หุ้นฮ็อต

| 13 พฤศจิกายน 2560 | 09:30

จับตา! TPCH ผันผวนหนัก ลุ้นพ้นหล่มตั้งสำรองหนี้สูญ

      TPCH เด้งกว่า 8% จากจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี แม้โชว์กำไร Q3/60 ร่วง 47% เหตุตั้งสำรองหนี้สูญ 40.5 ล้านบาท แต่นักวิเคราะห์ชี้กำไรปกติยังโตดี มองผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ Q4/60 จากโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะทยอยเข้าต่อเนื่อง

    หุ้น บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ส่งสัญญาณพ้นจุดต่ำสุด หลังจากที่บริษัทรายงานกำไรไตรมาส 3/60 ที่ 26.22 ล้านบาท ลดลง 47% จากปีก่อน ส่งผลให้ราคาหุ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา ร่วงลงไปกว่า 6% ทันทีที่เปิดการซื้อขาย และเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี ที่ 15 บาท แต่หลังจากนั้นกลับมีแรงซื้อเข้ามาดันราคาหุ้นขึ้นมาต่อเนื่อง 2 วันติด เพิ่มขึ้นกว่า 8% จนล่าสุดกลับมาปิดที่ 16.3 บาท 
    TPCH ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีบริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล เป็นบริษัทแกน
    ความผันผวนของราคาหุ้น TPCH เกิดจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาส 3/60 เป็นจำนวน 40.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 19.82 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ไม่ได้กังวลต่อประเด็นดังกล่าวมากนัก พร้อมเชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงจะเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน
  
     บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น TPCH ปรับตัวลงมา (หลังประกาศงบฯ) เป็นโอกาสดีสำหรับการสะสมลงทุนระยะยาว เพราะเมื่อไม่นับรวมรายการพิเศษ (ที่มีโอกาส กลับรายการในอนาคต 50 ล้านบาท) กำไรปกติถือว่าน่าพอใจ และมีพัฒนาการของกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มต่อเนื่องอีก 9.2 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 3/60 และจะเข้ามาอีก 9.2 MW ในไตรมาส 4/60 พร้อมด้วย sentiment บวกจากการประมูล SPP Hybrid Firm อีก 20 เมกะวัตต์ ซึ่งยื่นประมูลไป
    หากไม่นับรวมรายการพิเศษ TPCH จะมีกำไรปกติที่ 67 ล้านบาท ขยายตัว 10.5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 34.7% จากปีก่อน จากกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ที่เข้ามาอีก 9.2 เมกะวัตต์ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ EBITDA margin ฟื้นตัวขึ้นเป็น 47.2% จาก 44.5% ในไตรมาส 2/60 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนที่ 51.4% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
    อย่างไรก็ดีตาม จากกำหนดการณ์ล่าสุดของโรงไฟฟ้า SGP จ่ายไฟฟ้าช้าไปกว่าสมมติฐานราว 145 วัน ผนวกกับเราปรับปรุงต้นทุนวัตถุดิบให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น ส่งผลให้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 60-61 ลดลง 13% และ 8% เป็น 246 ล้านบาท และ 471 ล้านบาท ตามลำดับ ให้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 18 บาท แนะนำ ซื้อ

    ด้าน บล.ธนชาต ให้คำแนะนำ ซื้อ เช่นกัน โดยระบุว่า การดำเนินงานปกติที่ดีขึ้นเป็นผลมาจากการเริ่มดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลพัทลุง กรีน เพาเวอร์ (PGP) ซึ่งถือหุ้น 80.8% ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. และการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าทุ่งสงเต็มปี (เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 30 ก.ย. 59) ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 90% จากปีก่อน
    กำไรปกติ 9 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็น 74% ของประมาณการปีนี้ เรายังคงประมาณการเช่นเดิม โดยคาดว่ากำไรปกติจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากจะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามา สำหรับผลการดำเนินงานปี 61 คาดว่าจะได้แรงหนุนจากการดำเนินงานอย่างเต็มปีของโรงไฟฟ้าทุ่งสง และโรงไฟฟ้าสตูล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานในวันที่ 30 ธ.ค. 60 นอกจากนี้ จะมีปัจจัยกระตุ้นจากโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะโครงการประมูลโรงไฟฟ้า SPP hybrid และ Waste-toEnergy ของภาครัฐ
    ปัจจุบัน TPCH มีโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 43.6 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 58.3 เมกะวัตต์ และ 1 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา กำลังการผลิตรวม 9.5 เมกะวัตต์ ส่วนการยื่นประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน SPP Hybrid Firm จำนวน 20 เมกะวัตต์ จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกในวันที่ 14  ธ.ค. นี้ และลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในวันที่ 13 ธ.ค. 63
    สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ของ TPCH หลังจากนี้ บริษัทเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแบบ VSPP Semi-Firm สำหรับประเภทพลังงานหมุนเวียน Biomass และ Biogas เท่านั้น โดยคาดว่าจะมีการเปิดให้เข้าร่วมประมูลโครงการทั่วประเทศอีกประมาณ 300 เมกะวัตต์ ในต้นปี 61 ซึ่งเป็นการเปิดรับประมูลรับซื้อไฟฟ้าประเภทชีวมวล จากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ บริษัทได้วางเป้าหมายที่จะมีกำลังการผลิตติดตั้งสำหรับโครงการชีวมวลให้ถึง 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 63

    ดูเหมือนว่าประเด็นการตั้งสำรองหนี้สูญจะไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ TPCH เสียแล้ว แต่สิ่งที่น่าติดตามคือการเติบโตของกำไรหลังจากนี้ กับโครงการใหม่ๆ ที่มีอยู่ในมือ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตจากนี้ หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่เข้าตลาดเมื่อปี 58 แม้กำไรของ TPCH จะเติบโตขึ้นจาก 46 ล้านบาท มาเป็น 200 ล้านบาท ในปี 59 แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะหนุนให้ราคาหุ้นกลับขึ้นไปหาจุดสูงสุดที่เคยทำไว้สูงถึง 27 บาท ได้อีกครั้ง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด