หุ้นฮ็อต

| 6 ตุลาคม 2560 | 14:06

PRM ลอยลำรับค่าระวางพุ่ง ดันราคาเต็มมูลค่า

        PRM ซื้อขายคึกคัก ดันราคาพุ่งทำนิวไฮ 11.80 บาท จับสตอรี่อนาคตมีแผนลงทุนอีกมาก แถมสำรวจพบสถาบันถือหลายราย วงการประเมินกำไรปีหน้าโต 33% แต่แนะแค่ถือ เหตุราคาเต็มมูลค่า

  ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.พริมา มารีน (PRM) เช้านี้ ปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เข้าเทรด โดยเปิดที่ 11.50 บาท สูงสุดที่ 11.80 บาท ก่อนจะปิดที่ 11.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.77% มูลค่าการซื้อขาย 1.9 พันล้านบาท สูงสุดอันดับ 1 
     บมจ.พริมา มารีน (PRM) เป็นหุ้นน้องใหม่หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ ถือหุ้นใหญ่โดย กลุ่มบริษัท นทลิน 74% บริษัทฯ ทำธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ราคาไอพีโอ 8 บาท
 แม้จะเป็นน้องใหม่ในวงการตลาดหุ้นแต่ PRM เป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจขนส่งทางเรือมาร่วม 30 ปี โดย ณ สิ้นปี 2559 PRM มีกองเรือขนส่งน้ำมันดิบที่มีสัดส่วนสูงสุดในไทยที่ 211,531 DWT และมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 40% ของปริมาณการขนส่งน้ำมันในไทย
  สำรวจรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด ยังพบว่าเป็นหุ้นที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจเข้าลงทุน เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว , กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล70/30 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ติดโผผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก 
 ด้านผลการดำเนินงาน PRM มีรายได้ในปี 57-59 อยู่ในช่วง 3,000-4,000 ลบ./ปี ขณะที่กำไรค่อนข้างผันผวน โดยปี 57-59 มีกำไรอยู่ที่ 407 ล้านบาท 378 ล้านบาท และ 787 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งปี 2558 กำไรลดลงมากจากปีก่อนเพราะขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนส่วนกำไรปี 2559 เพิ่มขึ้นมากตามแนวโน้มธุรกิจเดินเรือดีขึ้น ล่าสุด งวดครึ่งแรกปี 2560 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY 
   เช้านี้ราคา PRM ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 11.80 บาท ตอบรับปัจจัยบวก ค่าระวางเรือปรับขึ้นในรอบ 7 วัน ซึ่งอัตราค่าระวางเรือมีผลโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัทฯ นอกจากนี้ยังมีประเด็นบวกเฉพาะตัว โดยโบรกฯ มองว่า ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้วในครึ่งปีแรก และมีแนวโน้มดีต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง แต่ทั้งปีคาดกำไรแค่ทรงตัว ก่อนจะโต 33% ในปี 61
   บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry) ปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 วันทำการ โดยการปรับขึ้นเกิดขึ้นในกลุ่มเรือขนาดเล็กเป็นสำคัญ ทั้งขนาด Handysize และ Supramax ซึ่งเป็นขนาดของเรือส่วนใหญ่ในบริษัทกลุ่มเดินเรือในไทย มองว่าเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มเดินเรือในวันนี้ ทั้งนี้ ยังคงมุมมองเช่นเดิมว่าตัวเลข PMI ภาคการผลิตทั่วโลกที่ออกมาแข็งแกร่งต่อเนื่องนี้ จะเป็นปัจจัยผลักดันค่าระวางเรือในระยะสั้น-กลางต่อไปได้ 
  บล.เอเชีย เวลท์ มองค่าระวางเรืออยู่ในแนวโน้มขาขึ้นดีต่อหุ้นเดินเรือ ขานรับกับการกลับมาจาก GoIden Week ของจีน รวมถึงข่าวข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง และการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติอนุมัติงบประมาณวงเงิน 4.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับปีงบประมาณ 2561
   บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า จากการประชุมกับผู้บริหาร PRM เราคาดกำไรสุทธิผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในครึ่งแรกปีนี้ เพราะจะเริ่มรับรู้รายได้เรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ ( FSU ) ที่ร่วมกับ BCP ตั้งแต่ Q3/60 ขณะที่ ค่าระวางเรือ FSO เริ่มทรงตัวได้ จึงคาดกำไรปีนี้ทรงตัว YoY ก่อนจะเติบโต 33% YoY ในปีหน้าจากการเพิ่มกองเรือทั้ง FSO และ FSU อย่างไรก็ตาม ราคาปรับขึ้นจนเริ่มเต็มมูลค่าปีนี้ที่ 11.80 บาท จึงแนะนำเพียงถือ 
  ด้าน บล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ PRM ที่ 10.40 บาทเท่านั้น อิงจาก P/E 20 เท่าปี61 มองว่าผลประกอบการของ PRM จะมีการเติบโตได้สูงด้วยค่าเฉลี่ย 36% ต่อปีในอีก 2 ปีข้างหน้า และด้วยอัตรากำไรของบริษัทที่อยู่ในระดับสูงกว่า 20% 
   ประเด็นที่ต้องติดตามจากนี้ คือ การใช้เงินจากการขายไอพีโอราว 4 พันล้านบาท โดย PRM จะขยายธุรกิจทั้งการต่อเรือใหม่และขยายกองเรือ หลังระดมทุนจากการขายไอพีโอ 4 พันล้านบาท ซึ่งผู้บริหารระบุว่า จะขยายกองเรือในปี 60-62 อีก 26 ลำ ทำให้ปี62 จะมีกองเรือประมาณ 40 ลำ จากปัจจุบัน 25 ลำ และคาดว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 27- 28 ลำ

   ราคาหุ้น PRM ที่กระตุกขึ้นมารอบนี้ หากพิจารณาจากมุมมองของนักวิเคราะห์ จะเห็นว่าเกินพื้นฐานไปแล้ว แต่แผนการขยายกองเรือในอาณาจักร "นทลิน" ผู้นำในธุรกิจขนส่งน้ำมันที่จะทยอยเกิดขึ้นอีกมาก ก็เป็นไปได้ว่าราคาปรับขึ้นเป็นการสะท้อนอนาคต อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นแรงและเร็ว ก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเช่นกัน
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด