หุ้นฮ็อต

| 25 ตุลาคม 2560 | 13:17

TISCO พร้อมโตปีหน้า สินเชื่อรายย่อยนำทัพ แต่อัพไซด์เหลือน้อย

    TISCO ทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 90.25 บาท หลังรวมพอร์ต SCBT เสร็จสมบูรณ์เมื่อต้นเดือน ต.ค. F[idO ชู ROE สูงสุดในระบบ คาดธุรกิจสินเชื่อรายย่อยจะเป็น Key growth ของปี 61 แต่ราคาอัพไซด์เริ่มจำกัด จากเป้าหมายใหม่ 92-97 บาท

    ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เช้านี้ ราคาไต่ขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 90.25 บาท โดยเปิดการซื้อขายที่ 87.00 บาท ก่อนจะปิดภาคเช้าที่ 89.25 บาท เพิ่มขึ้น 4 บาท หรือ 4.69% มูลค่าการซื้อขาย 931.90 ล้านบาท หนาแน่นเป็นอันดับ 3 และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 220% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    TISCO เป็น Holding Company ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินทิสโก้ โดยมีธนาคารทิสโก้เป็นหลัก พอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่ประมาณ 80% เป็นสินเชื่อรายย่อย 
    TISCO เพิ่งรับโอนธุรกิจรายย่อยจาก ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) หรือ SCBT เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา มูลค่าสินเชื่อที่ได้เพิ่มมาอีกราว 3.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อรายย่อยเพิ่มเป็น 80% ของสินเชื่อรวมจากเดิม 75% ด้านคุณภาพสินเชื่อ สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สิ้นปีนี้ ผู้บริหารคาดว่าจะทรงตัวจากระดับปัจจุบันที่ 2.30% 
    ผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2557-2559) มีกำไรสุทธิ 4.24 พันล้านบาท , 4.25 พันล้านบาท และ 5 พันล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 9 เดือนแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 4.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 90% ของกำไรปีก่อน
    ผู้บริหาร TISCO คาดกำไรปีนี้จะทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง เป็นผลจากการรับโอนพอร์ตธุรกิจจาก SCBT จากสถิติสูงสุดที่เคยทำไว้ในปีก่อนที่ 5 พันล้านบาท
    ด้านราคาหุ้น TISCO มีทิศทางเป็นขาขึ้นตลอดปีนี้ จากต้นปีราว 60 บาท ขึ้นมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 80-90 บาทในเดือน ต.ค. สอดคล้องกับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ที่สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นมากที่สุดในกลุ่มที่  26%YoY  และกำไรงวด 9 เดือนเพิ่มมากสุดเช่นกันที่  23% YoY
    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ ตบเท้าปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย TISCO อยู่ในช่วง  92-97 บาท โดยมองว่ามีเงินทุนที่แข็งแกร่ง ROE สูงสุดในระบบ และคาดธุรกิจสินเชื่อรายย่อยจะเป็น Key growth ของปี 61
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 97.00 บาท  หลัง TISCO รวมธุรกิจรายย่อย SCBT เข้ามาที่ธนาคารเสร็จแล้ว พอร์ตสินเชื่อ TISCO จะขยายตัว 14% ฐานลูกค้ารายยย่อยเพิ่มประมาณ 30% (กว่า 3 แสนบัญชีที่เข้ามา) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในระยะต่อไป พอร์ตสินเชื่อรายย่อยหลังรวม SCBT จะมีการกระจายตัวที่ดีขึ้น และมีฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น คาดว่าธุรกิจสินเชื่อรายย่อยจะเป็น Key growth ของปี 61 ด้วยนอกเหนือจากการตั้งสำรองที่น้อยลง
    บล.บัวหลวง  กล่าวว่า สัดส่วนเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของ TISCO ( CAR ) อยู่ที่ 20.5% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร และหลัง TISCO เข้าซื้อพอร์ต SCBT จะลดเหลือ 18.5%  แต่ก็ยังสูงกว่าเกณฑ์ทางการมาก นอกจากนี้ คาดว่าเงินปันผลธนาคารจะอยู่ที่ 4.3% ในปี 2560 และ 4.5% ในปี 2561 TISCO ได้คาดว่า ROE จะอยู่ประมาณ 19-20% ในปีนี้และปีหน้า เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2559  จึงแนะนำซื้อ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2561 อีก 8.5% มาอยู่ที่ 96 บาท
    บล.เคจีไอ  กล่าวว่า ถึงแม้ว่า TISCO จะรวมพอร์ตสินเชื่อของ SCBT เข้ามาในบริษัทใน Q4/60 แต่คาดว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านจะไปหักล้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนผลการดำเนินงานของบริษัทตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป โดยคาด NIM ในปีนี้และปีหน้า 4.25% จากเดิมที่คาด 4%  สินเชื่อคาดโต 15% ปีนี้และ 6% ปีหน้า  รายได้ค่าธรรมเนียมโต  10% และสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ 42%  ดังนั้น จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 และ 2562 ขึ้นอีก 7% และ 12% ตามลำดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 92 บาท (จากเดิม 82.50 บาท) โดยใช้ P/E ที่ 10.5 เท่า 

    ราคาหุ้น TISCO ที่ปรับขึ้นมาจากต้นปีราว 50% เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในกลุ่มแบงก์ สะท้อนความคาดหวังต่อภาพอนาคตที่จะเปลี่ยนไปในทางบวก โดยเฉพาะฐานสินเชื่อรายย่อยที่มากขึ้นจากการรวมพอร์ต SCBT ส่งผลให้เริ่มมีอัพไซด์จจำกัดจากพื้นฐาน จึงต้องระวังแรงขายทำไรไว้ด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด