หุ้นฮ็อต

| 3 พฤศจิกายน 2560 | 13:38

TRUE ร่วงรับศึกชิงคลื่นรอบนี้แข่งดุ จับตางบผ่านจุดต่ำสุด?

    TRUE  ต่ำสุดรอบ 2 เดือน ตลาดกังวลความเสี่ยงศึกชิงคลื่นรอบนี้แข่งดุ หลัง กสทช.เปิดให้ผู้เล่นรายใหม่เข้าประมูลได้ และอาจใช้เกณฑ์ N-1 จะยิ่งสู้ราคากัน สำรวจความพร้อมการเงิน TRUE วงการเชื่อไม่เพิ่มทุน แต่ยังคงเป้าพื้นฐานไปจนกว่าจะมีข้อสรุปเกณฑ์ประมูลในปีหน้า จับตาผลการดำเนิงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือไม่
 
    ราคาหุ้น บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เช้านี้ปรับลง ด้วยมูลค่าการซื้อขายติด Top5 โดยราคาเปิดที่ 5.75 บาท และปรับลดลงต่ำสุดที่ 5.65 บาท ก่อนปิดกาณซื้อขายภาคเช้า 5.75 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.71% มูลค่าการซื้อขายสูงสุดอันดับ 2 ที่ 1.11 พันล้านบาท และปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 206% เทียบค่าเฉลี่ยน 5 วันทำการก่อนหน้า ตามฟังก์ชั่น F6 ของ eFin Stock Pick Up
    TRUE มี 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่  1.ธุรกิจออนไลน์ ภายใต้ทรูออนไลน์ 2.ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้ทรูมูฟ เอช โดยมีคลื่นในมือรวม 55 MHz (ความถี่ย่าน 900 , 1800 และ 2100 MHz )  และ 3.ธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก และโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลภายใต้ ทรูวิชั่นส์
    ผลการดำเนินงาน ขาดทุนติดกัน 5 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 2/59 ส่งผลให้งวดปี 2559 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 2.8 พันล้านบาท จากปี 2558 มีกำไรสุทธิ 4.4 พันล้านบาท และงวด 6 เดือนแรกปีนี้ ขาดทุนสุทธิ 2.39 พันล้านบาท และมีขาดทุนสะสม 29,402 ล้านบาท
    ราคาหุ้น TRUE ตลอดปีนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 5.00-7.50 บาท  โดยราคาต่ำสุดของปีที่ 5.00 บาท เกิดขึ้นในช่วงหลังแจ้งงบไตรมาส 2/60 ที่บริษัทขาดทุนหนัก ทั้งจากไตรมาสก่อนและจากช่วงเดียวกันปีก่อน 
    เช้านี้ราคาหุ้น TRUE ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 2 เดือนนับจาก 5.50 บาท เมื่อต้นเดือน ก.ย. หลังตลาดกังวลประมูล 4G รอบใหม่ ราคาเริ่มต้นสูงกว่าเดิม และการแข่งขันน่าจะยังรุนแรง เพราะรอบนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดโอกาสให้รายใหม่เข้าประมูลได้  
    วานนี้ กสทช. เปิดหลักเกณฑ์ประมูลคลื่น 900 MHz และ 1800 MHz ที่กำลังจะหมดอายุลงในเดือน ก.ย. 2561 ราคาเริ่มต้นของการประมูลครั้งนี้สูงถึง 3.7 หมื่นล้านบาท เทียบกับครั้งก่อนที่หมื่นกว่าล้านบาท  และได้ปรับเพิ่มค่าปรับกรณีผู้ชนะเบี้ยวประมูลเป็น 20% ของราคาเริ่มต้น จากครั้งก่อนแค่ริบเงินประกัน 5%  
    นายสิทธิชัย  ดวงรัตนฉายา นักวิเคราะห์จาก บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า  ราคาหุ้น TRUE ที่ปรับลงในวันนี้ มองว่าน่าจะเกิดจากความกังวลของนักลงทุน ในประเด็นความเสี่ยงของการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ ที่จะลงแข่งขันประมูลในครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันราคากันสูงขึ้น แม้ว่า JAS เคยยืนยันจะไม่เข้าประมูล แต่ก็อาจมีรายอื่น เช่น SAMART เป็นต้น และยังกังวลวิธีการประมูลแบบ  N-1 (จำนวนผู้ประมูลมากกว่าจำนวนใบอนุญาต) ซึ่งหมายถึงจะต้องมี 1 รายที่ไม่ได้ใบอนุญาต  จากความเสี่ยงทั้ง 2 ประการนี้  ทำให้ MBKET จึงยังคงประมาณการเดิม ที่ราคาเป้าหมาย 6.17 บาทไปก่อน 
    ส่วนความพร้อมด้านเงินทุน เชื่อว่ารอบนี้ TRUE จะไม่เพิ่มทุนเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เตรียมแผนรองรับไว้ จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF  ประกอบกับการใช้ทางเลือกเพิ่มทุนน่าจะเป็นได้ยาก เนื่องจากผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ไชน่าโมบาย อาจต้องคิดหนัก เนื่องจากการใส่เงินเพิ่มทุนในครั้งที่ผ่านมาจนปัจจุบัน ราคาหุ้น TRUE ก็ยังไม่ขึ้นมาเท่ากับราคาทุน
    "เชื่อว่ากรณีนี้เขาจะไม่เพิ่มทุน เพราะเขาเพิ่งขาย DIF และทางไชน่าโมบายคงไม่ใส่เงินอีก และเที่เคยใส่เงินไปก่อนหน้านี้ ราคาหุ้นก็ยังไม่เท่าที่เขาใส่เงินไป ปันผลก็ยังไม่มีให้ "  นายสิทธิชัย กล่าว
    ด้าน บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ เชื่อว่า กสทช. จะไม่ใช้วิธีการประมูลแบบ N-1 โดยจะต้องรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนที่จะสามารถสรุปบันทึกข้อสนเทศ (IM) ของการประมูลและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลการดำเนินงาน TRUE คาดว่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/60 และจะขาดทุนลดลงในไตรมาส 3/60 นอกจากนี้การขายสินทรัพย์เข้ากอง DIF รอบใหม่ ช่วยให้ TRUE ได้เงินสดหลังเพิ่มทุน DIF ราว 4 หมื่นล้านบาท หนุนให้ฐานะการเงินแข็งแกร่ง net debt to equity ที่ 0.4 เท่าและ net debt to EBITDA เพียง 1.8 เท่า สร้างความพร้อมให้กับบริษัทในการประมูลคลื่น 1800MHz หากราคาประมูลต่ำผิดปกติ และ/หรือ การขยายในธุรกิจอื่นๆ เพื่อทิ้งห่างเบอร์ 3 
    ทั้งนี้คาดว่า TRUE บันทึกกำไรพิเศษ 7 พันล้านบาทในปี 2560 และ 2.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2561 ทำให้ความกังวลขาดทุนหมดไปในช่วง 2 ปีข้างหน้า ยังแนะนำซื้อประเมินราคาเป้าหมาย 7.80 บาท 

    ราคาหุ้น TRUE ที่ปรับลงวันนี้ อาจจะเป็นการย่อลงในระยะสั้นจากความกังวลของการประมูลคลื่นรอบใหม่ ว่าจะมีผู้เข้าแข่งขันกี่ราย และ กสทช. จะใช้วิธีการประมูลในรูปแบบใด ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่มีข้อสรุป แต่ระยะสั้นที่น่าจับตานี้คือ งบไตรมาส 3/60 ว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นตามที่คาดหวังหรือไม่ ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นหลักที่จะสะท้อนราคาหุ้นได้อีกครั้ง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด