หุ้นฮ็อต

| 21 กันยายน 2560 | 09:38

LPN หุ้นเด้งสวนกระแสงบ Q3/60 ยังอ่อนแอ

          LPN เด้งเกือบ 15% ภายใน 1 เดือน ขึ้นมายืนระดับ 12 บาท อีกครั้ง จับตาผลประกอบการครึ่งหลังปี 60 จะมีเซอร์ไพรส์ หรือเป็นแค่แรงเก็งกำไรช่วงสั้น ขณะที่นักวิเคราะห์มองกำไรไตรมาส 3/60 ยังอ่อนแอ และเป็นจุดต่ำสุดของปี แต่ไตรมาส 4/60 ลุ้นกลับมาเติบโตเด่น

            หุ้น บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ร่วงลงไปแตะ 10.3 บาท ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 8 เดือน เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้น ราคาหุ้นกลับฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จนล่าสุดกลับมายืนอยู่ที่ระดับ 12 บาท อีกครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบ 15% ภายในระยะเวลา 1 เดือน
            LPN ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้วิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืน คือ สร้างความสมดุล และบูรณาการประสิทธิภาพในมิติผลประกอบการ รวมถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียจากการดำเนินงาน เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
      ตั้งแต่ปลายปี 59 ดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Prop) ปรับตัวขึ้นมาถึง 15.75% สวนทางกับราคาหุ้น LPN ที่มีลดลงไปกว่า 13% ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเดียวกันกลับเมื่อปลายปีก่อนได้ในปัจจุบัน
      แรงกดดันสำคัญต่อ LPN มาจากกำไรในครึ่งปีแรกที่ลดลงไปถึง 64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิรวม 563.97 ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 3/60 นี้ นักวิเคราะห์ส่วนมากยังมองว่าผลประกอบการจะยังอ่อนแออยู่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแล้ว ราคาหุ้นที่เด้งกลับมาในช่วงนี้จะเป็นเพียงแรงเก็งกำไรช่วงสั้นๆ หรือไม่
      
              บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำ ทยอยสะสม LPN ให้ราคาเหมาะสม 12.70 บาท โดยคาดผลประกอบการไตรมาส 3 จะอ่อนตัวลงจากปีก่อน และเป็นจุดต่ำสุดของปี อย่างไรก็ตามเรามองว่าตลาดรับรู้ประเด็นนี้ไปแล้วบางส่วน และเรามองว่าราคาปัจจุบัน Laggard ทั้ง SET และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์กว่า 11% และ 18% ตามลำดับ ในขณะที่คาดปันผลปีหน้าสูงกว่า 6%
       นอกจากนี้ คาดผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไปจะฟื้นตัวเด่น โดยมองว่ากำไรไตรมาส 4 จะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ของประมาณการกำไรปี 60 ที่ 1,460 ล้านบาท ประกอบกับแนวโน้มยอดขายที่โดดเด่นจากโครงการพระราม 3 มูลค่าโครงการรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนประมาณ 20% จะเริ่มขายในไตรมาส 4

       ขณะที่ บล.ทรีนี้ตี้ ระบุว่า หากนับรวมรายได้ในครึ่งปีแรก และยอด Backlog ที่รอโอนในครึ่งหลัง จะคิดเป็น 60% ของประมารการปี 60 ที่ 11,500 ล้านบาท และเรายังคงคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 1,450 ล้านบาท ซึ่งปี 60 จะเป็นปีที่ 3 ที่มีอัตราการเติบโตของรายได้ติดลบ
      ในช่วงที่เหลือของปีนี้ LPN วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 3 โครงการ มูลค่ารวม 5,100 ล้านบาท และ LPN ได้ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 61 ที่จะรวมคอนโด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวอยู่ในบริเวณเดียวกัน โดยโครงการจะอยู่ที่พระราม 3 ซึ่งจะเป็นการเจาะกลุ่มโครงการแนวราบที่เป็น High End เป็นครั้งแรกของบริษัท เรายังคงคำแนะนำ "ถือ" ที่ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท อิงค่า P/E ที่ 11 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยใหม่ ย้อนหลัง 5 ปี

      ด้าน บล.บัวหลวง ระบุว่า จากผลประกอบการไตรมาส 2/60 ออกมาต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรหลักลง 24% สำหรับปี 60 และ 30% สำหรับปี 61 ด้วยการปรับลดประมาณการรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลง 17% มาอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม คาดรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยจะสูงขึ้นมาอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท ในปี 61 จากฐานต่ำในรอบ 7 ปี ในปีนี้
      โดยภาพรวมราคาหุ้นจะถูกกดดันในระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 2/60 ที่ออกมาไม่ดีนัก แต่ LPN จะเป็นผู้นำกลุ่มฯ ด้านกำไรเติบโตในปี 61 ทั้งนี้เรามองว่าหุ้นมีความเสี่ยงขาลงต่อราคาหุ้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากหุ้นปรับตัวช้าที่สุดนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ทำให้เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 60 ที่ 12 บาท ลดลงจาก 14.6 บาท และมองว่ายังมีอัตราผลตอบแทนน่าสนใจเมื่อพิจารณาถึงราคาเป้าหมายสิ้นปี 61 ที่ประมาณ 14 บาท
      อย่างไรก็ตาม ยังคงมีนักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งที่มองว่าหุ้น LPN ยังคงไม่น่าสนใจ และให้คำแนะนำ ขาย หลังจากราคาหุ้นวิ่งมาต่อเนื่อง

      บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ระบุว่า เราคาดว่ากำไรของ LPN ตลอดทั้งปีนี้จะลดลง 40% ขณะที่รายได้จะลดลง 36% มาอยู่ที่ 8,800 ล้านบาท สำหรับปี 61 เราคาดว่ารายได้ของ LPN จะเติบโตเล็กน้อยเพียง 2% จากการคาดหมายว่าบริษัทจะมี Backlog สำหรับปีหน้าราว 4,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือส่วนมากจะมาจากการเปิดตัวโครง high-end การบนถนนพระราม 3 มูลค่า 2,500 ล้านบาท
      ขณะที่แนวโน้มค่าใช้จ่ายด้านการตลาดมีน่าจะอยู่ในระดับสูงต่อไป จากแผนการเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นโครงการ high-end ทั้งนี้ เราได้ปรับลดคาดการณ์กำไรสำหรับปี 60 และ 61 ลงปีละ 9% มาอยู่ที่ 1,316 ล้านบาท และ 1,303 ล้านบาท คงคำแนะนำขาย โดยให้ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 8 บาท จากการที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวของกำไร และด้วยมูลค่าหุ้นที่เริ่มตึงตัวจากค่า P/E 12 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 9 เท่า
      อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ LPN คือเรื่องของอัตราเงินปันผลตอบแทน ซึ่งที่ผ่านมาน่าจะสูงเกินกว่า 5% เมื่อเทียบจากราคาหุ้นที่ซื้อขายกันในตลาด โดย 2 ปีล่าสุด บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมปีละ 0.90 บาท แต่สำหรับงวดแรกของปีนี้ บริษัทจ่ายเงินปันผลลดลงมาเหลือเพียง 0.15 บาท เทียบกับ 2 ปีก่อนที่จ่ายอยู่ 0.30 บาท ฉะนั้น หากการจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลังลดลงในทิศทางเดียวกับครึ่งปีแรก ก็มีโอกาสที่ความน่าสนใจต่อราคาหุ้น LPN จะยิ่งลดลงไปก็เป็นได้

      หากสังเกตพฤติกรรมของ LPN ในช่วงปีนี้ ราคาจะมีช่วงดีดตัวขึ้นไปได้แรงเป็นพักๆ แต่หลังจากที่บริษัทประกาศงบในไตรมาส 1/60 และ 2/60 ออกมาแล้ว ราคาหุ้นก็ปรับตัวลดลงสอดรับกับกำไรที่ออกมา ฉะนั้น การปรับตัวขึ้นของหุ้น LPN ในรอบนี้ อาจต้องระมัดระวังเช่นกัน เพราะแนวโน้มของไตรมาส 3/60 ยังไม่ดีนัก เว้นเสียแต่ว่าไตรมาสนี้ LPN จะโชว์กำไรที่ดีกว่าตลาดคาดออกมาได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด