หุ้นฮ็อต

| 3 ตุลาคม 2560 | 09:21

จับตา AAV บินไกลแค่ไหน หลังกระตุกทำไฮรอบเกือบ 1 ปี

  AAV เริ่มวิ่งดันราคาแตะจุดสูงสุดในรอบ 11 เดือน ที่ 6.80 บาท โบรกฯ มองผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/60 จับตาข้อสรุป ICAO ภายในเดือน ต.ค. นี้

  หุ้น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาเกือบ 10% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด ขึ้นไปแตะ 6.80 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา แต่สุดท้ายราคาหุ้นร่วงลงมาปิดที่ 6.65 บาท ในการซื้อขายวานนี้ (2 ต.ค.)
  AAV ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยในปัจจุบัน บริษัทถือหุ้นใน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัดเพียงแห่งเดียว สำหรับบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ประกอบธุรกิจให้บริการสายการบินราคาประหยัด โดยมีรายได้หลักจากการให้บริการขนส่งผู้โดยสารแบบประจำ (Scheduled Passenger Services) และการให้บริการเสริม (Ancillary Services)
  ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าหุ้นกลุ่มสายการบินมีผลงานค่อนข้างน่าผิดหวัง จากกำไรสุทธิที่ลดลงจากปีก่อนกันถ้วนหน้า (ยกเว้นเพียง NOK ที่ขาดทุนลดลง) โดยเฉพาะในไตรมาส 2/60 ที่ผ่านมา ซึ่งมีเพียง AAV เท่านั้นที่ยังคงรักษากำไรเอาไว้ได้ แต่ก็ยังลดลงถึง 59.6% จากปีก่อน
  อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าบรรยากาศของ AAV จะเริ่มกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง หลังจากผ่านช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ไปแล้ว เพราะไตรมาส 4 ของทุกปี มักจะเป็นช่วง high season ของธุรกิจสายการบิน ซึ่งนักวิเคราะห์ก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่า กำไรของ AAV ในปีนี้ก็น่าจะผ่านจะต่ำสุดไปแล้วเช่นกัน
  บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า จำนวนผู้โดยสารของ AAV ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง 15% โดยเฉพาะในไตรมาส 4/60 ได้แรงผลักดันจากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่จะเติบโตมาก เพราะปีก่อนได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไตรมาส 4/59 ลดลงถึง 20.7%
  สำหรับช่วงวันหยุดยาววันชาติจีนหรือ Golden Week ปัจจุบัน AAV มียอด Advance Booking เที่ยวบินจีนในช่วงวันที่ 1-8 ต.ค. สูงถึง 70-90% (จากช่วงปกติที่ราว 50%) ในส่วนของค่าโดยสารเฉลี่ยในครึ่งปีหลังน่าจะปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งแรก เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยว
  แม้เราคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/60 จะยังลดลงจากปีก่อน จากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น แต่เชื่อว่ากำไรสุทธิจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2/60 ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากทุกปีที่กำไรสุทธิในไตรมาส 3 จะต่ำกว่าไตรมาส 2 ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 4/60 จะเริ่มกลับมาเติบโตจากปีก่อนได้อีกครั้ง และจะเป็นจุดสูงสุดของปี ทั้งนี้ ยังคงประเมินกำไรสุทธิปี 60 ที่ 1,566 ล้านบาท ลดลง 16% แต่หากคิดเฉพาะครึ่งปีหลัง จะเติบโตได้ 88% จากปีก่อน และ 11% จากครึ่งปีแรก
  ปรับราคาเป้าหมายเป็นปี 60 ที่ 7.4 บาท ด้วย P/E ราว 19 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยสายการบินต้นทุนต่ำในภูมิภาค
  ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า เราเชื่อว่ากำไรปกติของ AAV ทำจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2/60 และคาดฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/60 ในทิศทางเดียวกับการเพิ่มขึ้นของราคาตั๋วเฉลี่ย หนุนโดยแผนขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ขณะที่รักษา Load factor ในระดับสูงกว่า 86% ได้ต่อเนื่อง
  และในไตรมาส 4/60 ซึ่งเป็น high season รวมถึงการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 30% เริ่มมีสัญญาณบวกตั้งแต่ช่วงวันหยุดยาว Golden week (1-8 ต.ค. 60) จะเป็นปัจจัยสำคัญหนุนผลการดำเนินงานทำระดับสูงสุดของปีนี้ คงคำแนะนำ "เก็งกำไร" ที่มูลค่าเหมาะสม ณ สิ้นปี 60 ที่ 6.25 บาท แต่คาดกำไรปกติปีนี้จะหดตัว 30% จากปีก่อน เพราะต้นทุนราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ประเด็นการฟื้นตัวของผลประกอบการแล้ว ประเด็นการปลดล็อกธงแดงของ ICAO ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ยังคงต้องติดตามกันต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนนี้ บล.หยวนต้า เชื่อว่า จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของ AAV ในอนาคต
  ความชัดเจนของการปลดล็อคธงแดงโดย ICAO จะเป็นอัพไซด์ต่อการปรับประมาณการของเรา เนื่องจากโอกาสในการขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศที่มากขึ้น หนุนการเติบโตของ Load factor และราคาตั๋วเฉลี่ยของ AAV และลดความรุนแรงของการแข่งขันในอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับก่อนหน้าที่ขยายเส้นทางได้จำกัด ล่าสุด เมื่อ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ICAO ได้เข้าตรวจมาตรฐานการบินไทย คาดข้อสรุปจะประกาศภายในเดือน ต.ค. 60

 เป็นที่น่าจับตามองว่าการฟื้นตัวของ AAV รอบนี้จะวิ่งไปได้ไกลแค่ไหน หรือจะเป็นเพียงแค่การวิ่งรับข่าวดีในช่วงสั้น เพราะถึงแม้ธุรกิจจะเข้าสู่ช่วง high season แต่ด้วยสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจสายการบิน การจะเห็นกำไรเติบโตอย่างโดดเด่นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก อย่างไรก็ดี หากปัญหา ICAO สามารถปลดล็อกไปได้จริง ก็น่าจะเริ่มเห็นแสงสว่างขึ้นมาบ้างในธุรกิจนี้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด