หุ้นฮ็อต

| 3 ตุลาคม 2560 | 14:02

SVI พุ่งรับแผนซื้อหุ้นคืนรอบ 3 แต่อย่าคาดหวัง เหตุที่ผ่านมาไม่สำเร็จ

   SVI นิวไฮรอบ 1 เดือน รับบอร์ดประกาศซื้อหุ้นคืน 8.83% เริ่ม 18 ต.ค.นี้ กูรูคาดราคาซื้อคืนราว 7 บ. สูงกว่ากระดาน แต่อย่าคาดหวังเพราะใน 2 รอบที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ส่องคาดการณ์ Q3/60 แนวโน้มดีเข้าไฮซีซั่น ส่วนระยะยาว ยังกังวลความสามารถการทำกำไร หลังเข้าซื้อกิจการ Siedel Group เคาะราคาเหมาะสม 4.5-6.5 บาท

  ราคาหุ้น บมจ.เอสวีไอ (SVI) เช้านี้ ปรับขึ้นทำนิวไฮในรอบ 1 เดือนเศษ โดยเปิดตลาดที่ 5.55 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 5.80 บาท และปิดการซื้อขายเช้านี้ที่ 5.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ 8.82% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 455% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  SVI ทำธุรกิจให้บริการครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป ให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (OEM) และลูกค้าที่เป็นผู้รับจ้างออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ มีโรงงานผลิต 8 แห่ง ตั้งอยู่ในไทย 4 แห่ง , ออสเตรเลีย 1 แห่ง ฮังการี 1 แห่ง , สาธารณรัฐสโลวัก 1 แห่ง และที่กัมพูชา 1 แห่ง
 ต้นปี2559 บริษัทได้ซื้อกลุ่มกิจการบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศออสเตรเลีย "Seidel" ผู้รับประกอบแผงวงจรสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีโรงงานผลิตในประเทศออสเตรีย สโลวาเกีย และฮังการี ตลาดคาดหวังจะเกิด synergy ที่ชัดเจนในปีนี้ 
  ผลประกอบการช่วง 3 ปีที่ผ่านมา SVI เคยพลิกขาดทุนในปี 2557 จำนวน 304 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานที่สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จ.ปทุมธานี ก่อนจะกลับมามีกำไรในปี 2558 ที่ 2 พันล้านบาท และมีกำไร 1.6 พันล้านบาทในปี 2559 ส่วนงวด 6 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิราว 300 ล้านบาทเท่านั้น
 ด้านราคาหุ้น SVI ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเคยทำจุดสูงสุดในปี 2557 ที่ 6.40 บาท ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุไฟไหม้เพียงไม่กี่วัน และต่ำสุด 3.72 บาทในปีเดียวกัน 
 สัญญาณหุ้น SVI ที่ปรับขึ้นแรงอีกครั้งในเช้าวันนี้ ตอบรับข่าวบอร์ดอนุมัติ "ซื้อหุ้นคืน" ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยทิ้งช่วงห่างราว 2 ปีนับจากปิดโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2558
  SVI แจ้งมติคณะกรรมการ อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารการเงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1.4 พันล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 200 ล้านหุ้น พาร์ 1 บาท/หุ้น คิดเป็น 8.83% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยวิธีซื้อคืนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เริ่ม 18 ต.ค.60-12 เม.ย.61 หรือราว 6 เดือน
  การซื้อหุ้นคืนดังกล่าวเพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้แก่ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) รวมถึงเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นจะไดเปันผลสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่บริษัทฯ ซื้อคืนไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล 
  ด้านนักวิเคราะห์มองบวกต่อประเด็นข่าวการซื้อหุ้นคืน ซึ่งราคาที่ซื้อคืนน่าจะอยู่ที่ประมาณ 7 บาท สูงกว่าราคาปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมองบวกต่อเนื่องถึงไปยังงบไตรมาส 3/60 ที่เป็นไฮซีซั่นของบริษัท ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท พร้อมมองราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่ม
  บล.ทิสโก้ คาดราคาหุ้น SVI ตอบรับเชิงบวกกับแผนการซื้อหุ้นคืน บริษัทฯ ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 200 ล้านหุ้น ในวงเงินไม่เกิน 1.4 พันลบ. หรือคิดเป็นราคาเฉลี่ยหุ้นละ 7 บาท สูงกว่าราคาหุ้นในกระดานปัจจุบัน ประเมินราคาพื้นฐาน 5.95 บาท มองกำไรปกติ Q3/60 จะฟื้นตัวขึ้น QoQ จากช่วงไฮซีซั่น และปีหน้าคาดกำไรโต 18%
  บล.ซีไอเอ็มบี แนะนำ ซื้อเก็งกำไร SVI โดยมีราคาเป้าหมาย 6.50 บาท จากการที่เมื่อวานนี้บริษัทได้มีการประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน หากพิจารณาจากวงเงินและจำนวนหุ้นที่คาดว่าจะซื้อคืนในโครงการ จะเห็นได้ว่าราคาหุ้นเฉลี่ยของการซื้อหุ้นคืนอยู่ที่ประมาณ 7 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาหุ้นในปัจจุบันมาก 
  ด้านปัจจัยพื้นฐาน คาด SVI จะมีกำไรปกติเติบโต 31.5% ในปี 2560 เพราะการผลิตเริ่มกลับมาใกล้เคียงกับช่วงรุ่งเรืองในอดีต บวกกับบริษัทได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งน่าจะช่วยให้รายได้เติบโตสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ เรามองว่า SVI เป็นหุ้น Laggard ในกลุ่มเทคโนโลยี
 แม้หลายโบรกฯ มองบวกต่อประเด็นซื้อหุ้นคืน แต่ในแง่พื้นฐานนักวิเคราะห์ยังกังวลต่อความสามารถในการทำกำไร หลังควบรวมกิจการกลุ่ม Siedel Group เมื่อต้นปี 2559 
  บล.ธนชาต แนะนำขาย SVI ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท พร้อมระบุอัตรากำไรสุทธิของ SVI ลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของปี 2558 และน่าจะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปได้ เนื่องจากการควบรวมกิจการกลุ่ม Siedel Group ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2559 ยังไม่เห็นผลประโยชน์อย่างมีสาระสำคัญ แม้ช่วยเพิ่มยอดขายให้บริษัทแต่ไม่ได้เพิ่มกำไรขึ้นมากนัก เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของ Siedel อยู่ที่เพียง 5% จึงมีกำไรสุทธิในระดับต่ำ 
  เช่นเดียวกับ บล.เคจีไอ ที่แนะนำขาย ราคาเป้าหมาย 4.90 บาท ระบุบริษัทฯ ยังมีความเสี่ยงจากประเด็นอัตรากำไรที่หดลงเพราะต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างเช่น precision transformer, crystal oscillator จะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งหลังปี 60 เนื่องจาก SVI ไม่น่าจะสามารถส่งผ่านภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อไปให้กับลูกค้าได้ในระยะสั้น แต่บริษัทฯ คาดว่าประเด็นนี้น่าจะคลี่คลายลงไปได้ใน Q1/61
 นอกจากนี้หากย้อนกลับดูโครงการซื้อหุ้นคืนทั้ง 2 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา พบว่าไม่ประสบความเร็จ ทั้งในแง่การผลักดันราคาหุ้น และการซื้อหุ้นคืนให้ครบตามโครงการ 
 SVI ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งแรกในปี 54 จำนวน 55 ล้านหุ้น วงเงิน 275 ล้านบาท ตั้งแต่ 19 ก.ย.54-16 มี.ค. 55 เท่ากับว่าบริษัทฯ มีเป้าหมายซื้อคืนในราคาหุ้นละ 5 บาท แต่ปรากฎว่าโครงการครั้งนี้ต้องยกเลิกก่อนกำหนด เนื่องจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ 
  โดยบริษัทฯ ซื้อหุ้นคืนจนถึงวันที่ 4 ต.ค. 54 รวมจำนวน 30.08 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 113 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหุ้นละ 3.77 บาทเท่านั้น และพบว่าในช่วงวันแรกที่เริ่มโครงการ ราคาลงไปทำโลว์ถึง 2.64 บาท 
  จากนั้นในปี 58 บริษัทฯ ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนอีกครั้ง จำนวน 200 ล้านหุ้น วงเงิน 1 พันล้านบาท ตั้งแต่ 2 มี.ค. - 1 ก.ย. 58 หรือราคาเฉลี่ยหุ้นละ 5 บาทเช่นกัน หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในช่วงเดือน พ.ย. 57 แต่ในครั้งนี้พบว่ายังไม่ได้ซื้อคืนแม้แต่หุ้นเดียว เนื่องจากมีความจำเป็นต้องนำเงินไปใช้ในการปรับปรุงโรงงานจากเหตุเพลิงไหม้ โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ราคาหุ้น SVI เฉลี่ยอยู่ที่ราว 4.77 บาท

 ประเด็นการซื้อหุ้นคืนอาจจะหนุนราคาหุ้น SVI ฟื้นได้ในระยะสั้น แต่อย่าลืมว่าไม่ได้เกี่ยวกับพื้นฐานบริษัทฯ ในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสะท้อนราคาหุ้นได้ชัดเจนมากกว่า โดยหลังแจ้งงบ Q2/60 หลายโบรกฯ มีมุมมองไม่ค่อยสดใสนัก ต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ฯ ในขณะที่หากย้อนดูแผนซื้อหุ้นคืนทั้ง 2 รอบที่ผ่านมา ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวังด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด