หุ้นฮ็อต

| 24 พฤศจิกายน 2560 | 12:56

TRUE ขายสินทรัพย์เข้า DIF กำไรพิเศษ 1.05 บ./หุ้น - ปิดความเสี่ยงเพิ่มทุน

    TRUE คึกคักหลังผู้ถือหน่วย DIF ไฟเขียวลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มทรูฯ โกยกำไรพิเศษ 1.05 บ/หุ้น ดันงบปีนี้ - ปีหน้าพลิกกำไรทันที แถมปิดความเสี่ยงเพิ่มทุนไปอีกอย่างน้อย 4 ปี แต่ยังต้องจับตางบปกติจะมีกำไรเมื่อไหร่ หลังโบรกฯ เสียงแตกทั้งมองว่าจะเริ่มมีกำไรในปีหน้า และขาดทุนต่อเนื่องอีก 5 ปี

    ความเคลื่อนไหว บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) มีการซื้อขายคึกคักตั้งแต่เปิดการซื้อขาย โดยราคาหุ้นเปิดที่ 5.80 บาท และปรับขึ้นแตะ 5.90 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 5.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.65% มูลค่าการซื้อขายมากเป็นอันดับ 6 ที่ 684 ล้านบาท
    TRUE มี 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่  1.ธุรกิจออนไลน์ ภายใต้ทรูออนไลน์ 2.ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้ทรูมูฟ เอช โดยมีคลื่นในมือรวม 55 MHz (ความถี่ย่าน 900 , 1800 และ 2100 MHz )  และ 3.ธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก และโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลภายใต้ ทรูวิชั่นส์
    หลังผลประกอบการกลับมาขาดทุนระดับพันล้านบาทต่อไตรมาสตั้งแต่กลางปี 59 กดดันให้ราคาหุ้น TRUE ไหลลงต่อเนื่อง แม้ในเชิงธุรกิจบริษัทจะสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาด จนขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แต่ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายจากการประมูลใบอนุญาตก็สูงขึ้นมากเช่นเดียวกัน โดยงวด 9 เดือนปีนี้ TRUE ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิกว่า 3 พันล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 2.8 พันล้านบาท 
    สัญญาณหุ้น TRUE ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง เป็นผลโดยตรงหลังจาก ผู้ถือหน่วย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม (DIF)  อนุมัติลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มทรูฯเพิ่มอีกราว 7 หมื่นล้านบาท 
    นายสมิทธิ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ ผู้บริหารกองทุน DIF เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ถือหน่วย DIF ได้อนุมัติการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ของกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จำนวนประมาณ 7 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์ของ DIF อยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท
    โดยในวันนี้จะมีการลงนามซื้อขายกับกลุ่ม TRUE ในงวดแรกที่จะเข้าลงทุนสินทรัพย์ จำนวนประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ส่วนงวดที่สอง จำนวนประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จะดำเนินการในไตรมาส 2/61 โดยเป็นการลงทุนเสาโทรคมนาคม และโครงข่ายไฟเบอร์ จะทำให้มูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน DIF เพิ่มมาเป็น 1.6 แสนล้านบาท
    ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ต่างมีมุมมองเป็นบวกต่อประเด็นดังกล่าว โดยคาดว่า TRUE จะมีกำไรพิเศษราว 3.5 หมื่นล้านบาทหรือ 1.05 บาทต่อหุ้น และจะทำให้ผลการดำเนินงานปีนี้และปีหน้าพลิกมีกำไรสุทธิทันที อีกทั้งยังมีกระแสเงินสดเข้ามา ปิดความเสี่ยงเพิ่มทุน
    บล.โนมูระพัฒนสิน ระบุ เรามีมุมมอง slightly positive sentiment ต่อผู้ถือหน่วย DIF มีมติเข้าลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม TRUE เพิ่มอีกราว 7 หมื่นลบ. ทั้งนี้ เราคาด TRUE จะมีกำไรทางบัญชีหลังภาษีจากธุรกรรมดังกล่าวราว 3.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 1.05 บาท/หุ้น โดยจะทยอยบันทึกใน 4Q17F ราว 6.8 พันล้านบาทและ 2Q18F อีกราว 28.0 หมื่นล้านบาท ผลักดันผลการดำเนินงานปี 17F และปี 18F พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ เป็น 2.7 พันล้านบาทและ 23.8 หมื่นล้านบาทจากปี 16 ที่ขาดทุน 2.8 พันล้านบาท
    สำหรับผลประโยชน์ที่ TRUE ภายหลังธุรกรรมขายทรัพย์สินเข้ากอง DIF คือ กระแสเงินสดหลังภาษี ได้ไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น -1.8 บาท/หุ้น ผลักดันฐานะการเงินจะแข็งแกร่งขึ้น โดย Net   Debt /EBITDA สิ้นปี 18F จะเหลือ 2.0 เท่าจาก ณ สิ้น 3Q17 ที่ 2.9 เท่า แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 6.70 บาท
    บล.หยวนต้า ระบุ กรณีผู้ถือหุ้น DIF มีมติอนุมัติซื้อสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่มเติมจาก TRUE จะส่งผลบวกให้ TRUE ในแง่ของกระแสเงินสดรับสูงถึง 4.0 หมื่นล้านบาท รวมทั้งกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนสูงถึง 6.5 พันล้านบาท ใน 4Q60 และ 2.6 หมื่นล้านบาทในปี 2561
    EBITDA 3Q60 ทำระดับสูงใหม่ที่ 8.9 พันล้านบาท +3% QoQ และ +39% YoY และเป็นบริษัทเดียวในกลุ่มมือถือที่ Net Add เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสวนทางคู่แข่งที่ลดลงสะท้อนให้เห็นถึงแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 26.5% สิ้น 3Q60 มีช่วงห่างจาก DTAC เพิ่มขึ้นเป็น 1.8% จาก 2Q60 ที่ 0.6%
    บล.ทิสโก้ คาดว่าการขายสินทรัพย์จะทำให้ความเสี่ยงในการเพิ่มทุนของ TRUE ลดลง (เราเชื่อว่าด้วยเงินสดก้อนนี้จะทำให้ TRUE สามารถรักษา Net Debt to EBITDA ให้ต่ำกว่า 3 เท่าได้ แม้จะรวมการจ่ายค่าคลื่นความถี่ในอนาคตไปแล้ว) และเป็นครั้งแรกที่บริษัทไม่ต้องมีการเพิ่มทุนในรอบ 4 ปีข้างหน้า (หรือมากกว่า) เราแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 7 บาท (DCF)
    คงมุมมองเชิงบวก และคาดปี 2561 ทำกำไรสุทธิสูงถึง 2.6 หมื่นล้านบาทจากแรงหนุนของกำไรพิเศษ แนะนำซื้อที่ราคาเหมาะสม 7.80 บาท 
    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน เกี่ยวกับกำไรจากการดำเนินงานปกติ โดยมีทั้งที่มองว่า TRUE จะเริ่มมีกำไรจากการดำเนินงานปกติในปีหน้า และที่มองว่าจะยังคงขาดทุนจากการดำเนินงานต่อเนื่องไปอีก 5 ปี 
    บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุ ในระยะยาวผลการดำเนินงานปกติของ TRUE จะถูกบั่นทอนด้วยค่าเช่าทรัพย์สินส่วนที่ขายไปเฉลี่ยปีละ 5-6,000 ล้านบาท  กดดันเราคาดผลการดำเนินงานปกติจะขาดทุนไปอีกอย่างน้อย 5 ปี
    ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดผลการดำเนินงานปกติของ TRUE คาดว่าจะมีกำไรปกติ 395 ล้านบาทในปี 61 พลิกกลับจากขาดทุนปกติ 4.4 พันล้านบาท ในปี 2560

    ประเด็นการขายสินทรัพย์เข้า DIF เพิ่มเติม เป็นบวกต่อ TRUE อย่างแน่นอนในระยะสั้น ทั้งกำไรพิเศษที่จะเกิดขึ้นในปีนี้และปีหน้า ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นคลายความกังวลเรื่องเพิ่มทุน และอาจมีลุ้นได้เห็นปันผลพิเศษ แต่ในระยะยาวผลการดำเนินงานปกติของ TRUE ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าบริษัทจะเร่งทำกำไรมาชดเชยค่าเช่าสินทรัพย์ที่หายไปหลังขายเข้ากองทุน ได้หรือไม่ ซึ่งสิ่งที่ผู้ถือหุ้นต้องการเห็นน่าจะเป็นกำไรจากการทำธุรกิจของ TRUE จริงๆ มากกว่า

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด