หุ้นฮ็อต

| 26 กันยายน 2560 | 09:31

AH ลุ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 12 ปี แต่ระวังราคาใกล้เต็มมูลค่า

        AH พุ่งกว่า 75% จากปลายปีก่อน ลุ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 12 ปี โบรกคาดรับอานิสงส์เข้าลงทุนบริษัทในอินเดียช่วงครึ่งปีหลัง แต่ระวังราคาใกล้เต็มมูลค่า ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานครึ่งปีแรกยังแค่ทรงตัว

  ราคาหุ้น บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH พุ่งขึ้นทะลุจุดสูงสุดเดิมเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทำไว้ที่ 27.75 บาท และมีโอกาสที่จะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 12 ปี หากสามารถทะลุผ่าน 29.5 บาท ขึ้นไปได้ ทั้งนี้ AH ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 75% จากราคาปิดเมื่อปลายปีก่อนที่ 16 บาท
        AH ดำเนินธุรกิจออกแบบผลิตและติดตั้งอุปกรณ์จับยึดเพื่อประกอบรถยนต์ ออกแบบและผลิตอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ได้แก่ ชิ้นส่วนพื้นรถ เหล็กขวาง ตัวค้ำ ตัวยึด ถังน้ำมัน เป็นต้น และมีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ และเป็นผู้พัฒนาและจำหน่ายระบบนำร่องการเดินทางและให้บริการด้านเทคโนโลยีการเดินทาง
     หากมองจากผลประกอบการบรรทัดสุดท้ายของ AH ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 539.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 100% จากปีก่อน แต่ในส่วนนี้บริษัทมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนเข้ามาด้วย
      กำไรที่ดีขึ้นอย่างมากของ AH ในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนหนึ่งเกิดจากกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท ควอนตั้ม อินเวนชั่น สิงคโปร์ (QI) และบริษัท อาปิโก คิวไอ มาเลเซีย (AQI) รวมจำนวน 147 ล้านบาท และมีรายได้จากดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินกู้ให้แก่ SGAH จำนวน 22 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายและบริการนั้นจะอยู่ที่เพียง 7,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.7% อย่างไรก็ดี ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและร่วมค้าเติบโตค่อนข้างดี โดยมีกำไรเข้ามา 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 185.4% จากปีก่อน

    สำหรับแนวโน้มในอีก 2 ไตรมาส ที่เหลือของปีนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมุมมองในเชิงบวก เนื่องจากการเข้าลงทุนใน SGAH ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในอินเดีย

        บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ฟิลลิป(ประเทศไทย) คาดว่า ช่วงครึ่งปีหลังผลประกอบการของ AH จะเติบโตจากครึ่งปีแรก หลักๆเป็นผลมาจากการเข้าลงทุนใน SGAH เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา คาดจะทำให้บริษัทมีดอกเบี้ยรับและส่วนแบ่งกำไรจาก SGAH เข้ามาราว 168 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรปี 60 อยู่ที่ 933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.7% จากปีก่อน ทั้งนี้ หากไม่นับรวมกำไรจากขายเงินลงทุน คาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 786 เพิ่มขึ้น 44.7% จากปีก่อน
        ด้าน บล.บัวหลวง ระบุว่า โดยภาพรวม คาดว่ารายได้ของ AH จะเพิ่มขึ้น 5% เป็น 15,500 ล้านบาท โดยครึ่งปีหลังยอดขายจะเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกตามฤดูกาล ในทางกลับกันยอดขายจากการผลิตฐานรถยนต์สำหรับรถกระบะอีซูซุ จะดีขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากได้รับผลกระทบจากช่วงน้ำท่วม ทำให้ยอดขายจากชิ้นส่วนรถยนต์ของ AH อยู่ที่ 4,800 ล้านบาท ในครี่งปีแรก ลดลง 2.6% สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3/60 คาดว่า AH จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 45% เป็น 190 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายดีขึ้นทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
     นอกจากนี้ ภาพรวมของครึ่งปีหลัง จะได้รับผลบวกจากการเข้าซื้อหุ้น 25.1% ใน Sakthi Global Auto Holding (SGAH) บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในอินเดีย ด้วยเงินลงทุนรวม 100 ล้านเหรียญ ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มผลประกอบการในครึ่งหลังของปี 60 และปี 61 อย่างมากจากการรับรู้รายได้ในส่วนเงินลงทุน และดอกเบี้ยรับประมาณ 10 ล้านเหรียญต่อปี เราคาดว่า 2 ส่วนนี้ จะทำให้รายได้ในครึ่งปีหลังอยู่ที่ 200 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท ในปีหน้า นอกจากนี้ การลงทุนใน SGAH จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าอีกด้วย
     ขณะที่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า เรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มยานยนต์เป็น Neutral จากแนวโน้มผลการดำเนินงานรวมของกลุ่มที่คาดว่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/60 ซึ่งเป็นช่วง Low Season ของอุตสาหกรรม และคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในงวดไตรมาส 3-4/60 ตามลำดับ 
     ทั้งนี้ เราประเมินกำไรปกติกลุ่มยานยนต์ในปีนี้จะเติบโตราว 16% จากผลบวกของแผนการลดต้นทุน ส่งผลให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่า AH จะเติบโตได้โดดเด่นสุดในกลุ่ม ซึ่งยังได้ผลบวกเพิ่มเติมจากแผนเข้าลงทุนใน SGAH อย่างเต็มที่ตั้งแต่ไตรมาส 3/60
  สำหรับภาพรวม 8 เดือนที่ผ่านมา ของยอดผลิตรถยนต์อยู่ที่ 1.29 ล้านคัน ลดลง 1.2% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 67% ของเป้าหมายยอดผลิตรถยนต์ปีนี้ที่ 1.93 ล้านคัน (ใกล้เคียงกับปีก่อน) โดยยอดส่งออกรถยนต์รวมยังปรับตัวลดลง 7.5% เป็น 7.29 แสนคัน คิดเป็น 66.3% ของเป้าหมายส่งออกรถยนต์ที่ 1.1 ล้านคัน แต่ยอดขายรถยนต์ในประเทศรวมเพิ่มขึ้น 10.2% เป็น 5.43 แสนคัน คิดเป็น 65.4% ของเป้าหมายยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้ที่ 8.3 แสนคัน
      แม้ภาพรวมของหุ้น AH จะยังเป็นบวก จากแนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งหลัง แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามาก ทำให้อัพไซด์จากราคาปัจจุบันลดลงจากช่วงก่อนหน้านี้ โดยหากพิจารณาจากเป้าหมายของนักวิเคราะห์แล้ว อัพไซด์ของ AH จะอยู่ที่ 5-16%

    บล.บัวหลวง แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 33 บาท
    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 31 บาท
    บล.ฟิลลิป แนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 30 บาท
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 30 บาท
    บล.เออีซี แนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 29.7 บาท

      ในปีนี้ AH น่าจะโชว์กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ได้อีกครั้ง เมื่อดูจากกำไรช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากภาพรวมของตลาดยานยนต์ยังคงทำได้แค่ทรงตัว และด้วยฐานกำไรที่สูงขึ้นอีกในปีนี้ ทำให้การเติบโตในปีหน้าของ AH จะท้าทายมากขึ้น และสิ่งที่ต้องระมัดระวังคือราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ก็ย่อมมีความเสี่ยงที่สูงขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด