หุ้นฮ็อต

| 4 ตุลาคม 2560 | 09:16

BCH แตะ All Time High ลุ้นงบ Q3/60 พีคสุดของปี

  BCH พุ่ง All Time High ลุ้นงบ Q3/60 พีคสุดของปี โบรกฯ มองอนาคตสดใสคาดกำไรนิวไฮต่อเนื่องหลังใกล้จุดคุ้มทุน World Medical Hospital แถมได้ประโยชน์จากการขึ้นค่ารักษาประกันสังคม 

  ราคาหุ้นบมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล หรือ BCH พุ่งขึ้นแตะ All Time High ที่ 16.10 บาทซึ่งเคยทำไว้เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาอีกครั้ง พร้อมด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเข้ามาอย่างหนาแน่นเพิ่มขึ้นถึง 553% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 7 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 38 ล้านหุ้นในการซื้อขายวานนี้ (3 ต.ค.) ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 15.90 บาท เพิ่มขึ้น 4.60%
  BCH บริษัทดำเนินธุรกิจในรูปแบบกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 11 แห่ง และโพลีคลินิก 2 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้บริการทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิ-ตติยภูมิ ภายใต้ 3 กลุ่มโรงพยาบาล คือ 1. โรงพยาบาลเวิลดิ์เมดิคอล เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับบนและคนไข้ชาวต่างชาติ 2.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับกลางและคนไข้ในโครงการประกันสังคม 3.กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้ในโครงการประกันสังคม ถือหุ้นใหญ่และบริหารงานโดยตระกูล "หาญพาณิชย์" และมีรายย่อยถือหุ้นราว 7,500 ราย
  ผลการดำเนินงาน BCH มีกำไรสุทธิระดับ 520 ล้านบาท ในปี 57-58 ส่วนปี 59 กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 753 ล้านบาท และครึ่งแรกของปี 60 มีกำไรสุทธิ 366 ล้านบาท
  ด้านราคาหุ้น BCH ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 16.10 บาทในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และแตะระดับต่ำสุดที่ 11.80 บาทในเดือน พ.ค. สอดรับกับผลการดำเนินงานที่ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด
  สัญญาณหุ้น BCH ที่พุ่งขึ้นในรอบนี้ เป็นแรงเก็งกำไร จากคาดการณ์งบไตรมาส 3/60 ที่นักวิเคราะห์ต่างเห็นตรงกันว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส และเป็นจุดสูงสุดของปี จากปัจจัยบวกทั้งจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มค่ารักษาของประกันสังคม รวมไปถึง World Medical Hospital ที่ขาดทุนลดลง และน่าจะถึงจุดคุ้มทุนในเร็วๆ นี้
  บล.เคจีไอ ระบุว่า เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ BCH ใน 3Q ซึ่งตามปกติจะเป็นไตรมาสที่กำไรของบริษัทสูงสุดในรอบปี นอกจากนี้ เรายังมองว่าบริษัทได้รับปัจจัยบวกที่สำคัญจาก i) จำนวนผู้ป่วย cash-patient เพิ่มขึ้น (ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก) เนื่องจากโรคที่เกิดตามฤดูกาล ii) รายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราค่ารักษาของสำนักงานประกันสังคม (SSO) และ iii) ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นต่อเนื่องของ World Medical Hospital (WMH) ดังนั้น เราจึงคาดว่ากำไรใน 3Q60 จึงน่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 270 ล้านบาท (+11% YoY; +57% QoQ) ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในงวด 9M60F ของบริษัทคิดเป็นสัดส่วน 70% ของประมาณการทั้งปีของเราที่ 873 ล้านบาท
  เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-61 เอาไว้ที่ 873 ล้านบาท (+15.9% YoY) และ 986 ล้านบาท (+12.9% YoY) แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 17.30 บาท
  บล.บัวหลวง ระบุ เราเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” BCH โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 17 บาท คิดจาก WACC 6.6% และ terminal growth rate of 2.0% เราคาดราคาหุ้นจะวิ่งขึ้นเพื่อรอรับกำไรไตรมาส 3/60 ที่คาดจะทำจุดสูงสุดเป็นประวัติกาล และคาดกำไรเติบโตแข็งแกร่ง YoY ในครึ่งหลังของปีนี้ (เติบโต 18% YoY; คิดเป็น 60% ของประมาณการทั้งปีของเรา) อีกทั้งคาด World Medical Hospital จะกลับมาทำกำไรในปี 2561
  เรามองว่า BCH เป็นผู้เล่นอีกรายหนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายประกันสังคม ขณะที่ BCH ถูกซื้อขายด้วย PER ปี 2560 ที่ 43.4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มการแพทย์โลกที่ 37.9 เท่า แต่เราเชื่อว่า BCH ควรค่าแก่การซื้อขายที่แพงกว่าตัวอื่น หนุนโดยแนวโน้มกำไรเติบโตแกร่ง (เป็นหุ้นเติบโตมากที่สุดเป็นอันดับสองภายใต้หุ้นกลุ่มการแพทย์ที่เราให้คำแนะนำ)
  ขณะที่ World Medical Hospital ( WMC) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับบนของ BCH ตั้งแต่ที่มีการเปิดในเดือน มี.ค.2556 WMC ได้เป็นตัวฉุดกำไร BCH มาโดยตลอด แต่ WMC จะพลิกกลับเป็นตัวขับเคลื่อนในไม่ช้า หนุนโดยลยุทธ์การตลาดที่ดีขึ้น ปัจจุบันรายได้ของโรงพยาบาลมาจากผู้ป่วยต่างชาติ 52% และผู้ป่วยไทย 48% WMC มีแผนจะขยายฐานลูกค้าชาวจีนและไทย โดยสัดส่วนรายได้ที่ WMC สร้างให้กับ BCH ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 7% ในครึ่งแรกของปี 2560, EBITDA ผ่านจุดคุ้มทุนแล้ว, และขาดทุนสุทธิลดลงจาก 172 ล้านบาท มาอยู่ที่ 77 ล้านบาทในครึ่งแรกของปีนี้ เราคาดบริษัทจะกลับมาทำกำไรในปีหน้า และจะเติบโตแข็งแกร่งในปี 2562
  หลังจากที่กำไรสุทธิกระโดดสูงขึ้น 43% ในปี 2559 เราคาดกำไรปี 2560 และ 2561 เติบโต 14% และ 16% ตามลำดับ หนุนโดยรายได้ (เติบโตเฉลี่ย 12% และ 13% ในปี 2560 และ 2561 ตามลำดับ) และอัตรากำไรฟื้นตัว (จาก 11.5% ในปี 2559 มาเป็น 11.7% ในปีนี้ และ 12% ในปีหน้า) เราไม่มีความกังวลต่อค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2560 – 2561 เนื่องจากการลงทุน 6 โครงการในครึ่งหลังของปีนี้ส่งผลให้ BCH สามารถรองรับเคสผู้ป่วยรุนแรงและอัตรากำไรสูงได้ (รัตนาธิเบศร์, ฉะเชิงเทรา, สระบุรี, สิงห์บุรี และแม่สาย) ส่วนในปีหน้าการเปิดตัวโรงพยาบาลเกษมราช รามคำแหง จะเป็นการทดแทนโรงพยาบาลการุนเวช สุขาภิบาล3 ที่จะปิดไปเท่านั้น
  บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ปรับกำไรสุทธิสำหรับปี 2017 ขึ้นเป็น 929 ล้านบาท (+6.2% จากประมาณการเดิม) จากการที่ สปส. ประกาศจ่ายค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) เพิ่มขึ้นเป็น 12,800 บาท/RW จากเดิม 10,000 บาท/RW มีผลย้อนหลังถึงเดือน ก.ค. 2017 โดยบริษัทมีรายได้ในส่วนนี้คิดเป็นประมาณ 26% ของรายได้จากโครงการประกันสังคม
  อย่างไรก็ตามค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่ส่งต่อคนไข้ให้กับ รพ.ระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) จะถูกปรับลดลงเหลือ 12,800 บาทเช่นกัน จากเดิม 15,000 บาท ลดลง 14.7% แต่รายได้ในส่วนนี้คิดเป็นเพียงประมาณ 10% ของรายได้จากโครงการประกันสังคม เราคาดว่าการปรับค่าดังกล่าวเหลือเพียงอัตราเดียวจะทำให้กำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นไตรมาสละประมาณ 34.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น EPS ต่อไตรมาสที่ 0.014 บาท

 หลังจากการลงทุนใน World Medical Hospital ตั้งแต่ปี 56 ซึ่งเป็นตัวฉุดผลการดำเนินงานมาโดยตลอด จะเริ่มเก็บเกี่ยวและคุ้มทุนได้ในเร็วๆ นี้ ในขณะที่ BCH เป็นโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์ค่อนข้างมากจากการขึ้นค่ารักษาพยาบาลของประกันสังคม ซึ่งคงต้องลุ้นว่าราคาหุ้นจะทะลุ High เดิมที่ 16.10 บทไปได้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด