หุ้นฮ็อต

| 20 กันยายน 2560 | 09:20

จับตา SUPER หลังนักวิเคราะห์ยกเทียบชั้น EA - SPCG

 จับตาหุ้น SUPER หลังนักวิเคราะห์เริ่มมีมุมมองบวก ยกเทียบชั้นพลังงานทดแทนรายใหญ่อย่าง EA -SPCG คาดปีนี้กำไรโตกระโดด หลังจ่ายไฟเข้าระบบกว่า 700 MW ขณะที่มีอัพไซด์จากโครงการที่อาจได้เพิ่มรวมถึงการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และความเสี่ยงทางการเงินที่ลดลง

  หุ้นบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER วานนี้ (20 ก.ย.) ปรับขึ้นร้อนแรงพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยราคาปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1.38 บาท ก่อนปิดที่ 1.37 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 4.58% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 579% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 133 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 734 ล้านหุ้น
  SUPER ประกอบธุรกิจพลังงานทดแทน โดยผลิตและจัดจําหน่ายไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม ปัจจุบันมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทั้งหมด 811 เมกะวัตต์ จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 762 เมกะวัตต์ และมีรายย่อยร่วมถือหุ้นเกือบ 2 หมื่นราย และมาร์เก็ตแคปล่าสุด 37,468 ล้านบาท
  ผลการดำเนินงานของ SUPER เริ่มพลิกมีกำไรอย่างโดดเด่นในปี 59 ที่ 361 ล้านบาทจากปี 58 ที่ขาดทุนสุทธิกว่า 700 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกของปีนี้มีกำไรถึง 848 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนทั้งปี จากการรับรู้รายได้ขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
  อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ พบว่านักวิเคราะห์เริ่มออกบทวิเคราะห์หุ้น SUPER จากก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยมีบทวิเคราะห์มาก่อน โดยบางค่ายยกขึ้นเทียบชั้นหุ้นพลังงานทดแทนรายใหญ่อย่าง EA และ SPCG
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ปัจจุบัน SUPER ได้กลายร่างมาเป็นโรงไฟฟ้าทำกำไรปีละ 1.8 พัน ลบ. แล้ว (1H60 = 849 ลบ.) บน EBITDA ปีละ 5-6 พันลบ. เทียบกับ EA ที่ 6 พัน ลบ. และ SPCG 4 พัน ลบ.
  ขณะที่ความเสี่ยงทางการเงิน ก็ได้ผ่านจุด peak แล้ว โดย D/E กำลังลดเหลือ 1.7x ปีหน้า และมีโอกาสที่จะรีไฟแนนซ์เงินกู้ด้วยหุ้นกู้ได้ ซึ่งเป็น Upside ที่เราชอบ คล้ายบริษัทต้นแบบอย่าง SPCG และ EA
  ด้าน Valuation พบว่า SUPER ซื้อขายต่ำกว่ากลุ่ม 4%-12% ตรงกันข้ามกับกำลังการผลิตอันดับ 1 และข่าวดีที่มาเป็นระยะๆ ซึ่งด้วยการอิงเฉพาะ 811MW (จ่ายไฟแล้วถึง 94%)
  นอกจากนี้ ยังพบว่า SUPER อาจมีอัพไซด์เพิ่มจากจากโครงการค้างท่อ, โซลาร์สหกรณ์, โรงไฟฟ้าต่างประเทศ และแผนการระดมทุนด้วยการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่ความเสี่ยงทางการเงินลดลง ขณะที่ผลการดำเนินงานปีนี้กำไรจะโตก้าวกระโดด
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า SUPER มีขนาด Market cap./ Operating Equity MW เพียง 72 ลบ./ MW ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 12% ขณะที่ P/E17F ก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มพลังงานทดแทน 4% หรือหากมองในแง่กำลังการผลิตที่จ่ายไฟฟ้าแล้ว SUPER ก็ถือว่าสูงที่สุด 762MW ดีกว่าค่าเฉลี่ย 3 เท่าตัว และขณะที่กำลังการผลิตใหม่บริษัทอื่นดูจะเพิ่มช้าลงเรื่อยๆ
  แต่ทว่าโมเมนตัม ของ SUPER กลับดูน่าสนใจ โดยจะมีอีก +50MW ใน 4Q60 (ค้างท่อ 20MW, โซล่าร์สหกรณ์ 30MW) และยังมี Upside นอกประมาณการ เช่น โรงไฟฟ้าขยะ 2 แห่ง 17MW โครงการลมเวียดนาม 700MW ที่เพิ่งลงนาม MOA เดือนก่อน และแผนการออก Infra-fund เพื่อนำเงินไปซื้อโรงไฟฟ้าโซล่าร์ จีน 300MW อีกด้วย
  กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นปลายปี 2559 รวมกับที่จะเข้าอีกใน 4Q60 เราคาดว่ากำไรปกติปี 2560 จะขยายตัวแรง 505% YoY และต่ออีก 10% YoY ในปี 2561 จากกำลังการผลิตใหม่ปลายปี 2560 นอกจากนั้น D/E กำลังเริ่มพลิกเป็นขาลงจาก 2.3x ในปี 2559 เหลือ 2.1x-1.7x ในปี 2560-61 ทำให้ Risk profile ดูดีขึ้นทันที
  เราประเมินมูลค่าโดยคำนวณจากเฉพาะหน่วยธุรกิจที่เปิดเป็นข้อมูลสาธารณะแล้ว คือ เฉพาะโซล่าร์ฟาร์ม 811MW (cod 762MW, ก่อสร้าง 49MW) รวมกับข้อมูลจากการลงพื้นที่ site visit แล้วคำนวณแบบคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ตามอายุของโครงสร้างสัญญา PPA ทั้ง 3 รูปแบบ ได้ราคาเหมาะสมฐาน 1.42 บาท/ หุ้น (WACC 6.5%, ไม่มี terminal value, ระยะเวลาผลิตไฟฟ้า 4.8 ชั่วโมง/ วัน)
  แม้ว่าเราจะยังไม่รวม upside ด้านกำลังการผลิต แต่เราอยากให้มองโอกาสของการ Refinance เงินกู้ 2.5 หมื่น ลบ. ด้วยการออกหุ้นกู้คล้ายกับ EA และ SPCG ทำ เพราะดอกเบี้ยลดลง 1% จะทำให้กำไรปีหน้าเพิ่มได้ถึง +300 ลบ. หรือ 15% จากประมาณการของเรา
  ด้าน บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่ามีมุมมองเชิงบวกต่อ SUPER โดยประเมินแนวโน้มกำไรปี 2560 เติบโตก้าวกระโดด อยู่ที่ 1,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 456.50% จากปีก่อน และในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 กำไรจะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิ 746 ล้านบาท จากการทยอยรับรู้รายได้การขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการใหม่เต็มปี
  ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าจะเห็น SUPER เติบโตชัดเจนอีกครั้งในปี 2562 กำไรปกติแตะระดับ 2,300 ล้านบาท จากการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นในโครงการเต็ม 100% เหมือนที่ประกาศ บริษัท ซุปเปอร์ โซล่าร์ เอนเนอร์ยี จำกัด หรือ SSE บริษัทย่อยของ SUPER เข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์โดยการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัท เอส ทู พี เอนเนอร์ยี จำกัด หรือ S2P และบริษัท มีเดียมาร์ค หรือ MM ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
  นอกจากนี้ มองว่ายังมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากขายสิทธิในการรับรู้รายได้ของโครงการเข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อ SUPER มีสภาพคล่องและเงินลงทุนเพียงพอต่อการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคตเช่นกัน
  ในส่วนของราคาหุ้น SUPER นั้น ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า P/E จะทยอยลดลงที่ 22.3 เท่า และ 16 เท่า ในปี 2562 ตามลำดับใกล้เคียงกับกลุ่มที่ 12-15 เท่า จากกำไรที่เติบโตอย่างชัดเจน พร้อมประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 1.60 บาท
  ด้านผู้บริหาร SUPER เชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปีนี้จะเติบโตดีตามการรับรู้รายได้จากการขายไฟ และตั้งเป้าหมายสูง ต้องการเป็นผู้นำพลังงานทดแทนในเอเชียช่วง 3 ปีข้างหน้า
  ล่าสุด นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ SUPER ระบุในเอกสารเผยแพร่ ถึงแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 คาดเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากการทยอยรับรู้รายได้ขายไฟฟ้าเข้ามาเต็มปี รวมทั้งบริษัทจะมีการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศเพิ่มเติม ส่งผลให้รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทวางเป้าก้าวสู่การเป็นผู้นำพลังงานทดแทนในเอเชียในช่วง 3 ปีข้างหน้า

 ภาพของหุ้น SUPER ต้องนับว่าดีขึ้นมาก หลังจากทยอย COD โรงไฟฟ้าได้ตามแผน แต่ก็อย่าลืมว่าราคาหุ้นก็ตอบรับมามากแล้วเช่นเดียวกัน ตอนนี้นักลงทุนกำลังคาดหวังถึงอัพไซด์จากโรงไฟฟ้าที่จะได้เข้ามาเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการดันบริษัทลูกเข้าตลาดหลักทรัพย์ ที่ยังไม่มีกำหนดการแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และหากย้อนดูราคาหุ้น SUPER ย้อนหลัง พบว่าเคยสร้างยอดดอยไว้สูงถึง 2.45 บาทเมื่อปี 58

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด