หุ้นฮ็อต

| 16 พฤศจิกายน 2560 | 09:27

จับอนาคต RS หลังธุรกิจความงามดันกำไรฟื้น - เตรียมโบกมือลากลุ่มสื่อ

    RS พุ่งทำ All Time High รับกำไรไตรมาส 3/60 โตกระฉูดกว่า 300% สะท้อนธุรกิจความงามมาถูกทาง พร้อมเดินหน้าย้ายกลุ่มจากสื่อไปสังกัดพาณิชย์ นักลงทุนแห่เก็งกำไรหวังได้เทรด P/E สูงขึ้น แต่ระวังราคาตอนนี้ P/E พุ่งแตะ 148 เท่าแล้ว

    ราคาหุ้น บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS มีความเคลื่อนไหวอย่างโดดเด่น โดยราคาปรับขึ้นแตะ All Time High ที่ 24.80 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 24.60 บาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 269% จากที่ซื้อขายวันละ 4 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านหุ้น รวมไปถึง RS-W3 ที่มีการเก็งกำไรอย่างหนัก ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 1,237% จากที่ซื้อขายวันละ 1 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 16 ล้านหุ้น ปิดการซื้อขายที่ 18.50 บาท
    RS ประกอบธุรกิจบันเทิงครบวงจร เช่น งานเพลง โชว์บิซ สื่อโทรทัศน์ และสื่อวิทยุ โดยธุรกิจสื่อมีสัดส่วนรายได้มากสุดราว 60% ประกอบไปด้วย สื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์โดยมี ช่อง 8 ดิจิทัลทีวีเป็นผู้นำ และยังมี 3 ช่องทีวีดาวเทียม ได้แก่ ช่อง 2 , ช่องสบายดีทีวี และช่อง YOU Channel และล่าสุดขยายธุรกิจไปสู่ "ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม Health & Beauty (H&B)" ภายใต้การดำเนินงานของ "บ.ไลฟ์สตาร์ จำกัด" ซึ่งผู้บริหารระบุ อนาคตจะนำเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น ปัจจุบันมีสินค้า 8 แบรนด์ ได้แก่ มาจีค ,รีไวว์ , กราวีธัส ,โนเบิลไวท์,ไทม์แคปซูล, สลิคซ์, เคลียร์เอ็กซ์เพิร์ท และเพียร่า โดยอาศัยความได้เปรียบจากการมีพรีเซนเตอร์ และช่องทีวีเป็นของตัวเอง
    ผลการดำเนินงานของ RS มีกำไรต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552-2558 ก่อนที่ในปี 59 จะพลิกขาดทุนในรอบ 8 ปีราว 102 ล้านบาท ขณะที่เริ่มกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งตั้งแต่ไตรมาส 1 ปีนี้ 
    สัญญาณหุ้น RS ที่ร้อนแรงเกินปกติ เป็นผลโดยตรงหลังจากประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ที่กำไรเพิ่มขึ้นกว่า 303% จากธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม Health & Beauty (H&B) ที่สะท้อนชัดเจนว่าเดินมาถูกทาง
    RS แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 มีกำไรสุทธิ 123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 303 % จากงวดเดียวกันปี 59 ที่ขาดทุน 60.99 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือน มีกำไร 222 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 59 ที่ขาดทุน 39.07 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตสวนทางสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่รายได้จากธุรกิจสื่อลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน หลังรายได้โทรทัศน์ดาวเทียม - วิทยุลดลง 
    ด้านผู้บริหาร RS ประกาศทันทีแนวโน้มไตรมาส 4/60 จะดียิ่งขึ้น หลังธุรกิจความงามโตแรง และมีมาร์จิ้นสูง พร้อมเดินหน้าเตรียมยื่นขอตลาดหลักทรัพย์ย้ายกลุ่มเทรดจากสื่อไปพาณิชย์ จากอานิสงส์รายได้ธุรกิจสุขภาพและความงามในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตเกิน 600% จากปีก่อน และทำมาร์จิ้นได้สูงกว่าคู่แข่งในตลาด ทำให้ปัจจุบันเป็นตัวทำกำไรสูงสุดของบริษัท
    นายดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าเต็มลูกสูบเตรียมข้อมูลยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อย้ายหมวดจากสื่อเป็นพาณิชย์ หลังคาดว่ารายได้ธุรกิจสุขภาพและความงามในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตเกิน 600% จากปีก่อน และทำมาร์จิ้นได้สูงกว่าคู่แข่งในตลาด ทำให้ปัจจุบันเป็นตัวทำกำไรสูงสุดของบริษัท
    ทั้งนี้มองว่าทิศทางการดำเนินงานช่วงไตรมาส 4 มีแนวโน้มบวกยิ่งขึ้น จากการจับจ่ายซื้อสินค้าคึกคักต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่งผลดีต่อยอดขาย “ไลฟ์สตาร์” จึงเตรียมออกสินค้าใหม่หลายรายการและจัดแคมเปญส่งเสริมการขายรองรับเรียบร้อยแล้ว รวมถึงพันธมิตรสินค้าใหม่ๆ ให้ความสนใจขายสินค้าผ่านช่องทาง “1781” คึกคัก โดยในไตรมาส 4 วางแผนออกสินค้าเพิ่มเติมกว่า 20 รายการ รวมสินค้าที่จะวางจำหน่ายในปีนี้ทั้งสิ้นเกือบ 40 รายการ ขณะเดียวกันเจ้าของสินค้าส่วนใหญ่นิยมช่วงชิงพื้นที่โฆษณาเร่งปั้มเป้าท้ายปี ส่งผลดีไปยังธุรกิจสื่ออย่าง “ช่อง 8” โดยผลการสำรวจเอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ระบุว่า กลุ่มทีวีดิจิตอลรายใหม่ปรับตัวดีขึ้น เม็ดเงินโฆษณาไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เร่งปรับคอนเทนต์ทั้งข่าว กีฬา ละคร และซีรีส์ต่างประเทศให้ยืนเรตติ้งอย่างสวยงามในฐานะทีวีช่องใหญ่ และเร่งขยายฐานผู้ชมทั่วประเทศ ให้สอดคล้องกับการส่งสัญญาณธุรกิจสื่อที่ฟื้นตัว
    ส่วนนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ต่างมีมุมมองบวกต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจของ RS คาดว่าจะทำให้ปีนี้เป็นปีแห่งการ Turnaround ก่อนจะโตโดดเด่นในปีหน้า
    บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) แนะนำ`เก็งกำไร` RS ปรับเป็นราคาเป้าหมายปี 61 โดยอิงวิธี DCF ที่ส่วนลด WACC 7.5% ที่ 25 บาท โดยระบุ 3 เหตุผลที่แนะนำ "เก็งกำไร" ได้แก่
    1) บริษัทรายงานผลประกอบการใน 3Q60 พลิกจากขาดทุนปีก่อนเป็นกำไร 124 ล้านบาท ด้วยธุรกิจ H&B ที่เติบโตดี  ซึ่งเรามองว่ากำไร 3Q60 จะเป็นจุดสูงสุดของปี  
    2)  เราปรับเพิ่มประมาณการ สะท้อนแนวโน้มธุรกิจ H&B ที่ดีกว่าคาด ทำให้ผลประกอบการปี 60 ฟื้นตัวแรงสุดในกลุ่ม  
    3) ภาพระยะยาวยังเติบโตดีต่อเนื่อง จากการปรับขึ้นค่าโฆษณา ธุรกิจ H&B ที่มีการเพิ่มสินค้าใหม่ และขยายตลาดไปยังต่างประเทศ หนุนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20% ใน 2 ปีข้างหน้า
    บล.เออีซี แนะนำ`ซื้อ` RS มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2561 ที่ 25 บาท (วิธี DCF) โดยระบุ 3Q60 RS พลิกมีกำไรสุทธิ 124 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 61 ล้านบาทในช่วง 3Q59 ซึ่งดีกว่าคาดมาก หลังได้แรงหนุนจาก 
    1) รายได้รวมโต 20.2%YoY นำโดยธุรกิจสุขภาพและความงามที่มียอดขายโตแบบก้าวกระโดดกว่า 754.8%YoY จากความสำเร็จของแผนการตลาดแบบผสมผสานระหว่างการโฆษณาสินค้าผ่านสื่อ Platform ต่างๆ ที่ RS มีอยู่ บวกกับ การขายทาง Call Center และช่องทางออนไลน์ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดี ช่วยชดเชยผลลบจากธุรกิจอื่นที่ยังไม่ฟื้นตัว 
    2) อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นมากจากเพียง 25.5% ในช่วง 3Q59 เป็น 42.5% หลังมีสัดส่วนรายได้ธุรกิจสุขภาพและความงามเพิ่มขึ้น (มาร์จิ้น 70%) รวมถึงรายได้ของช่อง 8 ที่ผ่านจุดคุ้มทุน ช่วยให้มี Economies of Scale ดีขึ้น และ 
    3) SG&A/Sales ลดลงเป็น 25.3% จาก 33% ในช่วง 3Q59 หลังค่าใช้จ่ายเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ลดลง และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายของธุรกิจหลักได้ดี

    เห็นได้ชัดเจนว่าพื้นฐานของ RS กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การเดินไปสู่ธุรกิจความงามถือว่ามาถูกทาง ในขณะที่ธุรกิจสื่อก็ยังสามารถสนับสนุนการขายให้ธุรกิจความงามได้ ยิ่งเมื่อย้ายกลุ่มเทรดไปยังพาณิชย์ P/E ที่นักลงทุนให้ค่าก็มีแนวโน้มสูงขึ้น หากเทียบกับ BEAUTY ที่ล่าสุดเทรดที่ P/E กว่า 60 เท่า แต่ก็อย่าลืมว่า ราคา RS ที่พุ่งต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จากระดับไม่ถึง 10 บาท ขึ้นมาเกือบแตะ 25 บาท ก็ทำให้ P/E ล่าสุดของ RS พุ่งแตะ 148 เท่าแล้ว 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด