หุ้นฮ็อต

| 17 ตุลาคม 2560 | 13:49

BAY จุดพลุก่อนแจ้งงบโค้ง 3/60 กูรูเตือนระวังติดดอย

    BAY พุ่งสูงสุดรอบปีนี้ ดักแจ้งงบ Q3/60 กูรูคาดกำไรโตทั้ง QoQ และ YoY แต่ไม่กล้าแนะซื้อแม้พื้นฐานดี แถมราคา Laggard  เหตุฟรีโฟลทต่ำแค่ 3% การโดดเข้าร่วมวงรอบนี้อาจเสี่ยงติดดอย พฤติกรรมอดีตเคยพุ่งแตะ100 บ. มาแล้ว แต่บทสรุป "ไม่มีอะไรในกอไผ่"   
    
    ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  หรือ BAY เช้านี้ บวกสวนตลาดพร้อมปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงเกินปกติ โดยเปิดการซื้อขายที่ 40.00 บาท  ก่อนจะขึ้นไปตะ 40.50 บาทสูงสุดของปีนี้ และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 40.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.27% มูลค่าการซื้อขาย 152 ล้านบาท และปริมาณการซื้อขาย 3.82 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้น 500% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
    ธ.กรุงศรีอยุธยา  เป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์ สินเขื่อและเงินฝาก เป็นอันดับ 5 ในไทย เป็นธนาคารในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนลเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก
    ปัจจุบัน MUFG ถือหุ้นใหญ่ 76.88% หลังเข้ามาซื้อหุ้นต่อจาก "กลุ่มรัตนรักษ์" เมื่อปลายปี 2556 ส่วนกลุ่มรัตนรักษ์เหลือราว 20%  และผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 3% หรือคิดเป็นจำนวนหุ้นที่รายย่อยซื้อขายกันประมาณ  220 ล้านหุ้น จากหุ้นทั้งหมด 7,355 ล้านหุ้น
    หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน BAY นับว่าเป็นธนาคารที่ทำกำไรได้ดี โดยกำไรในช่วง 3 ปีย้อนหลังทำนิวไฮติดกัน 3 ปีซ้อน จากปี 2557-2559 กำไรสุทธิ 1.4 หมื่นล้านบาท  (+19.41%) , 1.8 หมื่นล้านบาท (+31.51%) และ 2.1 หมื่นล้านบาท (+14.86%) ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท (+10.53%)
    ราคาหุ้น BAY  เคยพุ่งขึ้นแตะ 100 บาทเมื่อเดือน ม.ค.2558 จากข่าวลือว่า ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จะซื้อหุ้น BAY เพิ่มเติมจากกลุ่มรัตนรักษ์ และจะเพิกถอน BAY ออกจากตลาดหุ้น ก่อนที่ BAY จะออกมาปฏิเสธข่าวลือนั้น และหลังจากนั้นราว 3-4 เดือนราคา BAY ก็ค่อยๆ ไหลลงกลับสู่ระดับปกติที่เคยเทรดอยู่ราว 30-40 บาท
    เช้านี้ราคาหุ้น BAY ปรับขึ้นมาทำจุดสูงสุดของปีนี้ที่ 40.50 บาท พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายสูงผิดปกติที่ 3.82 ล้านหุ้นจากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนที่ 7 แสนหุ้น/วันเท่านั้นหรือเพิ่มขึ้น 500% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องสองวันติดต่อกัน โดยนักวิเคราะห์มองว่า ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมารอบนี้ น่าจะเป็นการเข้ามาเก็งกำไรก่อนแจ้งงบ Q3/60 ซึ่งกำไรน่าจะออกมาสดใสทั้ง QoQ และ YoY ประกอบกับราคาหุ้น BAY ยัง Laggard กลุ่มธนาคาร โดยต้นปีถึงปัจจุบันราคา -1% แต่แนะนำเพียงถือ เพราะแม้พื้นฐานดูดี แต่เนื่องจากเป็นหุ้นสภาพคล่องต่ำมาก หากเข้าซื้อแล้วออกไม่ทันอาจจะเสี่ยงติดดอย 
    นายสุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ราคาหุ้น BAY ที่ปรับขึ้นน่าจะเกิดจากการเข้ามาเก็งกำไรงบ Q3/60 ซึ่งที่ บล.บัวหลวง ประเมินไว้คาดกำไร Q3 อยู่ที่ 6,350 ล้านบาท  โต 8% QoQ และ โต 9% YoY อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก BAY ฟรีโฟลทต่ำเพียง 3% จึงแนะนำเพียงถือเท่านั้น ราคาพื้นฐาน 42.50 บาท  
    นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า หุ้น BAY ที่ปรับขึ้นวันนี้น่าจะเกิดจากการเข้ามาไล่ซื้อของนักลงทุนรายย่อย หลังจากที่ผ่านมาราคาหุ้น BAY ยัง Laggard กลุ่มธนาคาร โดย YTD ราคาหุ้น BAY -1% แต่หุ้นธนาคารตัวอื่นให้ผลตอบแทนเป็นบวก  นอกจากนี้ คาดว่ากำไร Q3/60 น่าจะออกมาดีโต 3% QoQ  อย่างไรก็ตาม  แม้โดยพื้นฐาน BAY จะดูดี สินเชื่อปีนี้น่าจะโตสูงสุดในกลุ่ม แต่ราคาหุ้น BAY ไม่ค่อยเคลื่อนไหว เนื่องจากมีฟรีโฟลทต่ำ 
    ด้าน "พูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย"  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสื่อสารองค์กร BAY เปิดเผยว่า  ไม่ทราบถึงเหตุที่ราคาหุ้น  BAY ปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะยังไม่มีพัฒนาการที่สำคัญใดๆ นอกจากการอยู่ระหว่างเตรียมแจ้งผลประกอบการ Q3/60 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 19 ต.ค.นี้เท่านั้น  
    
    ลักษณะการจุดพลุของหุ้น BAY ในรอบนี้ อาจจะสบโอกาสในช่วงก่อนประกาศงบ Q3 ซึ่งแนวโน้มยังดูดี  โดยธนาคารจะแจ้งงบในวันพฤหัสที่ 19 ต.ค.นี้  แต่การหวังจะโหนกระแสก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะไม่ทราบว่าเจ้ามือจะปล่อยของจังหวะใด อาจเสี่ยงติดดอยได้ง่ายๆ  เพราะหุ้น BAY มีฟรีโฟลทแค่ 3% เท่านั้น และหากจำกันได้ราคาเคยพุ่งขึ้นแตะ 100 บาท ทำเอารายย่อยเจ็บหนักไปตามๆ กัน.

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด