หุ้นฮ็อต

| 3 พฤศจิกายน 2560 | 09:15

CENTEL ทุบสถิติ All Time High แต่กูรูมองพื้นฐานต่างสุดขั้ว

          CENTEL วอลุ่มปูดกว่า 300% ดันราคาทำสถิติสูงใหม่ที่ 49.50 บาท จับตา! รายงานงบไตรมาส 3/60 โตต่อเนื่องหรือแค่ทรงตัว หลังนักวิเคราะห์เสียงแตก พร้อมให้ราคาเป้าหมายต่างกันถึง 45%

          ราคาหุ้น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL วิ่งขึ้นแตะ 49.50 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเกือบ 2 ปี และยังเป็นสถิติสูงสุดใหม่ จากที่เคยทำไว้ที่ 48.5 บาท เมื่อปลายปี 58 นอกจากนี้พบว่าปริมาณหุ้นที่ซื้อขายยังเพิ่มขึ้นถึง 351% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามฟังก์ชัน F6 ของ eFin Stock Pick Up
          CENTEL แบ่งเป็น 2 ธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจโรงแรมในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ของตนเอง เซ็นทารา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เซ็นทรา และธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรมภายใต้สัญญาบริหารโรงแรม 2. ธุรกิจอาหารจานด่วนในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ของตนเอง คือ เดอะ เทอเรส และ ริว และแฟรนด์ไชส์ คือ มิสเตอร์โดนัท, อาร์ตี้ แอนด์, เค.เอฟ.ซี, เปปเปอร์ลันช์, โคล สโตน, โยชิโนยะ, โอโตยะ, เทนยะ, คัตสึยะ และ ชาบูตง มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ
          ผลประกอบการของ CENTEL เติบโตมาต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน โดยปี 58 กำไรเพิ่มจาก 1,188.49 ล้านบาท มาเป็น 1,675.68 ล้านบาท หรือโต 40.99% ก่อนจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 1,849.55 ล้านบาท หรือ 10.37% ในปี 59 ส่วนครึ่งปีแรกที่ผ่านมา CENTEL มีกำไรรวม 1,181.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.26% จากปีก่อน
          แม้กำไรของ CENTEL จะยังเติบโตได้ แต่จะเห็นว่าเป็นการเติบโตที่ลดลงมาต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้น CENTEL ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นลักษณะของการแกว่งตัวออกข้างในกรอบประมาณ 35-45 บาท เท่านั้น 
          อย่างไรก็ดี ด้วยสัญญาณจากราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องใน 5 เดือนที่ผ่านมา บวกกับการทำจุดสูงสุดใหม่ น่าจะทำให้ตลาดเริ่มกลับมาคาดหวังกับ CENTEL กันมากขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะกับกำไรไตรมาส 3/60 ที่ใกล้จะประกาศ แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ แม้ส่วนมากจะมองไปในเชิงบวก แต่ก็มีบางมุมมองที่เชื่อว่าผลประกอบการของ CENTEL ในไตรมาสนี้ จะยังไม่ได้โดดเด่นอย่างที่ราคาหุ้นแสดงออกมาในช่วงนี้
          บล.เคทีบี(ประเทศไทย) คาดว่า กำไรสุทธิในไตรมาส 3/60 จะอยู่ที่ 386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาส 2/60 โดยการเพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจอาหารที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ดี แม้ว่า SSSG ในเดือน ก.ค. จะหดตัวลง 3% เดือน ส.ค. เพิ่ม 1% แต่เดือน ก.ย. กลับมาเติบโตได้โดดเด่นถึง 9.5% ซึ่งเป็นการเติบโตของทุกแบรนด์ ทำให้เราคาดว่า SSSG รวมจะเติบโตได้ 2% ส่วนธุรกิจโรงแรมเติบโตได้จากต่างจังหวัดเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่พัทยาและหัวหิน เนื่องจากได้รับผลดีจากนักท่องเที่ยวรัสเซียที่เพิ่มขึ้น และมีการปรับค่าห้องพัก (ARR) เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPar) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ 3% และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 40.5% เทียบกับปีก่อนที่ 39.1% จากการควบคุมต้นทุนได้ดี   
          เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% โดยคาดกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกคิดเป็น 77% ของประมาณการ ขณะที่ไตรมาส 4/60 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยว และธุรกิจอาหารจะฟื้นตัวจากฐานต่ำเมื่อปีก่อน
          คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายปี 61 ขึ้นเป็น 51 บาท จากเดิมที่ 47 บาท โดยปรับต้นทุนทางการเงินลดลงเป็น 4.2% จาก 5% เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง ประกอบกับ CENTEL มีโรงแรมในประเทศไทยสัดส่วนถึง 80% ซึ่งจะได้ประโยชน์จากภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศช่วง ไตรมาส 4/60 จะเติบโตได้อีกมากจากฐานต่ำในปีก่อน เพราะเจอการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ 
          ขณะที่ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส(ประเทศไทย) ระบุว่า คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/60 เติบโต 14% จากปีก่อน โดยธุรกิจโรงแรมในไทยยังคงแข็งแกร่ง ด้านธุรกิจอาหารจานด่วนคาดว่าอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSSG) จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ และคาดว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/60 – 1/61 จะยิ่งแข็งแกร่ง เพราะเข้าสู่ฤดูกาลที่ดีสุดของการท่องเที่ยว และเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการปี 61 ได้อีก หากออกมาดีกว่าคาด คงคำแนะนำ ซื้อ พร้อมปรับราคาพื้นฐานใหม่ขึ้นเป็น 52 บาท
          ด้าน บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) กลับมีมุมมองที่ต่างออกไปคนละมุม โดยคาดว่ากำไรของ CENTEL ในไตรมาส 3/60 จะยังไม่สดใส พร้อมให้เหตุผล 3 ข้อ สำหรับการคงคำแนะนำ ขาย ให้ราคาพื้นฐาน 35.5 บาท
          1) คาดกำไรปกติไตรมาส 3/60 ทำได้ 362 ล้านบาท แค่ทรงตัวทั้งจากปีก่อน และจากไตรมาส 2/60 โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมถูกกดดันจากการแข่งขันราคาในตลาดมัลดีฟส์ และกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มชะลอตัวตามภาคการบริโภคในประเทศ
          2) แม้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศจาก SSSG ที่พลิกเป็นบวกในเดือน ส.ค.-ก.ย. 60 แต่ในไตรมาส 4/60 อาจได้รับผลกระทบจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพบางส่วน รวมทั้งการขยายสาขาใหม่ยังเป็นไปอย่างระมัดระวังเพียง 4 สาขา จากเป้าบริษัทที่ขยายราว 14 สาขา ต่อไตรมาส
          3) ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ EV/EBITDA ปี 60 ที่ 13.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 13 เท่า

          เป็นที่น่าจับตามองว่าราคาหุ้นที่ขึ้นทำไปทำ All Time High ของ CENTEL จะเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้นรอบใหม่หลังจากราคาอืดมาถึง 4 ปีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาพุ่งนำผลประกอบการขึ้นไปแบบนี้ หากกำไรที่ประกาศออกมาไม่ได้ดีอย่างที่ตลาดหวังไว้ ก็มีโอกาสจะถูกเทขายลงมาได้ง่ายเช่นกัน.

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด