หุ้นฮ็อต

| 2 พฤศจิกายน 2560 | 09:19

LANNA นิวไฮรอบ 4 ปี กูรูชู 4 เหตุผลดันหุ้นโดดเด่นกว่ากลุ่ม

          LANNA  นิวไฮรอบ 4 ปี ร้อนแรงตามราคาถ่านหินที่ทรงตัวระดับสูง โบรกฯ ชู 4 เหตุผลครบเครื่อง ทั้งปัจจัยพื้นฐาน และ Valuation เคาะราคาเหมาะสม 20 บาท

          ราคาหุ้น บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) หรือ LANNA เคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงในการซื้อขายวานนี้ (1 พ.ย.) โดยปิดการซื้อขาย 16.20 บาท เพิ่มขึ้น 1.80 บาท หรือ 12.50% ทำนิวไฮรอบ 4 ปี และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 840% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 1.9 ล้านหุ้น เพิ่มมาเป็น 16.36 ล้านหุ้น 
          LANNA ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายถ่านหินทั้งในประเทศและต่างประเทศ แบ่งเป็น 1. ธุรกิจถ่านหินในประเทศ : นำเข้าถ่านหินจากเหมืองร่วมทุนและจากแหล่งอื่นในประเทศอินโดนีเซียมาจำหน่าย 2. ธุรกิจถ่านหินในต่างประเทศ : เข้าไปร่วมลงทุนทำเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย โดยนำเข้าถ่านหินจากเหมืองร่วมทุนมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศและส่งไปจำหน่ายยังประเทศอื่น ในแถบภูมิภาคเอเชีย
          ผลการดำเนินงาน LANNA กำไรลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิสูงถึง 1,043 ล้านบาท เหลือเพียง 271 ล้านบาทในปี 2559 ก่อนที่ครึ่งแรกของปีนี้ จะเริ่มเห็นทิศทางการเทิร์นอะราวด์ โดยมีกำไรสุทธิ 301 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนทั้งปี ซึ่งผลักดันด้วยธุรกิจถ่านหินถึง 81% และที่เหลือเป็นธุรกิจเอทานอลผ่านบริษัทย่อย TAE 
          สำรวจมุมมองนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ระบุ 4 เหตุผลที่ทำให้ LANNA น่าสนใจกว่าหุ้นถ่านหินตัวอื่น
          บล.หยวนต้า ระบุในบทวิเคราะห์ถึง 4 เหตุผลที่เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น LANNA 
          1) LANNA ใช้กลยุทธ์การทำธุรกิจถ่านหินด้วยการขายในราคา Spot แต่ล็อกปริมาณคำสั่งซื้อ ทำให้ LANNA ได้ประโยชน์เต็มที่กับทิศทางราคาถ่านหินที่เป็นขาขึ้น 
          2) TAE แม้จะต้องหยุดการผลิตไปครึ่งไตรมาสใน 4Q60 แต่ผลกระทบแทบไม่มีนัยสำคัญต่อ LANNA 
          3) จับตาการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาด 200MW ในอินโดนีเซียที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ คาดได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้  
          4) หากเทียบกับ BANPU เราเชื่อว่า LANNA มีความโดดเด่นเหนือกว่าทั้งในแง่ของการเติบโต / Valuation / Dividend Yield
          บทวิเคราะห์ระบุว่า  LANNA เป็นหนึ่งในผู้ร่วมยื่นข้อเสนอเป็นผู้ผลิตโรงไฟฟ้าหน้าเหมืองขนาด 200MW ในอินโดนีเซีย คาดว่ารัฐบาลอินโดนีเซียจะสรุปแผนดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้ โดยโครงกล่าวดังกล่าวจะเริ่มผลิตไฟฟ้าได้จริงในปี 2565 หาก LANNA ได้รับโอกาสดังกล่าว เบื้องต้นเราคาดว่ากำไรจากโครงการนี้จะส่งกลับมา LANNA ราว 75 ล้านบาท/ปี และยอดขายถ่านหิน LANNA จะเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านตัน/ปี คิดเป็นกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท ช่วยเพิ่มราคาเหมาะสมให้ LANNA อีก 3 บาท ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่รวมในประมาณการของเรา
          ขณะที่กรณี  TAE หยุดการผลิตเอทานอลชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาบ่อบำบัดน้ำเสียให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงอุตฯ ทำให้เราคาดว่า TAE จะเผชิญกับการขาดทุนสุทธิราว 94 ล้านบาท ใน 4Q60 แต่ส่งผลกระทบมายัง LANNA เพียง 48 ล้านบาท (ตามสัดส่วนการถือหุ้น 51%) แต่ในทางกลับกัน TAE กลับมาผลิตได้ตามปกติในปี 2561 เต็มปี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษและราคาเอทานอลที่ผ่านจุดต่ำสุดใน 1H60 ในปี 2561 เราประเมินกำไรสุทธิจาก TAE ที่ส่งมา LANNA เท่ากับ 130 ล้านบาท เทียบกับปี 2560 ที่ 33 ล้านบาท
          เราเลือกวิธี PER ในการประเมินมูลค่าเหมาะสม ด้วยค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 15 ปี เท่ากับ 14.8x เมื่อเทียบกับ EPS61 ได้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 เท่ากับ 20 บาท ราคาหุ้น YTD ขึ้นเพียง 5.8% ขณะที่กำไรสุทธิในปีนี้เติบโตถึง 119% YoY และ 19% YoY ในปี 2561 เป็น 707.25 ล้านบาท นอกจากนี้ LANNA เป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอเฉลี่ย 5.1% ต่อปี ซึ่งหากนำไปเทียบกับหุ้น First Tier อย่าง BANPU ถือว่า LANNA เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน ทั้งในแง่ PER61, Dividend, และการขยายตัวของกำไรในปี 2560-2561 เราจึงให้ LANNA เป็น Top Pick ของกลุ่มถ่านหิน

          ที่ผ่านมาหุ้น LANNA อาจอยู่นอกสายตาของนักลงทุน แต่จากวอลุ่มที่เข้ามาอย่างหนาแน่นเมื่อวานนี้ สะท้อนว่าหุ้นเริ่มกลับเข้ามาอยู่ในเรดาห์การลงทุนอีกครั้ง ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ที่ใกล้จะประกาศออกมา น่าจะยืนยันได้ว่าสิ่งที่นักวิเคราะห์คาดการณ์จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน และราคาเป้าหมายที่สูงถึง 20 บาท จะไปถึงหรือไม่  

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด