หุ้นฮ็อต

| 27 กันยายน 2560 | 13:40

TPIPL กระตุกรับขาใหญ่เก็บเพิ่ม ลุ้นโรงไฟฟ้าถ่านหินผ่าน EIA

 TPIPL เทรดคึกคัก พบขาใหญ่ "นเรศ งามอภิชน" ผู้ถือหุ้นอันดับ 3 เก็บเข้าพอร์ตเพิ่มรวมถือ 5.05% ขณะที่ข่าวดี 2 ต.ค.นี้ TPIPP จะขายไฟฟ้าเข้าระบบอีก 90MW รวมเป็น 220MW เหลือลุ้นโรงไฟฟ้าถ่านหิน 150 MW (TG8) ผ่าน EIA ในช่วงที่เหลือของปี โบรกฯ มองครึ่งปีหลังยังขาดทุน ก่อนมีกำไรในปีหน้า

  ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.ทีพีไอ โพลีน(TPIPL) เช้านี้ปรับเพิ่มขึ้นพร้อมด้วยมูลค่าการซื้อขายติด Top10 โดยเปิดการซื้อขายที่ 2.22 บาท สูงสุดที่ 2.26 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 2.26 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาทหรือ 2.73% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 400% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  "ทีพีไอ โพลีน" ก่อตั้งโดยตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ ล่าสุด ณ เดือน มีนาคม 60 "ตระกูลเลี่ยวไพรัตน์" ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนประมาณ 56% 
  นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนชื่อดัง "นเรศ งามอภิชน" ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยมากถึง 23,000 ราย 
  TPIPL ทำ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจปูนซีเมนต์ ธุรกิจเม็ดพลาสติก และธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยในส่วนของธุรกิจไฟฟ้า ดำเนินงานภายใต้บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) ซึ่ง TPIPL ถือหุ้น 70%
TPIPL เพิ่งจะนำ TPIPP เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อเดือน เม.ย.60 ตลาดมองว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ TPIPL ได้มาก ปัจจุบันมาร์เก็ตแค็ปของ TPIPP อยู่ที่ 6.2 หมื่นล้านบาท ใหญ่กว่า TPIPL ซึ่งอยู่ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท
  ผลประกอบการ TPIPL พลิกขาดทุนในปี 2559 จำนวน 521 ล้านบาท ต่อเนื่องมายังงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ที่ขาดทุน 441 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาส 2/60 ที่ขาดทุนหนัก 652 ล้านบาท (ส่วนไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิ 211 ล้านบาท) ผิดไปจากที่ตลาดคาด เนื่องจากขาดทุนจากธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 
  ส่วนความเคลื่อนไหวราคาหุ้น TPIPL ตลอดปีนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 2.08-2.82 บาท จากปี 58 ที่เคยสูงสุด 3.62 บาท 
  สัญญาณราคาหุ้น TPIPL ซื้อขายคึกคักเช้านี้ ด้วยปริมาณการซื้อขายมากกว่าปกติ สำรวจพบผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 นายนเรศ งามอภิชน เก็บหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่ม รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการได้หุ้น TPIPL โดยนายนเรศ งามอภิชน เมื่อวันที่ 22 ก.ย.60 จำนวน 0.06% ส่งผลให้มีหุ้นรวม 5.05% 
  การเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อาจสะท้อนความเชื่อมั่นในอนาคตบริษัท ท่ามกลางประเด็นเดียวที่ตลาดยังติดตามอยู่ในตอนนี้คือการ COD เพิ่มอีก 290 MW (โรงไฟฟ้า 3 แห่ง) ในไตรมาส 4/60 ตามแผนที่บริษัทฯ ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี เมื่อรวมกับที่ขายไฟอยู่เดิม 150 MW จะทำให้ทั้งปีมียอด COD 440 MW
  ส่วนที่รอ COD อีก 290 MW จากโรงไฟฟ้า 3 โรงที่ จ. สระบุรี มีดังนี้ 
  1. โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ 70 MW (TG6) มีกำหนดขายไฟเข้าระบบให้ กฟผ. วันที่ 2 ต.ค.เป็นต้นไป
  โรงนี้ได้ Adder ในอัตรา 3.50 บาท ต่อ กิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี และบริษัทฯ จะนำ TG 6 ไปรวมกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง 30 MW (TG 4) เป็น 100 MW เพื่อขายไฟให้กฟผ. ตามสัญญาซื้อขาย 90 MW 
  2. โรงไฟฟ้าถ่านหินและพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ 70 MW (TG7) นั้น ผ่าน EIA แล้วเมื่อ 27 เม.ย.60 ปัจจุบันเดินหน้าก่อสร้าง คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 4/60 และขายไฟไตรมาส 4/60 เช่นกัน 
  3. โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 150 MW (TG8) รอผ่าน EIA ซึ่งเหลือเพียงโรงเดียว จะทำให้เป้าหมายขายไฟ 440 MW เป็นไปตามเป้าหมาย 
  ดังนั้น ดีเดย์ 2 ต.ค.นี้ เมื่อ TG6 เริ่มขายไฟเข้าระบบ จะทำให้ TPIPL มียอด COD รวม 220 MW จากแผน 440 MW และหากไม่มีอะไรผิดพลาด ที่เหลืออีก 2 โรงก็น่าจะทยอย COD ได้ตามแผนในไตรมาส 4/60 
  ด้านโบรกฯ เพิ่งจะปรับลดราคาเป้าหมาย TPIPL ลงเหลือ 3.20 บาท จาก 3.90 บาทเพื่อสะท้อนผลของธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่แย่กว่าคาดในไตรมาส 2/60 พร้อมคาดผลประกอบการจะขาดทุนลดลงในครึ่งหลังปีนี้ ก่อนที่จะกำไรในปีหน้า
  บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แม้การดำเนินงานของ TPIPL จะอ่อนแอ แต่แนวโน้มการเติบโตในปี61 ยังสูง และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TPIPP ที่ดีขึ้นจากโรงไฟฟ้าใหม่ที่เริ่มดำเนินงาน แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของธุรกิจ CONMAT ที่ขาดทุนจะเริ่มลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากที่ราคาปูนเริ่มฟื้นตัว และต่อเนื่องไปยังปีหน้า จึงแนะนำให้ “ซื้อ” จากผลประกอบการที่กลับมากำไรและมีราคาหุ้นที่ไม่แพง มูลค่าที่เหมาะสมอ้างอิง SOTP ลดลงจาก 3.90 บาทเป็น 3.20 บาท 
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า จากผลประกอบการในครึ่งปีแรกที่น่าผิดหวัง เนื่องจากไตรมาส 2/60 ขาดทุนหนัก 653 ล้านบาท ผลจากธุรกิจวัสดุก่อสร้างเป็นตัวฉุด ทำให้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ปรับประมาณการลดลง ประเมินปี 2560 จะมีกำไรเล็กน้อย 49 ล้านบาท แต่ในปี 2561 ซึ่งจะรับรู้โรงไฟฟ้าต่างๆ รวม 440 MW ผลิตเต็มปี และ ธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะได้แรงหนุนจากการก่อสร้างโครงการของรัฐบาลมากขึ้น ดังนั้น ในปี61 กำไรจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 3,109 ล้านบาท เติบโต 110% แนะซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท

  ประเด็นที่ต้องจับตาจากนี้ คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 150 MW (TG8) ที่ยังรอ EIA หากผ่าน จะทำให้ขายไฟปีนี้ครบ 440 MW ตามแผน แม้ว่าเป็นเรื่องที่ตลาดเล่นข่าวไปล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงที่ TPIPP เข้าตลาดใหม่ๆ แต่ทุกครั้งที่มีความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง ก็มักจะกระตุกราคาได้เป็นพักๆ และหากไม่มีอะไรผิดพลาดปี 61 น่าจะเป็นปีทองของ TPIPL ซึ่งโบรกฯ คาดกำไรไว้ราว 3 พันล้านบาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด