หุ้นฮ็อต

| 7 พฤศจิกายน 2560 | 09:23

D พุ่งนิวไฮ รับข่าวศูนย์ทันตกรรม แต่เปิดใช้จริงปี 62

    D พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่เข้าเทรดเมื่อต้นปี จับตา! โปรเจ็กตั้งศูนย์ทันตกรรมย่านเพลินจิต ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 62 โบรกหวังเริ่มทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรก ขณะที่แนวโน้มกำไรครึ่งหลังปีนี้ถูกหั่นเป้าลง แต่ยังเติบโตได้จากปีก่อน

    ราคาหุ้น บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D พุ่งแรง 2 วันติด บวกเกือบ 10% แตะ 10 บาท พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 200% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ก่อนที่ราคาหุ้นจะลงมาปิดที่ 9.85 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาด mai เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติเงินลงทุน 450 ล้านบาท เตรียมสร้างโรงพยาบาลทันตกรรมเฉพาะทาง บริเวณเพลินจิต
    D ประกอบธุรกิจให้บริการทางทันตกรรมแบบครบวงจร ในรูปแบบศูนย์ทันตกรรมและคลินิกทันตกรรม โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 12 สาขา แบ่งเป็นการดำเนินการภายใต้แบรนด์ BIDC 1 สาขา, Dental Signature 3 สาขา และ Smile Signature 8 สาขา
    นอกจากปัจจัยบวกจากโครงการลงทุนสร้างโรงพยาบาลทันตกรรมแล้ว สิ่งที่ตลาดคาดหวังต่อหุ้น D คือ แนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลัง ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากฤดูกาล และการขยายสาขาในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าจับตามองว่า การวิ่งขึ้นของราคาหุ้นอย่างรวดเร็วในครั้งนี้ จะสามารถยืนระยะได้ขนาดไหน เพราะกว่าที่การลงทุนใหม่จะเริ่มสร้างรายได้คือในอีกกว่า 1 ปี และการขยายสาขาในปีนี้ดูเหมือนจะทำได้ต่ำกว่าแผน
    บล.บัวหลวง แนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 10.50 บาท อิง P/E 35 เท่า เทียบค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงพยาบาล บริษัทมีโมเด็ลธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเน้นการรักษาในระดับ Premium มากกว่าการเร่งขยายสาขา ซึ่งบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าที่สมดุลกันระหว่างคนไทย และชาวต่างชาติ 50:50 ซึ่งพร้อมสำหรับการเติบโตไปกับเทรนด์ Dental tourism อีกทั้งยังมีโครงการใหม่ โรงพยาบาลทันตกรรม (Bangkok International Dental Hospital: BIDH) ซึ่งจะหนุนให้พื้นฐานของบริษัทเปลี่ยนไป แบบก้าวกระโดด ซึ่ง BIDH จะหนุนให้ D มีจำนวนเตียงทันตกรรมเพิ่มสูงถึง 50% ใน 2-3 ปีข้างหน้า อีกทั้งบริษัทมีแผนการบริหารจัดการให้ BIDH สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินการ (ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ)
    คาดกำไรไตรมาส 3/60 ที่ 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาส 2/60 แต่ทรงตัวจากปีก่อน โดยกำไรที่ดีขึ้นเกิดจากปัจจัยฤดูกาล ในขณะที่การดำเนินงานในสาขา Dental Signature และ Smile Signature มีอัตราการใช้บริการที่สูงขึ้น เราคาดกำไรในไตรมาส 4/60 จะเร่งตัวขึ้นทั้งจากปีก่อน และจากไตรมาส 3/60 โดยโรงพยาบาลทันตกรรม (BIDH) จะเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญ คาดพื้นฐานของบริษัทจะเปลี่ยนไปหลังจากที่โรงพยาบาลทันตกรรม (Bangkok International Dental Hospital: BIDH) เปิดดำเนินการในปี 62 ซึ่งจะเน้นลูกค้า high-end ทั้งในและต่างประเทศ ห้องทันตกรรม 33 ห้อง ห้องพักผู้ป่วย 2 ห้อง และห้องผ่าตัด (Operation room) 1 ห้อง การลงทุนใน BIDH จะใช้เงินลงทุนราว 450 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 275 ล้านบาท อาคาร 130 ล้านบาท อุปกรณ์และอื่นๆ ราว 44 ล้านบาท คาดผลตอบแทน Projected IRR 10.61% –13.23% และ Equity IRR ราว 13.38% –17.45% (อ้างอิงรายงาน IFA)
    ขณะที่ บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ปรับประมาณการกำไรปี 60-61 ลง 10% และ 6% ตามลำดับ จากที่ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เติบโตปีละ 5-10% เพื่อความอนุรักษ์นิยมฝ่ายวิจัยปรับประมาณการเติบโตของรายได้ลดลง 5% เหลือ 461 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 5% และปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเป็น 25% จากเดิม23.7% ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ลดลง 10% เหลือ 50 ล้านบาท เติบโต 19% สำหรับปี 61 ฝ่ายวิจัยปรับประมาณรายได้ลดลง 6% เหลือ 484 ล้านบาท เติบโต 5% ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิลดลง 6% เหลือ 58 ล้านบาท เติบโต 16%
    อย่างไรก็ดี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 10.22 บาท จากมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานในอนาคตที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 60 บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ 3-4 แห่งและปี 62 เปิดโรงพยาบาลทันตกรรม จากปัจจุบันที่มีศูนย์ทันตกรรมและคลินิกทันตกรรมทั้งหมด 13 สาขา
    บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลัง คาดขยายตัวต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ เนื่องจาก BIDC มีรายได้ชะลอตัวจากที่มีผู้เข้าใช้บริการไม่สูงมาก อีกทั้งต่างชาติบางส่วนได้ใช้เวลาตัดสินใจเข้าใช้บริการนานขึ้น ส่วนหนึ่งคาดมาจากจำนวนวันหยุดยาวมากกว่า กอปรกับตรงกับช่วงพระราชพิธีฯ ปรับกำไรปี 60 ลง 13% เป็น 47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากปีก่อน ตามการปรับสมมติฐานรายได้ลงเหลือ 454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน สำหรับการขยายสาขาในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเพียงแค่ 1 แห่ง ที่ศูนย์การค้า EmQuartier (เปิดเมื่อ ส.ค. 60) เพราะยังไม่ได้ทำเลอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้ แนะนำ ซื้อ เนื่องจากผลประกอบการทั้งปียังคงเติบโต ให้ราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 10.2 บาท
    ทั้งนี้ ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ว่า โรงพยาบาลทันตกรรมแห่งใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 62 ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันผลการดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งไต่ไปแตะที่ระดับ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 63 โดยจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ และชาวไทยที่มีรายได้ระดับปานกลางถึงบน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อเป็นอย่างมาก
    สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ D ในปี 58 มีรายได้รวม 414 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 12.3 ล้านบาท ปี 59 มีรายได้รวม 441 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 42.52 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีรายได้รวม 223 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 22.55 ล้านบาท

    หุ้น D กลับมาอยู่ในโมเมนตัมที่ดีอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้นต่อเนื่องจากราว 8.2 บาท อย่างไรก็ดี การจะวิ่งขึ้นให้ได้ต่อเนื่องจำเป็นจะต้องมีพื้นฐานกำไรมารองรับเช่นกัน แม้ตัวเลขกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกจะเป็นบวก แต่การเข้ามาระดมทุนในตลาดเมื่อต้นปี ทำให้กำไรต่อหุ้นของ D ลดลง ซึ่งหลังจากนี้บริษัทคงจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถเปลี่ยนทุนที่ได้เพิ่มเป็นกำไรได้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด