หุ้นฮ็อต

| 6 พฤศจิกายน 2560 | 09:11

UTP เก็งงบ Q3/60 พีคสุดของปี - พบบอร์ดทยอยขายหลังราคาเกินพื้นฐาน

    UTP วิ่งทำ All Time High เก็งงบ Q3/60 กำไรกระฉูด พบ บลจ.บัวหลวงเดินหน้าเก็บเข้าพอร์ต ล่าสุดถือ 5.58% ขณะที่กรรมการทยอยรินขายที่ราคาเกิน 9 บาท ซึ่งถือว่าสูงว่ามูลค่าพื้นฐาน

    หุ้น บมจ. ยูไนเต็ด เปเปอร์ หรือ UTP เคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยราคาปิดที่ระดับสูงสุดของวัน 9.55 บาท และยังถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขาย พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 475% จากที่ซื้อขายวันละ 7.52 ล้านหุ้นเพิ่มเป็น 35.74 ล้านหุ้น
    UTP ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระดาษคราฟท์ซึ่งใช้สำหรับอุตสาหกรรมหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ ประเภทกล่องลูกฟูกและกระดาษทำผิวกล่อง
    ผลการดำเนินงาน UTP เคยพีคสุดเมื่อปี 2556 ที่ 215 ล้านบาท จากนั้นอ่อนตัวลงเหลือ 191 ล้านบาทในปี 2559 ส่วนงวดครึ่งแรกของปีนี้มีกำไรสุทธิ 124 ล้านบาท
    สัญญาณราคาหุ้น UTP ที่พุ่งขึ้นในรอบนี้ เกิดขึ้นก่อนประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะเป็นไตรมาสที่กำไรสูงสุดของปีนี้ ขณะที่คาดการณ์กำไรทั้งปีที่ 318 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
    บล.เคทีบี ระบุในบทวิเคราะห์ คาด UTP รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121%YoY และ 32%QoQ จาก 
    1) คาดการณ์กำลังการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น, 2) การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า co-generators ลดรายจ่ายไฟฟ้า, และ 3) การประหยัดภาษีจาก BOI ของไลน์การผลิตใหม่ คาดกำลังการผลิตของ UTP ช่วง 3Q17 ที่ 500 ตัน/วัน ในขณะที่ช่วง 3Q16 และ 2Q17 อยู่ที่ 300 ตัน/วัน และ 400 ตัน/วัน ตามลำดับ จากไลน์การผลิตเก่าที่กลับมาดำเนินงานได้ ส่งผลให้รายได้เติบโต 68% YoY, 43% QoQ 
    เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ที่ 318 ล้านบาท (+66% YoY) กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกคิดเป็น 66% ของประมาณการทั้งปี โดยคาดการณ์บริษัทจะเติบโตได้ดีในช่วง 4Q17 จากกำลังการผลิตที่สามารถ ramp up ขึ้นไปที่ 600-700 ตันต่อวันได้ นอกจากนี้ในช่วง 4Q17 บริษัทจะมีการประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าจากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า co-generators เต็มไตรมาส คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดลงราว 9-15 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถ ramp up กำลังการผลิตให้อยู่ในระดับสูงตามที่เราคาดไว้ได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นเรื่องการ ramp up กำลังการผลิตเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ UTP
    ด้าน บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุเครื่องจักรใหม่ 2 เครื่องกลับมาเดินได้ปกติ หลังจากได้มีการหยุดไปจากที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า 5 วันในช่วงปลาย ส.ค.60 จากปัญหาทางด้านเทคนิคในส่วนของ boiler ของ co-generator 12.5 MW ยังผลให้ผลผลิตเดือน ส.ค.60 ออกมาเพียง 13k ตัน จากเป้าที่ 16k ตัน จึงคาดว่าผลการดำเนินงานในงวด 3Q60 ยังออกมาไม่โตก้าวกระโดดนักเทียบ q-o-q เป็น 68 ล้านบาท เพิ่ม 8% q-o-q แต่โตก้าวกระโดด 81% y-o-y
    คาดว่าจะได้เห็นการกลับมาเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในงวด 4Q60 เมื่อการผลิตจากเครื่องจักรใหม่ทำได้เต็มที่ กำลังการผลิตเพิ่มได้ถึง 170% อย่างไรก็ตามเชื่อว่าอุปทานจากเวียดนามดูเหมือนจะไม่มีผลกับตลาดโดยรวม
    สอดคล้องกับผู้บริหารที่คาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จะสูงสุดของปีในไตรมาส 3/60 เนื่องจากสามารถปิดออเดอร์ได้ ส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้น
    นายมงคล มังกรกนก กรรมการผู้จัดการ หรือ UTP เคยให้สัมภาษณ์ระบุว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 3/60 ที่ผ่านมา จะเติบโตสูงสุดของปี 2560 และปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสามารถปิดคำสั่งซื้อ (Order) ได้ตามระยะเวลาที่ลูกค้าสั่ง ส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ไม่สามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ทัน
    นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/60 มั่นใจแนวโน้มผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 เนื่องจากมีออเดอร์จากลูกค้าต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3/60 ซึ่งเพิ่มยอดขายในไตรมาส 4/60 ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากวันหยุดพิเศษและวันสำคัญในช่วงปลายปี จึงประเมินว่าจะได้รับผลกระทบเล็กน้อย
    อย่างไรก็ตาม ราคากระดาน UTP ล่าสุดที่ราว 9.55 บาท ถือว่าเกินกว่าราคาพื้นฐานที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้  
    บล.เคทีบี ระบุเราปรับคำแนะนำ UTP เป็น “ถือ” ด้วยราคาเหมาะสมเดิมที่ 9.00 บาท อิง P/E เฉลี่ย 1 ปีของ UTP ที่ 18.4 เท่า ราคาหุ้น UTP ปรับตัวขึ้นมากว่า 20% จากบทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ของเรา ส่งผลให้ราคาปัจจุบันกับราคาเหมาะสมมี upside ที่จำกัด
    ส่วน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ให้ราคาพื้นฐานที่ 8.80 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 61 ที่ 12.5 เท่า คาดว่า UTP จะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของธุรกิจกระดาษ ตามอุปทานที่ขาดแคลน และการเพิ่มขึ้นด้านราคาของ containerboards ที่จีน คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปีนี้และปีหน้าสูงมากเป็น 39%/72% เทียบ y-o-y ตามลำดับ แต่ต้องติดตามการใช้กำลังการผลิตว่าจะทำได้ดีเพียงไร
    นอกจากนี้ยังพบว่า UTP เป็นหุ้นที่อยู่ในสายตาของนักลงทุนสถาบัน โดยล่าสุด บลจ.บัวหลวง เข้ามาเก็บหุ้นต่อเนื่องจนถือเกิน 5% แล้ว
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุในแบบรายงานการได้มา/จำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) บลจ.บัวหลวง การได้มาหุ้น UTP   เมื่อวันที่ 30/10/2560 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มาคิดเป็น  0.64% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น  5.58% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
    ขณะเดียวกัน กลับพบว่า นายกำจร  ชื่นชูจิตต์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ ทยอยขายหุ้น UTP อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ราคาเกิน 9 บาท
     รายละเอียด คลิ๊กที่นี่ 

    แม้ UTP จะเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรในระดับสูง โดยเฉพาะในไตรมาส 3/60 แต่ราคาที่วิ่งเกินมูลค่าพื้นฐาน และผู้บริหารที่รินขายหุ้นต่อเนื่องเมื่อราคาเกิน 9 บาท ก็เป็นสิ่งที่ต้องใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด