หุ้นฮ็อต

| 22 กันยายน 2560 | 13:47

SAWAD เริ่ม synergy BFIT คาด Q3/60 กำไรทุบสถิติ

        SAWAD สร้าง All Time High แตะ 57.25 บาท หลังเริ่มเห็นประโยชน์จากการลงทุน BFIT ล่าสุดส่งบริษัทย่อยเข้ารับจ้างบริหารสินเชื่อให้มูลค่า 1.89 พันลบ. ทยอยรับรู้ 2 ปี โบรกฯ ชี้ ช่วงสั้นงบ Q3/60 ลุ้นทุบสถิติรายไตรมาส ส่วนระยะยาวมองต้นทุนทางการเงินจะต่ำลง ให้เป้า 60 บาท ยังไม่รวมอัพไซด์ระยะยาวจาก BFIT

  ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) เช้านี้ปรับขึ้นทำ All Time High ที่ 57.25 บาท ก่อนจะปิดที่ 57.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือ 4.09% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 165% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
 SAWAD ให้บริการสินเชื่อจํานําทะเบียนรถ สินเชื่อที่อยู่อาศัย ภายใต้ชื่อทางการค้า “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ” ณ สิ้นเดือน มิ.ย.60 มีสาขาทั้งสิ้น 2,383 แห่ง
  ปี 2557 SAWAD ได้เข้าซื้อขายในตลาดหุ้น หมวด FIN ที่ราคาไอพีโอ 6.90 บาท ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงสุดอันดับ 2 รองจาก MTLS
  ปี 2559 บริษัทฯ เข้าซื้อกิจการ บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (BFIT) และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ (BFIT) ปัจจุบัน SAWAD ถือหุ้นใน BFIT สัดส่วน 36.35% อนาคตมีแผนถือหุ้นเพิ่มอีก ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ไฟเขียวให้เข้าถือหุ้นได้ 100% 
 ปี 2560 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการขออนุญาต ธปท. เพิ่อจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ทำโครงสร้างให้ชัดเจน คาดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/2561 ซึ่งจะทำให้ SAWAD บริหารจัดการได้คล่องตัวมากขึ้น
  SAWAD จัดว่าเป็น Growth Stock ด้วยกำไรที่เติบโตทุกปีเป็นเลข 2 หลักจากระดับ 854 ล้านบาท (+48%)ในปี 2557 เพิ่มเป็น 1.3 พันล้านบาท(+56%) และ 2 พันล้านบาท (+50%) ในปี 2558-2559 ตามลำดับ ส่วน 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 1.3 พันล้านบาท (+54%)
 สอดคล้องกับราคาหุ้นที่สะท้อนผลงานทางบวก โดยสร้าง All Time High หลายครั้งนับตั้งแต่เข้าตลาด และนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ราคาหุ้น SAWAD ปรับเพิ่มขึ้น 43.08%
 สัญญาณราคาหุ้น SAWAD ที่พุ่งขึ้นเช้านี้ หลังมีความชัดเจนด้านการทำธุรกิจร่วมกับ BFIT อย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่ที่ได้เข้าลงทุนตั้งแต่ปีก่อน โดย SAWAD ได้ทำสัญญาบริหารจัดการสินเชื่อให้กับ BFIT มูลค่า 1.89 พันล้านบาท ผ่านบริษัทย่อย คือ บจ.ศรีสวัสด์ พาวเวอร์ 2014
  บจ.ศรีสวัสด์ พาวเวอร์ 2014 จะทำหน้าที่ "รับจ้างบริหารจัดการสินเชื่อ" ให้กับ BFIT ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง สัญญา 2 ปี เริ่ม 1 ก.ค.60-30 มิ.ย.62 โดยจะให้บริการแก่ BFIT 3 ด้าน ได้แก่ (1)งานบริการด้านสินเชื่อ (2)งานบริการรับชำระหนี้ และ (3)งานบริหารจัดการหนี้ โดยจะได้ค่าจ้างเป็นรายเดือน คำนวณประมาณการมูลค่าสิ่งตอบแทนที่ BFIT จะต้องจ่ายให้ บจ.ศรีสวัสด์ พาวเวอร์ 2014 อยู่ที่ประมาณ 1.89 พันล้านบาท 
 ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ คาดว่า BFIT จะจ่ายค่าบริการ 637 ล้านบาทให้กับ SAWAD ในปี 2561 และอีก 1.26 พันล้านบาทในปี 2562 นอกจากนี้ การเข้าซื้อ BFIT จะทำให้ SAWAD มีแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำ และมีแหล่งเงินทุนที่มั่นคง เคาะเป้าหมายสูงสุด 60 บาท ซึ่งราคาเป้าหมายนี้ ยังไม่รวมอัพไซด์จาก BFIT ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตปี 2561 พร้อมมองไตรมาส 3/60 ผลงานเด่น 
 บล.บัวหลวง คงคำแนะนำซื้อ สำหรับ SAWAD ด้วยเหตุผล ดังนี้ 
  (1) การเติบโตที่แข็งแกร่งของสินเชื่อทั้งปี 2560 และปี 2561 เนื่องจากเน้นตลาดที่ธนาคารเข้าไม่ถึง 
  (2) การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูง 
  (3) การบริหารสินทรัพย์ดีเยี่ยมและการซื้อหุ้น BFIT จำนวน 35% จะสร้างความเติบโตในปี 2561 จากการได้ต้นทุนการเงินที่ถูกลงและได้ค่าบริการใหม่ต่างๆ จะการช่วยให้ BFIT หาสินเชื่อที่ใหม่เพิ่มขึ้น 
 ประเมินราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 60.00 บาท และมองว่ายังมีแนวโน้มอัพไซด์ต่อประมาณการจาก 
  (1) การเติบโตของสินเชื่อที่มากกว่าที่ บล.บัวหลวง คาดการณ์ 
  (2) การเติบโตของค่าธรรมเนียมจากธุรกิจใหม่ เช่น การบริการทวงหนี้ และค่าธรรมเนียมบริการลูกค้าสินเชื่อให้ BFIT
  นอกจากนี้ยังคาดว่า SAWAD จะรายงานกำไรเติบโต 29% YoY และ 11% QoQ มาอยู่ที่ 700 ล้านบาทในไตรมาส 3/60 หนุนโดยสินเชื่อเติบโตแกร่ง 33% YoY และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 15% YoY คาดการตั้งสำรองฯ จะสูงขึ้น 21% YoY มาอยู่ที่ 46 ล้านบาท และคาดอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ไตรมาสนี้จะลดลงมาอยู่ที่ 43% จาก 45% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 
  ด้านบล.กสิกรไทย คงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับ SAWAD ด้วยราคาเป้าหมาย 57 บาท เชื่อว่าบริษัทจะได้ประโยชน์ในระยะยาวจากต้นทุนการเงินที่ลดลง และความเสี่ยงจากเพดานอัตราดอกเบี้ยลดลง รวมถึงแนวโน้มอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น 
  อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าบริษัทจะยังไม่ได้ประโยชน์ในส่วนของอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยในระยะสั้นเนื่องจากต้องใช้เวลาในการขยายสินเชื่อที่ BFIT นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการจัดตั้งกลุ่มบริษัทการเงินภายใต้ ธปท. ซึ่งเชื่อว่าบริษัทจะต้องตั้งสำรองสูงขึ้นตามกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งคาดจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2560 
  สำรวจมุมมองทางเทคนิค โบรกฯ ให้แนวต้านสำคัญที่ 58.00 และ 59.00 และมี STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 52.50 บาทลงไป
  บล.ซีไอเอ็มบี ประเมินแนวต้าน 58.00 -59.00 บาท แนวต้านถัดไป 61.50-62.00 บาท ส่วนแนวรับ 55.00-54.00 บาท และ STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 52.50 ลงไป
  ส่วน บล.แอพเพิล เวลธ์ แนะนำซื้อเก็งกำไร ประเมินแนวต้าน 55.50-57.50 บาท แนวรับ 53.00 บาท Cut loss 52.50 บาท

 ภาพรวมของ SAWAD ยังดูดี กำไรเติบโตต่อเนื่องตามสาขาและพอร์ตสินเชื่อที่จะเติบโต ในระยะสั้นผลงานไตรมาส 3 นี้ยังสดใส หากทำกำไรได้ 700 ล้านบาท ตามที่โบรกฯ คาด ซึ่งจะเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส ขณะที่เป้าหมาย 60 บาท ยังไม่รวมอัพไซด์ จากการ synergy กับ BFIT ในปีหน้า

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด