หุ้นฮ็อต

| 20 พฤศจิกายน 2560 | 09:17

TFG ร้อนแรง รับงบ 9 เดือนกำไรสวย แต่ระวังราคาแพงกว่ากลุ่ม

    TFG ทำนิวไฮรอบ 8 เดือน รับผลการดำเนินงาน 9 เดือน กำไรเกือบเท่าปีก่อนทั้งปี โบรกฯ อัพเป้าพร้อมปรับคำแนะนำเป็นซื้อ แต่ระวังราคานี้ P/E พุ่งแพงกว่าหุ้นกลุ่มอาหาร
 
    บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ราคาปรับขึ้นพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ ล่าสุดปิดการซื้อขายที่ 6.85 บาท เป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 6.20% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 566% จากที่ซื้อขายวันละ 7.4 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 42.19 ล้านหุ้น
    TFG ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตอาหารแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยแบ่งตามกลุ่มธุรกิจได้แก่ 1) ธุรกิจไก่ ผลิตและจำหน่ายไก่ทั้งตัว ชิ้นส่วนไก่และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อไก่ 2) ธุรกิจสุกร เพาะพันธุ์สุกรและฟาร์มสุกรในไทยและเวียดนาม โดยจำหน่ายสุกรมีชีวิตให้แก่นายหน้า 3) ธุรกิจอาหารสัตว์ ผลิตอาหารสัตว์เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับไก่และสุกรในฟาร์มที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือในฟาร์มระบบเกษตรแบบพันธสัญญาเป็นหลัก 4) ธุรกิจอื่นๆ เช่น ให้บริการศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีนและเวชภัณฑ์ ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารสัตว์ เป็นต้น
    TFG เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือน ต.ค. ปี 58 ด้วยราคา IPO 1.95 บาท โดยราคาเคยปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดที่ 1.18 บาท ในช่วงต้นปี 59 สอดคล้องกับผลการดำเนินงานปี 58 ที่ขาดทุนสุทธิถึง 1.5 พันล้านบาท ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวในปี 59 ที่พลิกกลับมามีกำไร 1.44 พันล้านบาท
    หุ้น TFG กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้งในปี 60 นี้ สะท้อนจากจำนวนนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นแตะ 7 พันราย จากปีก่อนเพียง 2.9 พันรายเท่านั้น
    สัญญาณหุ้น TFG ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นอีกครั้ง หลังจากประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 กำไรสุทธิทำนิวไฮรายไตรมาสถึง 701 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 1.43 ล้านบาท เกือบเท่าปีก่อนทั้งปี ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทฯ ประกาศปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.05 บาท เป็นครั้งแรกนับจากเข้าตลาดหลักทรัพย์
    ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ต่างมีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการ TFG จากการขยายธุรกิจทุกกลุ่ม ทั้งในประเทศและการส่งออก พร้อมปรับประมาณการเพิ่มขึ้น โดยคาดกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปีไปจนถึงปี 62 
    บล.ทิสโก้ ระบุแนวโน้มสัญญาณปริมาณการขายทุกธุรกิจของ TFG ที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและการส่งออก โดยเฉพาะธุรกิจไก่เนื่องจากการขยายขายผ่าน food chain ที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีราคาและมาร์จิ้นดีกว่า รวมถึงปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากการขายตลาดญี่ปุ่นและยุโรปและการขยายธุรกิจไก่แปรรูปส่งออกปีหน้า 
    ด้านธุรกิจอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจ contract farming  สำหรับธุรกิจสุกรยังคงมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากการขยายสัดส่วนการขายสุกรชำแหละมากขึ้น แต่ในปีนี้ราคาสุกรยังคงมีผลกระทบจากราคาที่ปรับลงตามราคาตลาดที่ปรับลง สำหรับราคาต้นทุนวัตถุดิบข้าวโพดและกากถั่วเหลืองยังคงทรงตัวเทียบกับปีที่ผ่านมา 
    เราคาดผลประกอบการเติบโตเฉลี่ย 25% (CAGR 2017-19F) เราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” ราคาเป้าหมายปี 2018 อยู่ที่ 8.00 บาท
    ปัจจัยเสี่ยง 1) ความผันผวนของราคาไก่และสุกร  2) การเกิดโรคระบาด ในไก่และสุกรในประเทศจะส่งผลต่อปริมาณการบริโภคในประเทศและการส่งออกลดลง  3) ความผันผวนของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด กากถั่วเหลืองส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
    ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คงประมาณการ TFG อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานไก่ปรุงสุก (Further factory)  เพื่อป้อนตลาดส่งออกภายใน 2Q18 ด้วยกำลังผลิตประมาณ 25,000 ตันต่อปี ซึ่งการผลิตไก่ปรุงสุกจะมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าการผลิตเพียงไก่สด อีกทั้งตลาดไก่ปรุงสุกยังมีขนาดตลาดใหญ่กว่าตลาดไก่สดประมาณ 2 เท่า คาดว่า TFG จะมีรายได้ปี 2018 ที่ 29 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2017 และกำไรประมาณ 2.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%
    ประเมินมูลค่า โดยอิง PER ที่ 15 เท่า สะท้อนธุรกิจและตลาดที่ยังไปได้ดี ได้ราคาเหมาะสมที่ 6.6 บาท  แนะนำ “ซื้อ” 
    สอดคล้องกับผู้บริหาร TFG ที่ตั้งเป้าปี 61 รายได้โต 20% และรักษาอัตรากำไรสุทธิที่ 8% พร้อมดันส่งออกเพิ่มเป็น 25% โดยเตรียมทุ่มงบ 2 พันล้านบาท ขยายกำลังผลิตไก่และอาหารสัตว์
    นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ  TFG ระบุว่า ในปี 61 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 20% จากปี 60 ที่มั่นใจจะโตได้ 20% จากปี 59 ที่มีรายได้ 20,626 ล้านบาท โดยจะมีการเติบโตต่อเนื่องทั้งสินค้าประเภทไก่ หมู และอาหารสัตว์ ซึ่ง  บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิให้ไม่ต่ำกว่า 8% จากการบริหารช่องทางการจัดจำหน่าย โดยจะปรับปรุงเน้นการส่งออกต่างประเทศ ขายให้กับร้านอาหาร และโรงงานอุตสาหกรรม มากกว่าการขายส่งหน้าโรงงานเพื่อให้นำไปขายต่อ เพราะมีมาร์จิ้นที่ดีกว่า
    คาดสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากปีนี้จะอยู่ที่ 20% โดยจะขยายตลาดส่งออกต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป 60% และญี่ปุ่น 40% ซึ่งมีการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลี และมาเลเซีย แต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อย
    บริษัทตั้งงบลงทุนปี 61 ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากสถาบันการเงินเป็นหลัก ซึ่งจะมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตโรงชำแหละไก่ที่โรงงานกาญจนบุรี จาก 540,000 ตัวต่อวัน เป็น 600,000 ตัวต่อวัน ใช้งบลงทุน 615 ล้านบาท สร้างโรงเพาะพันธุ์ไก่ 2 แห่ง และ โรงฟักไข่ 1 แห่ง มูลค่าลงทุน 614 ล้านบาท และขยายกำลังการผลิตโรงงานอาหารสัตว์ที่สุพรรณบุรีจาก 120,000 ตันต่อเดือน เป็น 170,000 ตันต่อเดือน โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไก่อยู่ที่ 70% หมู 21% อาหารสัตว์ 9%

    แม้ว่าการปรับขึ้นของหุ้น TFG จะมีพื้นฐานรองรับ แต่หากเทียบกับราคาหุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง CPF ที่เทรด P/E ล่าสุด 16 เท่า หรือ GFPT ที่เทรด P/E เพียง 10 เท่า ขณะที่ TFG เทรดที่ P/E สูงถึง 23 เท่า ก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่อาจถูกขายทำกำไรออกมาทุกเมื่อ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด