หุ้นฮ็อต

| 9 ตุลาคม 2560 | 09:11

KAMART วอลุ่มทะลัก ลุ้นกำไร Q3/60 มาตามนัดหรือไม่

          KAMART วอลุ่มเข้าต่อเนื่อง ดันหุ้นวิ่ง 12% ทำจุดสูงสุดใหม่รอบ 2 เดือน จับตางบไตรมาส 3/60 จะมาตามนัดหรือไม่ หลังโบรกฯ มองราคายัง laggard จากกลุ่มธุรกิจเดียวกัน คาดกำไรครึ่งหลังโตกว่า 6 เดือนแรก

          ราคาหุ้น บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART พุ่งขึ้น 12.9% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 8.75 บาท ขณะที่ปริมาณการซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็นเฉลี่ยวันละ 11 ล้านหุ้น จากปกติที่มักจะต่ำกว่า 5 ล้านหุ้นต่อวัน
          KAMART ประกอบธุรกิจนำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง, กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า และผิวกาย, กลุ่มอุปกรณ์ความงาม, กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และอื่นๆ
          ย้อนกลับไปเมื่อปี 54-56 KAMART คือหนึ่งหุ้นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการเปลี่ยนธุรกิจมาจำหน่ายเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างเต็มตัว จนราคาหุ้นวิ่งขึ้นถึง 2,900% ภายใน 2 ปี ก่อนที่จะพักตัวลงมาและวิ่งขึ้นได้อีก 100% ในช่วงปลายปี 58 ถึงปลายปี 59
          สำหรับกำไรสุทธิของ KAMART ระหว่างปี 57-59 ยังคงเติบโตได้ดี จาก 92 ล้านบาท เมื่อปี 57 เพิ่มขึ้นถึง 127% มาเป็น 209 ล้านบาท ในปี 58 และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 25.8% ในปี 59 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ เติบโตลดลงค่อนข้างมาก โดยทำได้ 141.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 9.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
          การชะลอตัวของ KAMART เริ่มมีสัญญาณมาตั้งแต่ไตรมาส 4/59 ซึ่งกำไรลดลง 6.8% จากปีก่อน ทำให้ราคาหุ้นเริ่มอ่อนลงจากจุดสูงสุดที่ 14.6 บาท มาอยู่ที่ 11 บาท ก่อนที่บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 3 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มปันผล รวมถึงการออกให้เพิ่มทุนให้กับผู้บริหารและพนักงาน ไม่เกิน 5.74 แสนหุ้น ที่ราคา 2 บาทต่อหุ้น ทำให้ราคาหุ้น dilute ลงมาซื้อขายอยู่ในช่วง 8-9 บาท
          ด้วยการซื้อขายที่กลับมาคึกคัก ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมาจับตามองหุ้น KAMART กันอีกครั้ง เพราะผลงานในอดีตที่เคยฝากไว้ ขณะที่นักวิเคราะห์มองแนวโน้มกำไรช่วงครึ่งปีหลังน่าจะทำได้ดีกว่า 6 เดือนแรกที่ผ่านมา
          บล.ธนชาต มองว่า หลังจากมีผลการดำเนินงานที่อ่อนแอในไตรมาส 2/60 กำไรของ KAMART น่าจะกลับมาฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และโปรโมชั่นส่งเสริมการขายและโฆษณาที่มากขึ้น แม้เราจะปรับลดกำไรลง 8-14% ในปี 60 - 62 แต่ KAMART ยังคงมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่เติบโต 20% ต่อปี ในปีดังกล่าว และให้ผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 36% แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 9 บาท (ลดลงจากเดิมที่ 10.2 บาท)
          ทั้งนี้ ผู้บริหารยังคงมั่นใจว่าจะมียอดขายเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 15-20% ต่อปี ในปี 60 - 62 โดยได้แรงหนุนจากยอดขายทั้งในไทยและในต่างประเทศ (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์)
    KAMART ยังคงใช้รูปแบบการค้าส่งที่ขายสินค้าผ่านทางโมเดิร์นเทรด และช่องทางการค้าแบบดั้งเดิมในประเทศไทย และในต่างประเทศหลักๆ จะขายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด ปัจจุบัน KAMART มีร้านค้าเพียง 30 แห่ง และมียอดขายจากร้านค้าเพียง 7% ของยอดขายรวม ด้วยรูปแบบการค้าส่ง KAMART จึงมีต้นทุนลงทุนที่ต่ำ แต่มีค่าใช้จ่ายโฆษณาที่สูง ซึ่งอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18.6% ในปีนี้ และน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.5% ในปี 62 เช่นเดียวกับ ROE ที่น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 41.5%
          ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกของ KAMART คิดเป็น 42% ของประมาณการทั้งปีของเรา ดังนั้น เรายังคงประมาณการเดิม และยังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 10.3 บาท เราคาดจะเห็นการออกแบรนด์ใหม่ของ KAMART เพิ่มมากขึ้น และคาดจะเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลังจากการเข้าสู่ช่วง high season ช่วงปลายปี สำหรับปัจจัยเสี่ยงมาจากการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ
          ในเชิงของมูลค่าหุ้น บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่า ณ ปัจจุบัน ราคาหุ้น KAMART ยังคง laggard จากหุ้น บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) โดยซื้อขาย ณ ระดับ P/E ปี 60 ที่ 25 เท่า ต่ำกว่า BEAUTY ซึ่งอยู่ที่ 56 เท่า ทั้งนี้ ให้ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 11 บาท
          ขณะที่แนวโน้มกำไรของ KAMART ในครึ่งปีหลังน่าจะเติบโตขึ้นจากครึ่งปีแรก จากการเข้าสู่ช่วง high season และการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว โดยคาดกำไรสุทธิทั้งปีจะทำได้ 293.4 ล้านบาท เติบโต 11.2% จากปีก่อน และคาดว่าจะเติบโตอีก 17.5% เป็น 344.7 ล้านบาท ในปี 61

          การกลับมาของ KAMART ในรอบนี้ แม้ราคาหุ้นจะวิ่งขึ้นมาอย่างน่าสนใจ และนักวิเคราะห์จะมองว่าหุ้น KAMART ยังคง laggard จากคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน แต่มูลค่าที่ถูกอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอ เพราะปัจจัยสำคัญที่จะสามารถผลักดันให้ราคาหุ้นวิ่งต่อไปได้คือกำไรสุทธิ ซึ่ง KAMART จะต้องพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่าการกลับในรอบนี้จะเป็นของจริงหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด