หุ้นฮ็อต

| 18 ตุลาคม 2560 | 09:08

TK วิ่งดักกำไรครึ่งปีหลัง แต่ระวังราคาแรงเกินพื้นฐาน

    TK พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่รอบกว่า 4 ปี รับแรงหนุนยอดขายรถจักรยานยนต์ดีกว่าคาด นักวิเคราะห์มองกำไรครึ่งปีหลังเด่น จับตาแผนรุกต่างประเทศตัดสินอนาคตหลังจากนี้ แต่ระวัง! ระยะสั้นราคาแรงเกินเป้าปีนี้ไปแล้ว

    หุ้น บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK พุ่งแตะ 15.4 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 4 ปี โดยในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วเกือบ 50% ทั้งนี้ TK เคยทำจุดสูงสุดไว้ที่ 21.5 บาท เมื่อเดือน พ.ค. 56  
    TK ทำธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
    ต้องยอมรับว่าฐานกำไรของ TK ในครึ่งปีแรกยังไม่ได้โดดเด่นนัก ทำได้ 223.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 3.91% จากงวดเดียวกันปีก่อน แต่ด้วยสัญญาณเชิงบวกจากยอดปล่อยสินเชื่อที่โตเกินเป้า จึงน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้น TK วิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการที่บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายของสินเชื่อปีนี้อีกด้วย
    นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ TK เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าสินเชื่อปีนี้เป็นเติบโต 15% จากเดิมคาดเติบโต 10% หลังครึ่งปีแรกสินเชื่อเติบโตแล้ว 8.5% เนื่องจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวมากกว่าคาด ประกอบกับ ปริมาณพืชผลการเกษตรเริ่มกลับมาออกผล และผู้ผลิตรายใหญ่ของรถมอเตอร์ไซค์ได้ปรับยอดขายเพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดขายมอเตอร์ไซค์ปีนี้เพิ่มเป็น 1.85 ล้านคัน จากเดิม 1.75 ล้านคัน
    สำหรับผลประกอบการของ TK ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เคยทำได้ 428.68 ล้านบาท เมื่อปี 56 ก่อนจะสะดุดลงมาเหลือเพียง 195.62 ล้านบาท ในปี 57 ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้ 2 ปีติดต่อกันในปี 58-59 อยู่ที่ 408.25 ล้านบาท และ 429.69 ล้านบาท ตามลำดับ
    ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนมากต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลัง น่าจะโดดเด่นมากขึ้น และน่าจะช่วยให้กำไรทั้งปีนี้เติบโตได้ในระดับเกิน 10% จากปีก่อน และเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน
    บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า สถาบันยานยนต์รายงานยอดขายจักรยานยนต์ในประเทศ 6 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 6.3% อยู่ที่ 9.49 แสนคัน ซึ่งเราคาดว่าน่าจะโตต่อได้ในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในไตรมาส 4/60 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น ยอดขายจักรยานยนต์คาดว่าจะเติบโตควบคู่ไปกับเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวและการบริโภคในครัวเรือนที่สูงขึ้น
    ทั้งนี้ สินเชื่อของ TK ขยายตัว 9% ในครึ่งปีแรก เราจึงปรับสมมติฐานการขยายตัวของสินเชื่อทั้งปีเพิ่มเป็น 16% จากเดิมที่คาดไว้ 10% อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระดับการตั้งสำรองสูงกว่าที่คาด เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานสัดส่วนการสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อ (credit cost) ที่ 9.9% จาก 9.27% เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลง 2.8% อยู่ที่ 491 ล้านบาท
    คงคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมายปี 60 ที่ 14 บาท อิง P/BV 1.45 เท่า และ ROE ระยะยาวที่ 11.2% ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทนคาดที่ 4.5%
    ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพรวมในไตรมาส 3/60 คาดว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์จะยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นในประเทศ 1 สาขา และกัมพูชา 2 สาขา รวมทั้งยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ยังคงเพิ่มขึ้น คาดยอดขายรถจักรยานยนต์ไตรมาส 3/60 อยู่ที่ 4.3 แสนคัน ส่งผลให้เราคาดว่าสินเชื่อจะขยายตัว 12.4% จากปีก่อน และคาดมีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อน และ 1.4% จากไตรมาส 2/60 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายปี 60 เพิ่มขึ้นเป็น 16.50 บาท อิง P/BV 1.6 เท่า จากเดิม 14.00 บาท อิง P/BV 1.4 เท่า 
    อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 60 – 61 ลงจากเดิม 1.2% และ 0.4% ตามการขยายสาขาที่ล่าช้ากว่าที่คาดไว้เดิม ส่งผลให้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิปี 60 ที่ 510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% และปี 61 ที่ 597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% ภายใต้อัตราการเติบโตเฉลี่ย 20.5% ระหว่างปี 61 – 64
     ส่วนผลการดำเนินงานในระยะยาวที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจเข้าสู่การปล่อยสินเชื่อ Microfinance ในพม่าตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา กอปรกับการที่บริษัทได้จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณฑ์สนธิเพื่อเพิ่มวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานด้านการให้บริการเร่งรัดติดตามทวงถามหนี้สิน เรามองว่าบริษัทมีแนวโน้มการให้บริการรับจ้างติดตามทวงถามหนี้แก่บริษัทอื่นเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้บริการภายในกลุ่มบริษัท
    นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าติดตามสำหรับ TK คือ เป้าหมายที่บริษัทต้องการจะเพิ่มสัดส่วนพอร์ทสินเชื่อจากต่างประเทศเป็น 50% ภายในปี 63 จากปัจจุบันที่เพียง 3% จากเป้าหมายดังกล่าว น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะการเติบโตจากในประเทศเพียงอย่างเดียวมีสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำ อย่างในครึ่งแรกของปีนี้ก็อยู่ที่เพียง 6.5%
    ล่าสุด บริษัทได้เข้าไปจัดตั้งบริษัทในพม่า ซึ่งเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากลาว และกัมพูชา ปัจจุบัน TK มีสาขาในต่างประเทศรวม 7 แห่ง แบ่งเป็น ลาว 1 แห่ง กัมพูชา 6 แห่ง และหลังจากนี้บริษัทจะเพิ่มทุนอีกประมาณ 21 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสาขาในลาวอีก 2 แห่ง ส่วนในพม่า ได้จัดตั้ง บริษัท มิงกะลาบา ฐิติกร ไมโครไฟแนนซ์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 4.88 ล้านบาท

    ในระยะสั้น ดูเหมือนว่าราคาหุ้น TK จะพุ่งเกินเป้าหมายของนักวิเคราะห์ในปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม กำไรในไตรมาส 3/60 ที่จะประกาศภายใน 1 เดือนนับจากนี้ น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการปรับประมาณการขึ้นหรือลงได้ แต่ในส่วนของภาพระยะยาว เชื่อว่าการรุกต่างประเทศของ TK น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตที่นักลงทุนคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด