หุ้นฮ็อต

| 31 ตุลาคม 2560 | 09:22

ILINK วิ่งรับคว้างาน AOT - จับตา Q3/60 กำไรนิวไฮ 10 ไตรมาส


    ILINK วิ่งรอบใหม่หลังประกาศข่าวดีคว้างานสุวรรณภูมิเฉียด 3 พันล้านบาท ดันกำไรฟื้น โบรกฯ คาดผลงานไตรมาส 3/60 ทำจุดสูงสุดรอบ 10 ไตรมาส จับตาสตอรี่าโครงการวางสายเคเบิ้ลใต้น้ำ เกาะสมุย ดันการเติบโตปีหน้า แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงงานประมูลล่าช้า

    ราคาหุ้น บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น หรือ ILINK พุ่งปิดที่ 15.40 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือ 6.20%  พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 387% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    ILINK มีรายได้หลักจาก 3 ธุรกิจ คือ 1.ธุรกิจจัดจําหน่ายสายสัญญาณ (Distribution) 2.ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ (Engineering) และ 3.ธุรกิจโทรคมนาคม (Telecom) โดยรายได้จากธุรกิจจัดจําหน่ายสายสัญญาณมากสุดราว 60% 
    ผลการดำเนินงาน ILINK ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) มีกำไรสุทธิ 218 ล้านบาท, 265 ล้านบาท และ 220 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิ 68 ล้านบาท 
    สัญญาณหุ้น ILINK ที่พุ่งขึ้นในรอบนี้ เป็นผลโดยตรงหลังจากประกาศชนะประมูลโครงการติดตั้งงานระบบขนส่งผู้โดสารอัตโนมัติ (APM) โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 มูลค่า 2.9 พันล้านบาท ซึ่งเคยล้มไปก่อนหน้านี้
    นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ ILINK  กิจการร่วมค้าไออาร์ทีวี ที่ ILNK เป็นผู้ร่วมทุน ชนะประมูลงานซื้อพร้อมติดตั้งงานระบบขนส่งผู้โดสารอัตโนมัติ (APM) โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2  เนื่องจากเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด 2,999.9 ล้านบาท สูงกว่าราคากลาง 3.62%  โดยเบื้องต้นจะเริ่มเซ็นสัญญาภายใน 2 สัปดาห์และจะเริ่มทยอยติดตั้ง คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 62 
    โดยในปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 15-20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,971.94 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดรอรับรู้รายได้ 3,360 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ช่วงที่เหลือของปี 30-40%  โดยมูลค่าดังกล่าวแบ่งเป็นงาน APM สุวรรณภูมิเฟส 2 ที่ได้รับมาล่าสุด 1,800 ล้านบาท ตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท 
    ด้านนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีมุมมองบวกต่อการรับงานดังกล่าว ขณะที่ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และยังมีโครงการอนาคตที่เป็นอัพไซด์ต่อราคาหุ้น ที่ปัจจุบันยัง Laggard ที่สุดในกลุ่ม
    บล.โนมูระ พัฒนสิน เลือก ILINK เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มบริการโครงข่าย เนื่องจากราคาหุ้น Laggard สุดในกลุ่มฯ (-30%ytd) และยังไม่ตอบรับการฟื้นตัวของกำไร โดยมีปัจจัยบวกคือการประมูลงานขนาดใหญ่ (มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท), ความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลและใช้งาน Broadband Internet, ความต้องการใช้ Cloud และ Data center มีแนวโน้มเติบโตสูง
    บล.ธนชาต แนะซื้อ  ILINK ราคาพื้นฐาน 17.0 บาท โดยการชนะประมูลโครงการ APM มูลค่า 2.9 พันล้านบาทที่สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ซึ่งจะเป็นสัดส่วนงานของ ILINK ประมาณ 1.8 พันล้านบาท แม้การชนะประมูลเป็นข่าวดี แต่อยู่ในประมาณการของเราแล้ว ยังชอบการเติบโตกำไรที่เร่งตัวขึ้น 26-47% ในปี 2018-19  
    บล.ทิสโก้ ระบุผลการดำเนินงาน ILINK ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีอัพไซด์จากโครงการใหม่ โดยคาดว่า ILINK จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ที่ 77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.9% YoY และ 36.4% QoQ ทำจุดสูงสุดในช่วง 10 ไตรมาสจากวิศวกรรมที่เพิ่มขึ้น (รับรู้สัญญาของ AOT) 
    สำหรับปี 2018 บริษัทมีงานในมือทั้งสิ้น 1.2 พันล้านบาท เพียงพอที่จะรับรู้รายได้ 700-800 ล้านบาท จากแนวโน้มงานวิศกรรมที่ผันผวนและมีงานอยู่ในช่วงรอการประมูลอีกกว่า 1 พันล้านบาท ในขณะเดียวกันธุรกิจกระจายสินค้าและ Telecom ยังมีการเติบโตที่ดี เราแนะนำให้ “ซื้อ” เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับตัวแย่กว่าตลาด 29% YTD รับรู้ปัจจัยลบจากความล่าช้าในการประมูลไปแล้ว
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุผู้บริหาร ILINK คาดว่าโครงการวางสายเคเบิ้ลใต้น้ำ เกาะสมุยจะเปิดประมูลใน 1Q61 ซึ่งบริษัทคาดว่ามีโอกาสได้งานนี้ (มูลค่า 2 พันล้านบาท) และเราได้ให้สมมติฐานว่าบริษัทรับรู้รายได้จากโครงการนี้ 600 ล้านบาทไว้ในในประมาณการปี 61 แนะนำถือ ให้ราคาพื้นฐาน 15.30 บาท อิงกับ P/E ปี 61 ที่ 12.5 เท่า (-0.25SD) 
    บล.ฟิลลิป คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาพื้นฐานเป็นปี 61 อยู่ที่ 20.20 บาท โดยชอบ ILINK แม้รายได้ขายสายสัญญาณมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่น้อยกว่าอดีต แต่คาดจะได้ส่วนหนุนจาก ITEL (ถือหุ้น 60%) ซึ่งรายได้หลักเป็น Recurring Income และเติบโตสูงมาก 
    ทางฝ่ายมองว่าที่ผ่านมาราคาหุ้น ILINK ได้ปรับตัวลงจากความผิดหวังของงานประมูล “Submarine Cable” เกาะสมุย ที่ล่าช้า และกำไร 1H60 ที่ไม่สวยนัก แต่คาดว่าผลดำเนินงานหลังจากนี้จะสดใสกว่าเดิมมาก และเชื่อว่างานประมูล “Submarine Cable” จะออกมาเร็วๆนี้ ทางฝ่ายคงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาพื้นฐานเป็นปี 61 อยู่ที่ 20.20 บาท อิง PE ที่ 25 เท่า

    ก่อนหน้านี้หุ้น ILINK มักผันผวนไปตามข่าวความล่าช้าของงานประมูล แต่เมื่อได้งานจริงราคาหุ้นก็จะปรับตัวขึ้น โดยยอดดอยที่เคยทำไว้สูงสุดคือ 23.80 บาทในเดือน ส.ค. ปี 59 ดังนั้นการหาจังหวะเข้าลงทุนจึงต้องพิจารณาจุดที่เหมาะสม และเผื่อความเสี่ยงของความล่าช้าในงานต่างๆ ไว้ด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด