หุ้นฮ็อต

| 8 พฤศจิกายน 2560 | 13:39

SIRI ปูพรมตลาดโลก - ซื้อโครงการ PACE ปิดจุดอ่อน Backlog

    SIRI พุ่งสูงสุดรอบกว่า 4 ปี หลังประกาศเข้าลงทุน 3 บริษัทในต่างประเทศ เพื่อดันการเติบโต พร้อมเซ็น MOU ซื้อโครงการอสังหาฯ ต่อจาก PACE  ขจัดจุดอ่อน Backlog ต่ำ โบรกฯ จ่ออัพเป้าหากมีความความชัดเจน 

    ราคาหุ้น บมจ.แสนสิริ (SIRI) เช้านี้ปรับขึ้นแตะ 2.48 บาท สูงสุดในรอบกว่า 4 ปี นับจากเดือน ส.ค.56 ที่ขึ้นไปแตะ 2.54 บาท  โดยเปิดการซื้อขายที่ 2.48 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 2.44 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 1.67% มูลค่าการซื้อขาย 654 ล้านบาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 200% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
     SIRI ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเน้นโครงการในเขตชุมชน เมืองหรือใกล้ศูนย์กลางทางธุรกิจ มีกลุ่มเป้ าหมายคือลูกค้าระดับกลาง-บน
    ในช่วง 3 ปีทีผ่านมา (2557-2559) SIRI ทำกำไรในช่วง 3.3-3.5 พันล้านบาทต่อปี ส่วนครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 1.3 พันล้านบาท (+11.71%) YoY
    นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา SIRI วางกลยุทธ์การเติบโตด้วยการ Joint Venture ( JV) โดยจับมือกับ BTS สร้างคอนโดฯ ขายตามแนวรถไฟฟ้า แบรนด์ "เดอะไลน์" แต่ที่ผ่านมายังแบกรับผลขาดทุน ซึ่งปี 2561 เป็นต้นไปจะเป็นปีแรกที่ SIRI เริ่มบุ๊คกำไรจาก JVกับ BTS เข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ
    และเมื่อเดือน ส.ค. 60 ที่ผ่านมา ทำ JV กับ Tokyu Corporation และ Saha Tokyu Corporation ผู้พัฒนาอสังหาฯ จากญี่ปุ่น โครงการแรกที่พัฒนาร่วมกันคือ "Taka Haus"  เอกมัย มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นชาวญี่ปุ่น 
    ด้านราคาหุ้น SIRI เคยทำจุดสูงสุดไว้ที่ 4.83 บาท เมื่อเดือน มี.ค. ปี 2556 ก่อนจะย่อตัวลงเคลื่อนไหวในระดับ 2 บาทบวกลบ 
    เช้านี้ราคาหุ้น  SIRI รีบาวน์มาแตะ 2.48 บาทอีกครั้ง ตอบรับ 2 ประเด็นบวกที่สำคัญ ซึ่งเป็นสตอรี่ที่หนุนราคาในช่วงสั้น และจะดีกับบริษัทฯ ในระยะยาว ได้แก่ 1.การเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ในต่างประเทศ และ 2.การเซ็น MOU กับ PACE เพื่อทำ Due diligence เข้าซื้อโครงการ "นิมิต หลังสวน" และห้องชุดโครงการมหานคร
    SIRI แจ้งว่าจะเข้าลงทุน 3 บริษัทในต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษและเวลส์ และสวิตเซอร์แลนด์โดยลงทุนใน (1) บริษัท Standard International ในสหรัฐฯ  มูลค่า 58 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,030 ลบ.) หรือ 35.09%  เพื่อบริหารโรงแรมแบรนด์ "The Standard" และ "Bunkhouse" , บริหารกิจการร้านอาหารมากกว่า 10 แบรนด์  และบริหารจองห้องพักโรงแรม ด้วยแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า "One night stand"
        2. เข้าลงทุนบริษัท Flying Jamon ในอังกฤษและเวลส์  219.75 ล้านบาท  (11.20%) เพื่อบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า ภายใต้แบรนด์ Hostmaker  และบริการโรงแรมระดับ 5 ดาว  และ 3.เข้าลงทุนบริษัท "Winkontent AG" ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มูลค่าการลงทุน  195.87 ล้านบาท (13.04%) เพื่อประกอบธุรกิจหลักด้านสื่อ (Media) ได้แก่ นิตยสาร "Monocle" , วิทยุ 24 ชั่วโมง , E-commerce , ร้านขายสินค้าแฟชั่น และการจัดงาน event ต่างๆ เป็นต้น 
    นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ SIRI กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้นับเป็นการพัฒนาที่อยู่นอกเหนือธุรกิจหลักเป็นครั้งแรก โดยบริษัทมีแผนขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกและมุ่งลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ใหม่ ๆ จากธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอาศัยพันธมิตรในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก    
    นอกจากนี้ SIRI ยังเซ็น MOU เข้าซื้อโครงการ "นิมิต หลังสวน" และห้องชุดโครงการมหานคร จาก บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE โดยกำหนดระยะเวลาทำ Due diligence  60 วัน ก่อนจะสรุปว่าซื้อหรือไม่ซื้อ 
    ในขณะที่โบรกฯ มองข้ามช็อตไปแล้วว่า SIRI น่าจะซื้อและได้ในราคาที่คุ้มค่า เป็นบวกต่อ SIRI  และช่วยกำจัดจุดอ่อนด้าน Backlog ของบริษัทฯ ที่วงการมองว่าต่ำรองรับรายได้ปีหน้าไม่มาก  แต่การได้โครงการนี้จะทำกำไรได้เร็วเพราะโครงการใกล้โอนแล้ว  
    บล.เคจีไอ กล่าวว่า โครงการนิมิตหลังสวน ขายได้แล้ว 90% ( มูลค่าโครงการ 7.6 พันล้านบาท ) คาดโอนในปี 2561 ส่วนโครงการเดอะริทช์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ขายได้แล้ว 70-75% (มูลค่าโครงการ 1.45 หมื่นล้านบาท) และโอนแล้วบางส่วน และกว่าจะทำ Due diligence เสร็จกระบวนการซื้อขายน่าจะเสร็จสิ้นได้ภายใน Q1//61 
    ดังนั้น เชื่อว่าโครงการทั้ง 2 จะช่วยเร่งให้ SIRI มีรายได้จากการโอนโครงการและกำไรโตขึ้นอย่างชัดเจนในปี 61 จากเดิมที่มี  Backlog  รองรับรายได้ปี61 ไม่มากนัก   เช่นเดียวกับ  "บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส"  ที่มองว่าถ้าสำเร็จจะเป็นบวกกับทั้ง SIRI ที่ได้โครงการมาขาย บันทึกรายได้และกำไรได้เร็ว
    บล.จีเอ็มโอ-แซด คอม มองว่า  SIRI น่าจะซื้อทรัพย์สิน PACE  ได้ในราคาถูก  เช่นเดียวกับ บล.กสิกรไทย มองว่า SIRI จะสามารถซื้อโครงการดังกล่าวในราคาที่คุ้มค่า และจะเป็นประโยชน์ในแง่ผลการดำเนินงานในอนาคต  นอกจากนั้น ราคาหุ้นยังมีประเด็นเรื่องการแปลงสภาพ SIRI-W2 จะสิ้นสุด 24 พ.ย. เป็นอีกปัจจัยให้เก็งกำไร 
    ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ของ SIRI นักวิเคราะห์มองว่าจะยังคงเติบโต อีกทั้งหากปิดดีลซื้อโครงการจาก PACE จะเพิ่มอัพไซด์จากฐานกำไรที่เพิ่มขึ้น
    บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดกำไรสุทธิ 3Q17F ที่ 780 ลบ. เพิ่มขึ้น +29% y-y, -3% q-q จากบันทึกกำไรจากบ. JV ที่ 150 ลบ.มากกว่าคาดเดิม  โดยในช่วง 4Q17F คาดจะมีการเปิดโครงการใหม่กว่า 2 หมื่นลบ. ผลักดันให้ Presale เติบโตโดดเด่น และผลประกอบการเติบโต q-q
    มูลค่าพื้นฐาน 2018F ที่ 2.50 บาท ปัจจุบันซื้อขายที่ PER18F 10x และคาดอัตราเงินปันผลสูงถึง 6-6.5%
    การลงนามบันทึกความเข้าใจ เจรจาเข้าซื้อโครงการนิมิตหลังสวน (ทั้งโครงการ) และห้องชุดโครงการมหานคร (53 ห้อง) จาก PACE คาดเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น หนุนจาก Upside ฐานกำไรส่วนเพิ่มของการเข้าซื้อในช่วงถัดไป
    ในทางเทคนิค  บล.ไอร่า ระบุว่า ราคาที่ผ่าน 2.44 บาทขึ้นมาได้ จะเป็นสัญญาณซื้อที่จะมีแนวต้านเป้าหมายใหญ่ถัดไปที่บริเวณ 2.66 บาทเป็นอย่างน้อย แนะกลยุทธ์ ทยอยซื้อสะสมเล่นรอบใหญ่  ตัดขาดทุน 2.30 บาท 

    จากนี้คงต้องจับตาว่า นักวิเคราะห์จะให้มูลค่ากับ SIRI เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน จากปัจจุบันที่มูลค่าที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 2.00-2.64 บาท ซึ่งยังไม่ได้รวมอนาคตจากแผนการเข้าลงทุนรอบใหม่ในต่างประเทศ การซื้อโครงการนิมิตหลังสวน และห้องชุดโครงการมหานคร ขณะที่การเข้าเก็งกำไรยังต้องระมัดระวัง เนื่องจากระยะเวลาทำ Due diligence นานถึง 6 เดือน อาจเกิดเหตุผลิกโผขึ้นได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด