หุ้นฮ็อต

| 11 ตุลาคม 2560 | 09:19

TCAP นิวไฮรอบ 20 ปี จับตากำไรโต 3 ปีซ้อนหรือไม่?

    TCAP พุ่งทำนิวไฮรอบกว่า 20 ปี ลุ้นกำไรเติบโตเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่นักวิเคราะห์ประสานเสียงกำไรไตรมาส 3/60 โตเกิน 10% จากปีก่อน จับตายอดขายรถยนต์รุ่นใหม่และงานมอเตอร์โชว์ปลายปี ลุ้นบันทึกกำไรพิเศษขายหุ้น MBK

    ราคาหุ้น บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ล่าสุดเพิ่มขึ้น 4.59% พุ่งขึ้นมาปิดที่ 51.25 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 20 ปี พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น 463% จากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า ตามฟังก์ชัน F6 ของ eFin Stock Pick Up
    TCAP แบ่งประเภทการประกอบธุรกิจออกเป็น 2 กลุ่ม 1) ธุรกิจทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจประกัน ธุรกิจให้เช่าซื้อ และธุรกิจลีสซิ่ง 2) ธุรกิจสนับสนุน ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจโบรกเกอร์ ธุรกิจบริการ และธุรกิจการพัฒนาฝึกอบรม
    หลังจากขาขึ้นรอบใหญ่ตั้งแต่ปี 51 ซึ่งหุ้น TCAP วิ่งจาก 7.5 บาท ขึ้นไปทำจุดสูงสุดของรอบไว้ที่ 50.25 บาท ในปี 56 หลังจากนั้นราคาหุ้นได้ปรับฐานลงมาและซึมยาวต่อเนื่อง ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี 58 สอดรับกับผลประกอบการที่ค่อยๆ กลับมาเติบโตอีกครั้ง
    ในปี 58 กำไรสุทธิของ TCAP กลับมาเติบโต 6.17% ทำได้ 5,436.58 ล้านบาท ก่อนจะเติบโตต่อเนื่องในปี 59 เพิ่มขึ้น 10.59% ทำได้ 6012.73 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกที่ผ่านมา กำไรสุทธิของ TCAP ยังคงเติบโต 16.35% ทำได้ 3,277.25 ล้านบาท
    ตัวเลขการเติบโตของ TCAP ถือว่าไปในทิศทางที่ดี ด้วย 6 ไตรมาสหลังสุด ที่กำไรสุทธิเติบโตจากปีก่อนทั้งหมด สำหรับอีก 2 ไตรมาส ที่เหลือของปีนี้ นักวิเคราะห์ก็ยังมองว่าจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องไปอีก
    บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/60 ของ TCAP ยังสดใส โดยคาดที่ 1,752 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาส 2/60 และ 17% จากปีก่อน คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้นราว 3% จากไตรมาส 2/60 โดยสินเชื่อรวมได้แรงหนุนจากธุรกิจเช่าซื้อ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยคาดปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย 1% จากไตรมาสก่อน โดยรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจตลาดทุน ทั้งธุรกิจโบรกเกอร์ และธุรกิจจัดการสินทรัพย์ มีแนวโน้มที่ดีขึ้น
    สำหรับแนวโน้มคุณภาพหนี้ไม่น่ากังวล เนื่องจากคุณภาพหนี้ในกลุ่มสินเชื่อหลัก คือ สินเชื่อเช่าซื้อมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ระดับ NPL Coverage Ratio ที่ 145% ถือว่าเพียงพอ จึงอาจเห็นค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญปรับตัวลดลงอีกเล็กน้อยในไตรมาสนี้ เรายังคงประมาณการกำไรปี 60 ไว้ที่ 6,667 ล้านบาท
    ทั้งนี้ ในไตรมาสสุดท้ายอาจเห็นสินเชื่อเติบโตแรงได้เนื่องจากมีแรงหนุนจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของผู้ผลิต และการจัด Motor Show ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสำหรับปี 61 ที่ 58.50 บาท อิง P/BV 1.05 เท่า ยังคงแนะนำ "ซื้อ"
    ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ผลประกอบการของ TCAP ฟื้นตัวได้ดีในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง เนื่องจาก NPL เริ่มนิ่ง ส่งผลให้ credit cost ทรงตัว ในขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อฟื้นตัวได้ดี จากภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดีขึ้นในปี 61 เราจึงปรับสมมติฐานและประมาณการกำไรปี 60/61 ขึ้นอีก 2% และ 14% เป็น 6,548 ล้านบาท และ 7,668 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 3/60 คาดไว้ 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน
    เช่นเดียวกับ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ซึ่งคาดว่า TCAP จะรายงานกำไรในไตรมาส 3/60 ที่ 1,700 ล้านบาท โดยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยโตขึ้น และสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจะทำให้รายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้จากประกันดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ การไถ่ถอนหุ้นกู้ล็อตใหญ่ ที่มีต้นทุนสูงไปก่อนหน้านี้ น่าจะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยต่ำลง
    นอกจากนี้ ประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจคือ กรณีการขายหุ้น บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK ออกไปราว 35.48 ล้านหุ้น ในระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งราคาหุ้น MBK ในช่วงดังกล่าวซื้อขายกันที่ 17 – 21.7 บาท
    หากพิจารณาจากช่วงราคาที่หุ้น MBK ซื้อขาย ในเบื้องต้นอาจพอประเมินได้ว่า TCAP น่าจะได้รับเงินสดเข้ามาราว 600 – 770 ล้านบาท ส่วนผลกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายหุ้นในครั้งนี้ก็น่าจะบันทึกเข้ามาภายใน 2 ไตรมาส ที่เหลือของปีนี้ทั้งหมด
    ในมุมของมูลค่าหุ้น TCAP เมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคาร ณ วันที่ 9 ต.ค. 60 TCAP ถือเป็นหุ้นที่มีค่า P/E ต่ำที่สุดในกลุ่ม 8.82 เท่า และมีค่า P/BV ต่ำเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มที่ 0.97 เท่า รองจากธนาคารกรุงเทพ (BBL) ซึ่งการที่อัตราส่วน P/E และ P/BV ยังคงต่ำนี้ อาจจะมองได้ 2 มุม คือ มูลค่าหุ้นที่ยังถูกอยู่เมื่อเทียบกับกลุ่ม หรือตลาดเลือกที่จะให้มูลค่า TCAP ต่ำกว่ากลุ่ม เพราะมองว่ามีศักยภาพในการเติบโตที่ต่ำกว่าก็เป็นได้

    ท้ายที่สุดแล้ว ผลประกอบการไตรมาส 3/60 ที่ใกล้จะออกมาแล้ว น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตของ TCAP หลังจากนี้ โดยงบไตรมาส 3 ของกลุ่มธนาคาร จะทยอยประกาศในวันที่ 11-20 ต.ค. นี้ หากเป็นไปตามคาดก็มีโอกาสที่จะได้เห็น TCAP เป็นขาขึ้นต่อไปได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด