หุ้นฮ็อต

| 9 พฤศจิกายน 2560 | 09:19

KCE จับตา ‘ราคาทองแดง – ค่าเงินบาท’ ชี้ชะตาอนาคต

    KCE ทำจุดต่ำใหม่ในรอบกว่า 1 เดือน หลังรายงานงบไตรมาส 3/60 ออกมาต่ำกว่าคาด กำไรลดลง 3 ไตรมาส ติดต่อกัน ด้านนักวิเคราะห์จ่อเรียงแถวหั่นเป้ากำไรปี 60-61 จับตาทิศทางราคาทองแดง และค่าเงินบาท ยังมีแนวโน้มกดดันผลประกอบการหลังจากนี้

    ราคาหุ้นบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE เปิดกระโดดลงทันที 3.5 บาท มาอยู่ที่ 94 บาท ก่อนที่ราคาหุ้นจะไหลลงไปแตะ 89.5 บาท ลดลงถึง 8.2% จากวันก่อนหน้า ทำจุดต่ำใหม่ในรอบเกือบ 2 เดือน
    KCE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ PCB ซึ่งเป็นแผ่น Epoxy Glass ที่มีสื่อนำไฟฟ้า เช่น ตะกั่ว ทองแดงเคลือบอยู่ และผลิตแผ่น PCB หลายชั้น ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานสำคัญในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม อุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกชนิด
    ปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดันคือ ผลประกอบการไตรมาส 3/60 ที่ออกมาน่าผิดหวัง และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 21% และยังส่งผลให้ KCE รายงานกำไรลดลงถึง 3 ไตรมาส ติดต่อกัน
    KCE รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/60 มีกำไรสุทธิ 612.4 ล้านบาท ลดลง 22.1% เทียบกับไตรมาส 3/59 ที่มีกำไรสุทธิ 786 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายรวมทำได้ 3,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 1.7% จากไตรมาสก่อนหน้า สำหรับกำไรรวม 9 เดือน อยู่ที่ 1,946.89 ล้านบาท ลดลง 17.11% จากปีก่อน
    จากผลประกอบการที่ออกมาน่าผิดหวัง ทำให้บรรดานักวิเคราะห์ออกมาส่งสัญญาณหั่นเป้ากำไรของ KCE ในปี 60-61 ลง ขณะเดียวกันยังคงมองว่าแนวโน้มราคาทองแดง และค่าเงินบาท จะยังเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อผลประกอบการหลังจากนี้
    บล.บัวหลวง ระบุว่า กำไรปกติต่ำกว่าคาด หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 45 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 567 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาด 24% และต่ำกว่าตลาดคาด 21% ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรคือค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 3% เทียบกับดอลลาร์ และราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้น 23% จากปีก่อน เป็น 10.34 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม
    เนื่องจากกำไรไตรมาส 3/60 ต่ำกว่าที่เราคาด จึงปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 60 ลง 13% มาอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท และปรับประมาณการกำไรหลักปี 61 ลง 12% เป็น 3 พันล้านบาท และปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 61 ลง 6% มาอยู่ที่ 106 บาท
    โดยภาพรวม แนวโน้มกำไรของบริษัทยังคงถูกดดันจากความไม่แน่นอนของทิศทางราคาแผ่นทองแดง รวมทั้งการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท แต่เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาน่าจะสะท้อนผลประกอบการที่ชะลอตัวไปมากแล้ว อีกทั้งเรายังเชื่อว่าการเติบโตของกำไรของบริษัทในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากอุปสงค์ของ PCBs ในกลุ่มยานยนต์ที่ยังดีต่อเนื่อง และการขยายกำลังการผลิต เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคาดกำไรหลักเบื้องต้นในไตรมาส 4/60 ที่ 643 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อน
    ขณะที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า เรายังคงคำแนะนำ ถือ โดยให้ราคาเป้าหมายครึ่งปีแรกของปี 61 ที่ 93 บาท อิงจาก PER ที่ 17 เท่า ทั้งนี้ มีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมหลายตัว อย่างเช่นอัตราแลกเปลี่ยน และ ราคาทองแดง ดังนั้น อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทจึงเผชิญแรงกดดันมากขึ้น และอาจจะทำให้เป็น downside ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ได้
    ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ลดคำแนะนำลงเป็น ขาย โดยให้เหตุผล 3 ข้อ คือ 1) กำไรปกติไตรมาส 3/60 ต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส และต่ำกว่าตลาดคาดถึง 21% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากเงินบาทแข็ง และราคาทองแดงที่เป็นขาขึ้น 2) เราปรับประมาณการกำไรปี 60-61 ลงปีละ 13% เพื่อสะท้อนต้นทุนทองแดงขาขึ้นและการเติมรายได้ที่ทำได้ช้ากว่าคาด ซึ่งเราคาดตลาดจะปรับประมาณการปี 60-61 ลงราว 10-15% เป็นอย่างน้อยเช่นกัน และ 3) ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 61 ที่ 83.50 บาทต่อหุ้น เทียบกับราคาตลาด ณ ปัจจุบันถือว่ายังมี Downside Risk อยู่มาก
    สำหรับราคาทองแดงที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 6.3 พันดอลลาร์ต่อตัน ในปลายไตรมาส 3/60 เป็น 7 พันดอลลาร์ต่อตัน ในต้นเดือน พ.ย. 60 และเป็นปัจจัยหลักที่ยังกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ต่อไป โดยปกติ KCE จะสั่งซื้อล่วงหน้า 2 เดือน ดังนั้นราคาทองแดงที่สูงจะกระทบการปรับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/60 – 1/61 ที่อาจไม่สดใสแม้ว่าประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตใหม่จะเพิ่มขึ้น ขณะที่เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าเล็กน้อย จะช่วยลดแรงกดดันได้บ้าง ภาพรวมเรามองว่ากำไรมีแนวโน้มทรงตัว และอาจดีขึ้นรายไตรมาสในช่วงไตรมาส 1/60 หากราคาทองแดงไม่ขึ้นแรงต่อจากนี้
    นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์กันว่า KCE อาจจะหลุดจากดัชนี SET50 ในรอบถัดไป
    บล.ทรีนี้ตี้ ระบุว่า จากผลการศึกษาในช่วง 3 รอบการคำนวณหลังสุดอีกครั้ง พบว่าหุ้นที่ถูกตัดออกจากดัชนี มีการปรับตัว Underperform ตลาดเฉลี่ยเพียงแค่ 2% นับตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงวันมีผลบังคับใช้ ซึ่งไม่ได้เป็นระดับที่มีนัยสำคัญแต่อย่างใด และหลังจากนั้นราคายังมีการปรับตัว Rebound ขึ้นได้ราว 3% ในช่วง 1 เดือนหลังจากนั้น ด้วยเหตุนี้ยังคงแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ต่อไป
    ทั้งนี้ หากราคามีการปรับตัวลงมาบริเวณกรอบ 95 บาทอีกครั้ง มองเป็นโอกาสในการเข้าสะสมเพิ่ม เนื่องจากประเมินราคาทองแดงในระยะกลาง-ยาวมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากการหมดประเด็นแรงเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า บวกกับแนวโน้มการแข็งค่าของเงินดอลลาร์

    ดูเหมือนว่าการฟื้นตัวของ KCE จะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ หลังจากที่ราคาหุ้นส่งสัญญาณจบขาขึ้นรอบใหญ่ลงไปแล้ว แม้กำลังการผลิตของ KCE จะเพิ่มขึ้นจากโรงงานใหม่ และยอดขายยังคงเติบโตได้เล็กน้อย แต่ด้วยปัจจัยสำคัญทั้ง ราคาทองแดง และ ค่าเงินบาท ซึ่งบริษัทยังไม่สามารถควบคุมได้ ฉะนั้น อนาคตหลังจากนี้ คงได้แต่ลุ้นให้ปัจจัยเหล่านี้กลับมาเป็นใจโดยเร็วเท่านั้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด