หุ้นฮ็อต

| 27 กันยายน 2560 | 09:16

SYNTEC จ่อเบรกไฮรอบ 7 เดือน แต่ระวังกำไรครึ่งปีหลังชะลอตัว

  SYNTEC จ่อทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง หากทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 6.10 บาท จากงานในมือเพิ่มต่อเนื่อง แต่ยังต้องระวังกำไรครึ่งปีหลังชะลอตัว โดยนักวิเคราะห์คาดกำไรทั้งปีหดตัวจากปีก่อน แม้ครึ่งปีแรกจะเติบโตถึง 20%

  หุ้น บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYNTEC ลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 7 เดือน และจะเป็นการแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 13 ปี หากราคาหุ้นทะลุผ่านจุดสูงสุดเดิมที่ 6.10 บาท ซึ่งทำไว้เมื่อ เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดราคาหุ้นขยับขึ้นมาปิดที่ 5.9 บาท
  SYNTEC ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ให้บริการรับงานทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชน โดยให้บริการตั้งแต่งานวางรากฐานจนกระทั่งก่อสร้างอาคารเสร็จสมบูรณ์ในลักษณะที่เรียกว่า บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ
  ช่วงเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา หุ้น SYNTEC อยู่ในทิศทางขาขึ้นมาต่อเนื่อง จากฐานกำไรที่เติบโตจาก 80 ล้านบาท ในปี 56 ขยับมาเป็น 396 ล้านบาท 640 ล้านบาท และ 870 ล้านบาท ในปี 57-59 ส่งผลให้ราคาหุ้น SYNTEC วิ่งขึ้นมาถึง 6 เท่า
  แต่ในช่วงไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา ราคาหุ้น SYNTEC ปรับฐานลงมาค่อนข้างแรงหลังขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 6.1 บาท ในเดือน ม.ค. 60 โดยราคาร่วงลงไปแตะ 4.5 บาท หรือลดลงถึง 25% ภายใน 2 เดือน แม้กำไรในไตรมาสแรกจะยังเติบโตได้ 9.1%
 เป็นที่น่าจะตามองว่าราคาหุ้นที่จ่อจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งในปีนี้ จะสามารถทะลุผ่านไปได้จริงๆ หรือไม่? แม้ครึ่งปีแรกกำไรรวมของ SYNTEC จะยังเติบโตได้ถึง 20% แต่ในครึ่งปีหลังนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่ากำไรจะหดตัวลงจากครึ่งปีแรก
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า SYNTEC มี Backlog ทำสถิติสูงสุดใหม่ 13,909 ล้านบาท สามารถรองรับรายได้ 2 ปี โดยปีนี้ได้งานใหม่แล้ว 7,586 ล้านบาท เกือบเท่ากับเป้าหมาย 8,000 ล้านบาท แม้ว่าการเปิดตัวโครงการต่างๆ ในครึ่งปีแรกจะซบเซา ทำให้ผู้บริหารประเมินจะได้งานใหม่ในปีนี้สูงถึง 9,000-10,000 ล้านบาท 
  ผลประกอบการของ SYNTEC ครึ่งปีแรก มียอดรับรู้รายได้ 4,378 ล้านบาท เติบโต 23% มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงถึง 21.5% และ มีกำไรสุทธิ 514 ล้านบาท เติบโต 20% แต่ผู้บริหารประเมินครึ่งปีหลังการรับรู้รายได้จะชะลอตัวเล็กน้อย เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้น 
  อย่างไรก็ดี เราได้ปรับประมาณการเพิ่มขึ้น โดยประเมินยอดรับรู้รายได้ในปีนี้ 8,478 ล้านบาท เติบโต 8% และมีกำไรสุทธิ 795 ล้านบาท ติดลบจากปีก่อน 7% โดยประมาณการของเรายังค่อนข้างอนุรักษ์นิยม เพราะตัวเลขกำไรครึ่งปีคิดเป็นสัดส่วนถึง 65% ของประมาณการทั้งปี สำหรับปีหน้าผู้บริหารตั้งเป้าหมายยอดรับรู้รายได้จะโตเพียง 5% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจะชะลอตัวลงเหลือประมาณ 13-15% 
  ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ค่อนข้างมีมุมมองเชิงบวกมากกว่า โดยปรับประมาณการกำไรปีนี้ขึ้น 18% เป็น 938 ล้านบาท หลังกำไรหลักครึ่งปีแรกโต 51% เป็น 514 ล้านบาท และเป็นสัดส่วนถึง 65% จากประมาณการเดิม ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากอัตรากำไรขั้นต้นทำได้สูงขึ้นเป็น 20.8% จาก 17.6% เมื่อปีก่อน ผลพวงจากการปิดโครงการใหญ่หลายแห่งที่มีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น เราจึงได้ปรับสมมุติฐานให้ดีขึ้นใน 2 ประเด็นคือ 1) อัตรากำไรขั้นต้น-รับเหมาก่อสร้างปี 60 เพิ่มเป็น 19.2% จากเดิม 17.2% และ 2) รายได้จากธุรกิจเช่าเพิ่มขึ้น 12% เป็น 402 ล้านบาท
  แต่หากพิจารณาครึ่งปีหลังเทียบกับครึ่งปีแรก กำไรหลักน่าจะอ่อนลงมาอยู่ที่ 423 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นเข้าสู่ภาวะปกติที่ประมาณ 17.5% เพราะหมดงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ให้อัตรากำไรขั้นต้นสูง
  นอกจากนี้ ธุรกิจเช่าเซอร์วิส อพาร์ทเม้นต์ และโรงแรมไปได้ดี ครึ่งปีแรกรายได้ส่วนนี้โต 56% เป็น 201 ล้านบาท แม้มีการปิดตกแต่งบางส่วน คิดเป็นสัดส่วน 5% ของรายได้รวม แต่สัดส่วนกำไรมากกว่านี้ เพราะมีอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่ารับเหมาก่อสร้าง มีประเด็นที่น่าสนใจคือ บริษัทวางแผนจะขายชั้น 14-15 ของโครงการ Eight ทองหล่อให้กับลูกค้าหลายราย ที่ราคาขายประมาณ 2.5 แสนบาทต่อตารางเมตร คาดกำไรก่อนภาษีสูงถึง 300 ล้านบาท แต่อาจทยอยบันทึกตั้งแต่ปี 61 ตามเงื่อนไขการผ่อนชำระเงิน และกำลังศึกษาซื้อสินทรัพย์เพิ่มทำธุรกิจโรงแรมที่พัทยาใช้เงินประมาณ 500 ล้านบาท ซื้อสินทรัพย์ประเภทหนี้เสีย (NPA) ที่เกาะสมุยหรือกระบี่มาทำธุรกิจเช่า
 ในอนาคต SYNTEC มีแผนจะตั้งกอง REIT จากมูลค่าสินทรัพย์ให้เช่าที่มีอยู่ และคาดว่า EBITDA จะไปถึง 400 ล้านบาท ในปี 62-63 โดยอัตราผลตอบแทนที่ประมาณ 5-6% ซึ่งมูลค่ากอง REIT น่าจะสูงได้ถึง 7,000 ล้านบาท
  เช่นเดียวกับ บล.เออีซี ที่มองว่า ช่วงครึ่งปีหลัง SYNTEC จะมีกำไรปกติ 239 ล้านบาท หดตัว 53.4% จากครึ่งปีแรก ด้วยแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรับเหมาที่คาดปรับลงเป็น 13.9% จาก 20.8% ในช่วงครึ่งปีแรก หลังมีการสำรองค่าใช้จ่าย Defect & Error เพิ่มขึ้นจากเริ่มก่อสร้างโครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 3/60 อีกทั้งปัจจุบันมีการแข่งขันที่รุนแรงในการประมูลงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม ซึ่งคาดจะกดดันให้ปี 60 มีกำไรปกติ 754 ล้านบาท หดตัว 7.2% แต่คาดกำไรจะพลิกโตอีกครั้งในปี 61 ราว 5.4% เป็น 794 ล้านบาท

 SYNTEC ขึ้นมาจ่อจะทำนิวไฮอีกครั้ง และโมเมนตัมของหุ้นในขณะนี้จะยังอยู่ในทิศทางเชิงบวก แต่ในรอบนี้นักลงทุนคงต้องระมัดระวังในเรื่องของแนวโน้มผลประกอบการที่มีโอกาสหดตัวลงอย่างที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันเอาไว้ ซึ่งหากเป็นอย่างที่คาดหรือต่ำกว่าที่คาดไว้ ก็มีโอกาสเกิดแรงเทขายออกมาได้ในระยะสั้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด