หุ้นฮ็อต

| 24 ตุลาคม 2560 | 08:58

จับตา SCB โบรกฯ เล็งหั่นประมาณการ หากคุณภาพสินทรัพย์ยังแย่

    SCB ทำนิวโลว์รอบ 2 เดือน หลังประกาศงบไตรมาส 3/60 กำไรต่ำกว่าคาด เหตุสำรองหนี้พุ่ง ด้านนักวิเคราะห์แย้มอาจหั่นประมาณการลงหากคุณภาพสินทรัพย์ยังแย่ จับตาหนี้ PACE อาจกดดันตั้งสำรองได้อีก 

    ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ปรับตัวลงต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ 147 บาท ทำนิวโลว์ในรอบราว 2 เดือน 
    SCB เป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบในไทย มีขนาดใหญ่สินทรัพย์ 2.69 ล้านล้านบาท เป็นดับ 2 รองจากธนาคารกรุงเทพ (BBL) 
    ผู้ถือหุ้นใหญ่ SCB คือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถือหุ้นราว 18% และมีนักลงทุนสถาบันถือหุ้นเป็นจำนวนมาก เช่น กองทุนรวมวายุภักษ์ , สำนักงานประกันสังคม และ THE BANK OF NEW YORK MELLON เป็นต้น นอกจากนี้มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นมากถึง 34,598 ราย
    ผลการดำเนินงาน SCB ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิในระดับ 5-4 หมื่นล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนปีนี้มีกำไร 33,953.08 ล้านบาท  ลดลง 2.7% จากงวดเดียวกันปี 2559 ที่มีกำไร 34,896.70 ล้านบาท
    สัญญาณขายหุ้น SCB ในรอบนี้ เป็นผลโดยตรงจากผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ที่กำไรสุทธิต่ำกว่าที่ตลาดคาด จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักวิเคราะห์อาจหั่นประมาณการลงอีก หลังประชุมร่วมกับผู้บริหารในวันที่ 1 พ.ย. นี้
    ล่าสุด SCB เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2560 ว่ามีกำไร 10,130.22 ล้านบาท หรือ 2.98 บาท/หุ้น ลดลง 12.2% จากงวดเดียวกันปี 2559 ที่มีกำไร 11,532.89 ล้านบาท หรือ 3.40 บาท/หุ้น  เป็นผลมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่ม เตรียมการปฎิบัติตามมาตรฐานบัญชี IFRS9 ที่จะใช้ในปี 2562 และค่าใช้จ่ายการดำเนินงานพุ่งเพื่อปรับองค์กรสู่ดิจิทัล 
     บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า SCB ประกาศกำไร 3Q60 ที่ 10,130 ล้านบาท อ่อนตัว 15%QoQ และ 12%YoY ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าเนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้พุ่งสูงขึ้น สะท้อนคุณภาพหนี้ที่แย่ลง ส่วนในด้านรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย 
    สำหรับในช่วงที่เหลือของปีเรามองว่ามีความไม่แน่นอนของกำไรจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ และเราอาจมีการปรับประมาณการลงได้ โดยเราให้ราคาเป้าหมายที่ 182 บาท แม้ระยะยาวจะคงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ในระยะสั้นอาจหลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน
     เราคาดการณ์กำไรสำหรับปี 60 ที่ 47,626 ล้านบาท โดยกำไรงวด 9 เดือนคิดเป็น 71% ของประมาณการทั้งปี สำหรับไตรมาสล่าสุดเห็นแนวโน้มการเพิ่มขึ้นค่อนข้างแรงของสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ จากการปรับชั้นของลูกหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจกดดันค่าใช้จ่ายสำรองหนี้และมีผลกระทบต่อประมาณการกำไรของเรา โดยเราจะมีการอัพเดตอีกครั้งภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 1 พ.ย. 60 นี้
      บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุ 4 เหตุผลที่เรามีมุมมอง "เป็นกลาง" จากการประกาศงบ 3Q60 1) แม้ว่ากำไร 3Q60 ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดถึง 17% จากการตั้งสำรองพิเศษ เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS9 และเร่งเพิ่ม coverage ratio 2) หากตัดรายการตั้งสำรองพิเศษออก กำไรจากการดำเนินงานปกติจะเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ 3) คุณภาพสินทรัพย์ ยังทรงตัวได้ในเกณฑ์ดี 4) แนวโน้มผลประกอบการใน 4Q60 ฟื้นตัว QoQ
    กำไร 9M60 คิดเป็น 71% ของประมาณการกำไรปี 2560 ในเบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไร เพราะเชื่อว่าว่าการตั้งสำรองใน 4Q60 จะลดลงจาก 3Q60 ทั้งนี้เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2561 ที่ 180 บาทต่อหุ้น อิง PBV 1.6x ใกล้เคียง -0.5SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี

    คงต้องจับตาข้อมูลที่ผู้บริหาร SCB จะให้กับนักวิเคราะห์วันที่ 1 พ.ย. นี้ ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร โดยเฉพาะแนวโน้มการจัดชั้นและตั้งสำรองหนี้ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งคงหนีไม่พ้นลูกหนี้เจ้าดังอย่าง PACE ทำให้แม้ว่าราคาในระดับปัจจุบันอาจยังต่ำกว่าราคาเหมาะสม แต่หลายโบรกเกอร์กลับแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนออกไปก่อน 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด