หุ้นฮ็อต

| 27 ตุลาคม 2560 | 09:15

CBG จับตาไปต่อได้หรือไม่ หลังวิ่งทะลุ 100 บ. เกินราคาเหมาะสม

    CBG วิ่งแตะ 108 บาท ทำ  All Time High อีกครั้ง ดันมาร์เก็ตแคปทะลุแสนล้าน นักวิเคราะห์มองต่างมุม ทั้งเก็งอัพไซด์เพิ่มจากตลาดจีนและอังกฤษ และเต็มมูลค่า

    ราคาหุ้น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ขึ้นทำ All Time High ที่ 108 บาท ก่อนปิดที่ 106 บาท เพิ่มขึ้น 7.25 บาท หรือ 7.34% มูลค่าการซื้อขาย 975 ล้านบาท ส่งผลมาร์เก็ตแคปล่าสุด 106,000 ล้านบาท จาก 98,750 ล้านบาท ในสัปดาห์ก่อน
    CBG เป็น Holding Company โดยกลุ่มบริษัทฯ ประกอบธุรกิจ ผลิต ทําการตลาด และบริหารจัดการการจัดจําหน่ายเครื่องดื่มบํารุงกําลังภายใต้เครื่องหมายการค้า "คาราบาวแดง" และเครื่องดื่มเกลือแร่ภายใต้เครื่องหมายการค้า "สตาร์ทพลัส" ลงทุนหลักในบริษัทย่อย 3 บริษัท คือ บจ.คาราบาวตะวันแดง (CBD) , บจ. ตะวันแดง ดีซีเอ็ม (DCM) และ บจ.เอเชียแปซิฟิกกลาส จํากัด (APG) โดยมี CBD เป็นบริษัทแกน 
    จำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยใน CBG เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากประมาณ 2,000-3,000 ในช่วงเข้าตลาดหุ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ขึ้นเป็นกว่า 7,000 รายในปัจจุบัน ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ กลุ่มนายเสถียร เศรษฐสิทธิ์
    ด้านผลประกอบการ CBG เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งยอดขายและกำไร โดยนับจากที่เข้าตลาดหุ้นปี 2557 รายได้รวม 7.57 พันล้านบาท (+9.31%) เพิ่มเป็น 7.87 พันล้านบาท (+3.96%) ในปี 2558 และขึ้นมาแตะ 1 หมื่นล้านบาท (28.42%) ในปี 2559 ส่วนกำไรสุทธิจากราว 900 ล้านบาท (+78%)ในปี 2557 เพิ่มเป็น 1.25 พันล้านบาท (+37%) ในปี 2558 และ 1.48 พันล้านบาท (+18%) ในปี 2559
    ส่วนครึ่งแรกปีนี้มีรายได้รวม 6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32.5% ลดลงจาก 37.3% ในช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุมาจากการปรับส่วนผสมของการขายผลิตภัณฑ์ ประกอบกับการสูงขึ้นของต้นทุนการผลิตคือน้ำตาล บรรจุภัณฑ์ พลังงาน และค่าใช้จ่ายพนักงาน 
    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ พบว่ามีมุมมองแตกต่างกัน ทั้งมองว่า CBG มีโอกาสเพิ่มอัพไซด์อีกมหาศาลจากการขยายการลงทุนในจีนและอังกฤษ ขณะที่อีกฝั่งมองว่าราคาหุ้น "แพงเกินไป"
    บล.บัวหลวง ระบุว่า CBG จะโตได้มากกว่าและเร็วกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายตลาดไปสู่ประเทศจีนและอังกฤษ และถึงแม้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2561-2565 ขึ้น 16.4-50.1% เพื่อสะท้อนมุมมองเชิงบวกที่มากขึ้นต่อยอดขายในสองตลาดนี้ แต่ก็ยังมีโอกาสที่บริษัทจะทำกำไรได้มากกว่าที่เราประเมิน
    นอกจากนี้เรา ได้ปรับเป้าหมายการลงทุนไปเป็นสิ้นปี 2561 ส่งผลให้ราคาเป้าหมายขยับขึ้นมาที่ 109 บาท อีกทั้งปรับประมาณการจาก “ถือ” ขึ้นเป็น “ซื้อ” CBG
    ขณะที่ บล.ธนชาต ระบุว่า กรณีที่ประชุมคณะกรรมการ CBG ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนในบริษัท Carabo Holdings (Hongkong) Limited (“CHHK”) ซึ่งเป็นบริษัทที่ CBG ถือหุ้นอยู่ 100% โดนการเพ่มิ ทนุ มีจุดประสงค์เพ่อื สนับสนุนธุรกจิ ในประเทศอังกฤษของ CBG เนื่องจาก CHHK ถอื หุ้นของธุรกิจในองั กฤษของ CBG หรือ Intercarabao Limited (ICUK) อยู่ 51% เรามองว่าการเพิ่มทุนดังกล่าวไม่มีผลประทบต่อภาพรวมของธุรกิจของ CBG มากนักเนื่องจาก
    1. 1.1 พันลบ. เป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนักสำหรับสัดส่วนของผู้ถือหุ้นของ CBG (17%) และเป็นแค่ 1% สำหรับมูลค่าตลาด (market cap) ของ CBG
    2. ธุรกิจในอังกฤษของ CBG ยังคงเป็นธุรกิจที่ขาดทุนในช่วงปีแรกๆและมีความต้องการที่จะต้องใช้เงินลงทุนสูงเพื่อเจาะเข้าตลาด โดยหากดูจากความตั้งใจและความมั่นใจของบริษัทว่าจะสามารถประสบความสำเร็จได้ในอนาคต เราไม่แปลกใจกับการเพิ่มทุนดังกล่าว
    3. เราไม่คิดว่าเราจะต้องปรับประมาณการของเราต่อ CBG เนื่องจากเราได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าบริษัทจะสามารถคืนทุนได้ในปี 2019F ด้วยยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังที่ 70 ล้านกระป๋อง โดยปีนี้เราคาดการณ์ว่า CBG จะมียอดขายที่ 20 ล้านกระป๋อง ตามที่บริษัทคาด
    ทั้งนี้ คงแนะนำ “ขาย” CBG ที่ TP 63 บาท/หุ้น เนื่องจากมี valuation ที่แพงที่ 38x PE vs. 31% EPS growth ในปี 2018F
     โดยในประมาณการเติบโตของกำไรที่ 31% นั้นเราได้ให้ assumption ว่า CBG จะประสบความสำเร็จในจีนและอังกฤษ ทั้งนี้เรามองว่า valuation ของ CBG นั้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จของทั้งสองธุรกิจนี้ (9% และ 1% ของยอดขายรวมใน 1H17) โดยเรามองว่าจะต้องใช้เวลาก่อนที่จะเป็นผลลัพธ์

    ดูเหมือนว่าราคาหุ้น CBG จะพุ่งขึ้นรับความคาดหวังว่าการขยายตลาดไปจีนและอังกฤษ จะประสบความสำเร็จอย่างสูง ซึ่งการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ก็มีทั้งหวังสูง และรอดูผลลัพธ์ก่อน การตัดสินใจลงทุนจึงต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด