สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 30 ตุลาคม 2560 | 13:52

TTCL อนาคตเปลี่ยนหลังเซ็นบิ๊กโปรเจ็ก จับตา 4 แนวทางระดมทุน

TTCL อนาคตเปลี่ยนหลังเซ็นบิ๊กโปรเจ็ก จับตา 4 แนวทางระดมทุน

    TTCL  พีคสุดรอบ 9 เดือน หลังเซ็นร่วมทุนโรงไฟฟ้าเมียนมา  1,280 MW กูรูตบเท้าอัพเป้า เชื่ออนาคตเปลี่ยน หากเดินโครงการได้ตามแผน เคาะเป้าสูงสุด 37 บ. คาดได้ PPA ใน Q1/60 จับตา 4 แนวทางระดมเงินลงทุนทั้ง JV ,IPO บ.ลูกในสิงคโปร์, ออกกองอินฟราฯ หรือต้องเพิ่มทุน
 
    ความเคลื่อนไหว ราคาหุ้น บมจ.ทีทีซีแอล (TTCL) เช้านี้ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 9 เดือนที่ 21.40 บาท โดยเปิดการซื้อขายที่ 21.10 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 20.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 4% มูลค่าการซื้อขายสูงสุดอันดับ 2 ที่ 1.43 พันล้านบาท 
    TTCL ประกอบธุรกิจ 2 ส่วน ได้แก่ 1. ธุรกิจก่อสร้างและให้บริการด้านวิศวกรรม ได้แก่  บริการออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และการก่อสร้างโรงงานแบบครบวงจร และ 2. ธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย
    กำไรสุทธิของ TTCL ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) อยู่ที่ 460 ล้านบาท, 422 ล้านบาท และ 400 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนงวดครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ  62 ล้านบาท ลดลง 73.6% YoY  สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร
    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา TTCL ทำให้นักลงทุนค่อนข้างผิดหวัง โดยเฉพาะกับโครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศที่ยืดเยื้อ และล่าช้ากว่าแผน ทำให้ราคาหุ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) ผันผวนมากจากยอดดอยที่ 41.75 บาทในปี 2557 ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 14.60 บาทในปี 2558 ส่วนปีนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 15.30 - 21.50 บาท 
    ราคาหุ้น TTCL กลับมาซื้อขายคึกคัก และทำจุดสูงสุดในรอบ 9 เดือนที่ 21.40 บาท ด้วยปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเกือบ 200% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า หลังประกาศข่าวดี เซ็นสัญญางานก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ รัฐ Kayin เมียนมา กำลังผลิตขนาด 1,280 MW มูลค่าโครงการ 9.8 หมื่นล้านบาท
    โครงการนี้ TTCL ร่วมทุนกับรัฐบาลเมียนมา สัญญาสัมปทาน 40 ปี  เงินลงทุนก่อสร้างจะมาจากกู้ยืม 75% และส่วนทุน 25% ระยะเวลาก่อสร้างนาน 30 เดือน โครงการนี้ TTCL ถือหุ้น 95% และรัฐ Kayin เมียนมาถือหุ้น 5%  ผู้บริหารคาดจะเริ่ม COD เฟสแรก 640 MW ในปี 2566 และขายไฟฟ้าเต็มโครงการ 1,280 MW ในต้นปี 2567 และคาดว่าในอีก 5 ปีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าจะเพิ่มเป็น 25% จากปีนี้อยู่ที่ประมาณ 5% 
    นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองบวกต่อโครงการนี้ และคาดว่า Out look ของ TTCL จะเปลี่ยนไปทันทีหากได้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าวตามแผน  คาดโครงการนี้จะเพิ่มมูลค่าหุ้น TTCL ถึง 10-24 บาท แต่ต้องติดตามว่า TTCL จะใช้แนวทางใดในการระดมเงินทุน
    บล.เอเชียเวลท์ กล่าวว่า  มูลค่าขนาดของกิจการโรงไฟฟ้าดังกล่าวคาดอยู่ที่ 24-30 บาทต่อหุ้น ขณะที่ธุรกิจก่อสร้างมีมูลค่ารวมเพียง 13 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่าหุ้น TTCL เท่ากับ 37 บาทต่อหุ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากการที่โครงการอาจล่าช้า เนื่องจากรัฐบาลเมียนมายังไม่อนุมัติ PPA  หากดำเนินการโรงไฟฟ้าดังกล่าวได้จริง จะเป็นผลดีมากต่อ TTCL และเปลี่ยน Outloook โดยสิ้นเชิง อยู่ระหว่างปรับประมาณการมูลค่าเหมาะสมใหม่จากเดิม 28.50 บาท 
    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดงานก่อสร้างทางด้าน EPC จะมีมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท เป็นส่วนของ TTCL ราว 5.2 หมื่นล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 5% ใช้เวลาก่อสร้าง 2.5 ปี  และรายได้จากการายไฟมีอายุสัมปทาน 40 ปี อัตรากำไรประมาณ 15% ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ เป้าหมาย 24 บาท จากเดิม 14.90 บาท ด้านความเสี่ยงคือ โครงการโรงไฟฟ้านี้มีความล่าช้าออกไป
    บล.หยวนต้า กล่าวว่า  โดยรวม Consensus มองเป็นบวก คาดจะได้สัญญาซื้อขายไฟ (PPA) จำนวน 1,280 MW ในช่วง Q1/61 โดยเงินลงทุนที่จะใช้ในการก่อสร้างอยู่ระหว่างพิจารณา โดยมี 4 ทางเลือก ได้แก่ (1) JV กับบริษัทญี่ปุ่น  (2) การทำ IPO บริษัทลูกในสิงคโปร์ (3) ออก Infrastructure Fund  และ (4) เพิ่มทุน
    ส่วนภาพระยะสั้นครึ่งปีหลังนี้ โบรกฯ คาดผลประกอบการยังอ่อนแอ โครงการโรงไฟฟ้าจากเมียนมา กว่าจะส่งผลบวกต่อบริษัทฯ คงจะเริ่มเห็นปีหน้าเป็นต้นไป 
    บล.ทรีนีตี้ คาดว่ารายได้ในช่วงครึ่งปีหลังยังคงอ่อนแอ เนื่องด้วย Backlog เดิมในมือจากปีก่อนมีปริมาณไม่สูงนัก ส่งผลกดดันการรับรู้รายได้  ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในรัฐ Kayin ประเทศพม่า ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ 
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่า  มีแนวโน้มที่ผลประกอบการงวด Q3/60 จะดีขึ้น QoQ แต่ยังอ่อนตัว YoY ด้วยแรงสนับสนุนจาก งานใหม่ในประเทศที่รับมาต้น ก.ค. และการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า Alhone ที่อยู่ในระดับปกติ แต่คาดว่าผลประกอบการจะดีสุดของปีใน Q4/60 ล่าสุด ได้ปรับกำไรสุทธิปี 2560 และ 2561 ลง 46% และ 32% ตามลำดับ ทำให้คาดว่าปีนี้กำไรสุทธิจะลดลง -38% YoY แต่จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2561 ที่ 48% 

    ภาพรวมของ TTCL น่าจะโดดเด่นตั้งแต่ปี 61 เป็นต้นไป  หากความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าเป็นไปตามแผน ประเด็นที่จะต้องลุ้นต่อจากนี้คือ สัญญาขายไฟ (PPA) ซึ่งอาจจะยังเป็นความเสี่ยง ที่ทำให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าล่าช้าออกไปหรือไม่  เพราะเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม  รวมถึงข้อสรุปของการระดมทุน TTCL จะเลือกแนวทางใด ที่สุดแล้วจะต้องรบกวนผู้ถือหุ้นด้วยการเพิ่มทุนหรือไม่. 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด