หุ้นฮ็อต

| 28 กันยายน 2560 | 09:33

GL ทุบปิดแดนลบ หวั่นติด Cash Balance - จับตาตั้งด้อยค่า Q3/60

  หุ้น GL ลากขึ้นก่อนทุบปิดแดนลบ โบรกฯ เตือนระวังติด Cash Balance พร้อมแนะจับตาการตั้งด้อยค่าลูกหนี้ศรีลังกาใน Q3/60 ขณะที่ราคาปัจจุบันยังสูงกว่าพื้นฐานที่ให้แค่ 22 บาท

  ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับขึ้นอย่างร้อนแรง จาก 18.70 บาทเมื่อวันศุกร์ (22 ก.ย.) พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 26.25 บาท เมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) ก่อนที่จะถูกทุบปิดการซื้อขายในแดนลบที่ 23.50 บาท ลดลง 0.80 บาท หรือ 3.29% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3,390 ล้านบาท หนาแน่นเป็นอันดับ 1 และปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 309% จากที่ซื้อขายวันละ 44 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 137 ล้านหุ้น  
  GL ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ทั้งในไทย และต่างประเทศ อาทิ กัมพูชา ลาว และให้บริการหลังการขาย เช่น รับต่อภาษีทะเบียนรถจักรยานยนต์ กรมธรรม์ประกันภัย เป็นต้น
  ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา GL สามารถทำกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 114 ล้านบาทในปี 57 เพิ่มเป็น 582 ล้านบาทในปี 58 และทะลุ 1 พันล้านบาทในปี 59 ขณะที่งวดครึ่งแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 665 ล้านบาท
  สอดคล้องกับราคาหุ้นที่เคยขึ้นไปทำ All time high ถึง 69.75 บาทในช่วงปลายปี 59 ก่อนที่จะเกิดวิกฤตอย่างหนักในช่วงเดือน มี.ค. 60 ที่ราคารูดลงแตะโลว์ที่ 12.40 บาท หรือลดลงกว่า 80% หลังตลาดหลักทรัพย์สั่งให้ชี้แจงประเด็นข้อสังเกตของผู้สอบบัญชี กรณีเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับในการปล่อยกู้แก่ลูกหนี้สิงคโปร์และไซปรัส ส่งผลให้ GL กลายเป็นลิสซิ่งสีเทาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
  แม้ว่าสุดท้าย GL จะไม่ต้องแก้งบ และยังสามารถโชว์กำไรเติบโตต่อเนื่อง แต่ความเชื่อมั่นที่ลดลง ก็ทำให้นักวิเคราะห์หั่นราคาเหมาะสมของ GL จากเกิน 80 บาทเหลือราว 22 บาทเท่านั้น ซึ่งราคาล่าสุดก็ยังนับว่าสูงกว่าราคาหมาะสม
  บล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กำไรสุทธิของ GL ใน 2Q60 อยู่ที่ 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% QoQ และ32% YoY ในขณะที่กำไรสุทธิใน 1H60 อยู่ที่ 664 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% แต่เนื่องจากกำไรสุทธิใน 1H60 คิดเป็นสัดส่วนแค่ 42% ของประมาณการทั้งปีของเรา และคิดเป็น 38% ของ consensus ดังนั้น เราจึงมองว่ามีโอกาสสูงที่จะปรับลดประมาณการลง เรายังคงมีมุมมองที่เป็นลบกับบริษัท และอาจจะปรับลดราคาเป้าหมายลงอีก
  เนื่องจากนักลงทุนจับตามองการดำเนินงานของ GLเกี่ยวกับความโปร่งใสของธุรกรรมในต่างประเทศในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จึงทำให้โมเมนตั้มการเติบโตชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตในประเทศนอกกลุ่มเอเซียที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้น YoY ส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย อินโดนีเซีย และลาว ใขณะที่การเติบโตของรายได้จากไซปรัสและสิงคโปร์ลดลงอย่างชัดเจน
  นับตั้งแต่ที่ GL ได้ทุ่มเงินลงทุนก้อนใหญ่เพื่อซื้อหุ้น 30% ในธุรกิจ non-bank ที่ศรีลังกาและเมียนมาร์ โดยมีวงเงินลงทุนรวม 2.46 พันล้านบาทเมื่อเดือนธันวาคม 2559 สัดส่วนกำไรจากการลงทุนของกิจการในทั้งสองประเทศนี้ก็ลดลงเรื่อยๆ จาก 48 ล้านบาทใน 4Q59 (จากการรับรู้กำไรแค่เดือนเดียว) มาเป็น55 ล้านบาทใน 1Q60 และ 35 ล้านบาทใน 2Q60 ซึ่งจากข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบ มูลค่าการลงทุนในบริษัททั้งสองแห่งนี้ลดลงอย่างมาก YTD โดยเหลือมูลค่าเงินลงทุนเพียงแค่ 909 ล้านบาทเท่านั้น (อิงจากราคาตลาดในเดือนมิถุนายน 2560)
  ทั้งนี้ จากมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด 2.46 พันล้านบาท ประมาณ 1.8 พันล้านาทเป็นค่า goodwill ซึ่งต้องมีการทดสอบการด้อยค่าทุกปี ซึ่งหากส่วนแบ่งกำไรยังคงลดลงต่อเนื่องและมูลค่าตลาดของสองบริษัทยังอยู่ในระดับนี้ ก็มีความเสี่ยงที่บริษัทจะต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในสองบริษัทนี้
  ขณะที่ก่อนหน้านี้ผู้บริหาร GL แถลงข่าวยังคงตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิ 5 ปีเติบโต 10 เท่า จากการขยายตัวของสินเชื่อต่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยกู้ในลักษณะเดียวกับไซปรัสและสิงคโปร์อีกเพื่อลดความกังวลของนักลงทุน
  นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GL กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าภายใน 5 ปี (60-64) กำไรสุทธิจะเติบโตมากกว่า 10 เท่าตัว จากปี 59 ที่มีกำไรสุทธิ 1,064 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตตามรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตได้ 10 เท่าตัว จาก 2,922 ล้านบาทในปี 59 โดยเป็นการเติบโตจากการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในกัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา ศรีลังกา และสิงคโปร์ ที่คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 50-100% ในทุกๆ ประเทศ ขณะที่การปล่อยสินเชื่อในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต 10-15%
  สำหรับกรณีการปล่อยกู้ให้กับผู้กู้กลุ่มไซปรัสและผู้กู้กลุ่มสิงคโปร์ ปัจจุบันได้ชำระหนี้เงินกู้ และชำระล่วงหน้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เหลือมูลค่าที่ต้องชำระหนี้คืนเพียง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะชำระแล้วทั้งหมดภายในปีนี้ หรืออย่างช้าภายในปี 2561 โดยบริษัทยืนยันว่าจะไม่มีการปล่อยสินเชื่อในรูปแบบดังกล่าวเพื่อลดความกังวลของนักลงทุน
  นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสสูงที่ GL จะติด Cash balance หากในช่วง 2 วันทำการนี้ ราคาและวอลุ่มยังคงสูงผิดปกติ รวมไปถึงต้องจับตาการตั้งด้อยค่าเงินลงทุน CCF ในประเทศศรีลังกาด้วย
  บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า กรณี GL ยังต้องระมัดระวังต่อการด้อยค่าเงินลงทุน CCF ในประเทศศรีลังกา ที่คาดว่าบริษัทจะตั้งการด้อยค่าในไตรมาส 3/60 หลังจากที่ GL ได้ชี้แจงปมคดีฉาวที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่

  การเก็งกำไรหุ้น GL จึงยังคงต้องระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงหลายอย่างทั้งการติด Cash Balance การตั้งด้อยค่าลูกหนี้ในไตรมาส 3/60 อีกทั้งราคาปัจจุบันยังสูงกว่าพื้นฐาน ที่มีโอกาสถูกปรับลดลงอีกด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด