมาส 3/61 โดยคาดว่า ณ สิ้นปี 61 ทั้ง 2 โครงการจะสามารถทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าโครงการ
    โดยรวมเรายังคงแนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายเป็นปี 61 ที่ 4.40 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาเป้าหมายเดิมปี 60 ที่ 3.60 บาท โดยยังคงประเมินด้วย P/E 9 เท่า และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อปีระดับ 4 - 5%

    ขณะที่ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส มองว่า ยอดขาย ณ 9 เดือน สูงขึ้นจากโครงการแนวราบ จึงได้ปรับเพิ่มรายได้ปีนี้ขึ้น 1.5% ส่วนปี 61 ปรับขึ้น 5.5% สะท้อน 2 โครงการคอนโดมิเนียมหลักที่จะผลักดันให้รายได้เติบโตสูง ทั้งนี้ ยอดขายปี 60 จนถึง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 13,700 ล้านบาท คิดเป็น 86% จากเป้าหมายทั้งปีที่ 16,000 ล้านบาท จึงน่าจะมีโอกาสสำเร็จสูง ส่วนรายได้หากนับถึงยอดขายรอโอนในไตรมาส 4/60 อยู่ที่ 11,000 ล้านบาท คิดเป็นเป็น 74% จากเป้า 14,800 ล้านบาท
    ทั้งนี้ ยังคงแนะนำ ซื้อ โดยคาดว่ากำไรช่วงไตรมาส 4/60 จะสูงที่สุดของปีที่ราว 1,000 ล้านบาท ถือเป็นสถิติใหม่ต่อไตรมาส เพิ่มขึ้น 281% จากปีก่อน และ 175% อย่างไรก็ตาม กำไรหลักทั้งปีนี้น่าจะลดลง 14% ส่วนปี 61 คาดเพิ่มขึ้น 36% จากปีนี้ โดยประเมินราคาพื้นฐานใหม่ที่ 4.40 บาท อิง P/E ปี 61 ที่ 8 เท่า

    บล.บัวหลวง ระบุว่า เรามองข้ามหนทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบในปี 60 ไปยังปี 61 ที่โดดเด่น โดยคาดว่าจะเห็นภาพกำไรเติบโตแข็งแกร่ง หนุนโดยโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จ และสามารถเริ่มโอนได้ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 1,700 ล้านบาท ในปีนี้ เป็น 8,700 ล้านบาท ในปี 61 และอีก 8,000 ล้านบาท ในปี 62 ขณะเดียวกันคาดว่าเงินปันผลในปีนี้จะอยู่ที่ 4.5% ส่วนมูลค่าหุ้นปัจจุบันค่อนข้างถูก เนื่องจาก SC ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีปี 61 ที่ 4 บาท และค่า P/E ปี 61 อยู่ที่เพียง 7.5 เท่า ยังคงแนะนำ ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 61 ที่ 4.20 บาท อิง P/E 8 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 49-59
    ต้องยอมรับว่าโมเมนตัมของราคาหุ้น SC ในเวลานี้ยังค่อนข้างเป็นบวก จากราคาหุ้นที่ขึ้นมาทำจุดสูงสุดในรอบ 8 เดือน แต่สิ่งที่ตลาดน่าจะให้น้ำหนัก และกำลังตั้งคำถามกันต่อไปคือ การเติบโตของกำไรหลังจากนี้จะเข้ามารองรับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาได้หรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้นคือ จะสามารถผลักดันให้ราคาหุ้นฝ่าแนวต้านที่ติดมาถึง 4 ปี ได้หรือไม่ ทั้งนี้ เชื่อว่ากำไรไตรมาส 4/60 ซึ่งตลาดกำลังตั้งความคาดหวังไว้อย่างมาก น่าจะเป็นตัวตอบคำถามได้ดีที่สุด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด