หุ้นฮ็อต

| 19 กันยายน 2560 | 14:03

NWR พุ่งสวนพื้นฐานยังอ่อนแอ-คดีคลองด่านไม่คืบ

        NWR พุ่งทำนิวไฮรอบ 1 ปี วอลุ่มทะลัก 2 วันติด แต่ยังไม่พบปัจจัยบวกหนุน คดีคลองด่านยังไม่คืบ ขณะที่บริษัทฯ จ่อหั่นเป้ารายได้ทั้งปีคาดโตไม่ถึง 10% จับตาข้อมูลในงาน Opportunity Day พรุ่งนี้ ด้านโบรกฯ มองปัญหาหลักคือมาร์จิ้นต่ำมาก ราคาปัจจุบันเต็มมูลค่า เคาะเป้าพื้นฐานในช่วง 1.41-1.40 บาท 

  ราคาหุ้น บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) ปรับขึ้นแรงพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยราคาเปิดที่ 1.39 บาท และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1.45 บาท จากวานนี้ที่ราคาปรับขึ้นแตะ 1.48 บาท สูงสุดในรอบราว 1 ปี ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 1.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 2.94% ปริมาณการซื้อขาย 74 ล้านหุ้น ต่อเนื่องจากวานนี้ 239 ล้านหุ้น ซึ่งมากกว่าปกติที่เทรดวันละไม่เกิน 10 ล้านหุ้น 
  NWR ทำธุรกิจหลักรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมโยธาทุกประเภท ผลิตเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงและผลิตภัณฑ์คอนกรีตอื่น รวมทั้งผลิตเหล็กแปรรูป ใช้เป็นวัสดุในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของบริษัทเอง และจำหน่ายให้กับลูกค้าภายนอก 
  NWR เข้าตลาดหุ้นเมื่อ 22 ปีก่อน ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นรายย่อยถึง 17,025 ราย และถือหุ้นใหญ่โดย นาย พลพัฒ กรรณสูต 10.54%
  NWR มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 5.25% อยู่ในลำดับที่ 5 จากบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น จำนวน 8 บริษัท โดยมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท/ปี แต่ความสามารถในการทำกำไรถือว่าต่ำสุดในกลุ่ม สะท้อนจากอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ทำได้ไม่ถึง 1% 
 ล่าสุดงวด 6 เดือนแรกปีนี้ NWR มีอัตรากำไรสุทธิ 0.20% เทียบกับ ITD = 0.53%, CK = 4.55% , UNIQ = 7.02% , STEC = 5.18% และ SYNTEC = 11.64% 
  ผลการดำเนินงาน NWR ค่อนข้างผันผวน จากที่มีกำไร 9 ล้านบาทในปี 2557 พลิกมาเป็นขาดทุน 173 ล้านบาทในปี 2558 ก่อนจะกลับมามีกำไรอีกครั้งในปี 2559 ที่ 52 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 8.41 ล้านบาท
 ส่วนราคาหุ้นตลอดปีนี้ทรงตัวอยู่ที่ 1.30-1.40 บาท โดยต่ำสุดอยู่ที่ 1.12 บาท และขึ้นไปทำจุดสูงสุดของปี เมื่อวานนี้ที่ 1.48 บาท พร้อมปริมาณการซื้อขาย มากถึง 239 ล้านหุ้น จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้าเพียง 10 ล้านหุ้น/วันหรือเพิ่มขึ้น 2,300% 
  สัญญาณราคาหุ้น NWR เช้านี้บวกต่อ สวนทางกับคาดการณ์ของผู้บริหารก่อนหน้านี้ ที่ส่งสัญญาณจะปรับลดเป้าหมายรายได้ปี 60 หลังผลงาน Q1/60 ขาดทุน ซึ่งน่าจะเคาะตัวเลขคาดการณ์ทั้งปีที่ชัดเจนในงาน Opportunity Day ช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะที่คดีคลองด่าน ยังไม่มีความคืบหน้า
 นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจใหม่และ วางแผนกลยุทธ์ NWR เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่าไม่ทราบสาเหตุที่ราคาหุ้น NWR ปรับขึ้นแรง เพราะพื้นฐานธุรกิจไม่ได้เปลี่ยนแปลง และบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างทบทวนเป้าหมายรายได้ปีนี้ ซึ่งพรุ่งนี้จะมี Opportunity Day 
  ก่อนหน้านี้ นายปสันน์ เคยกล่าวว่า อยู่ระหว่างปรับลดเป้าหมายรายได้ปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยน่าจะปรับเป้าหมายในช่วงไตรมาส 3/60 นี้ ส่วนอัตรากำไรสุทธิปีนี้ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 2% 
  ส่วนประเด็นคดีคลองด่าน นายปสันน กล่าวว่า ไม่มีความคืบหน้า ปัจจุบันหนี้ที่พิพาทรวมดอกเบี้ยประมาณ 800-1,000 ล้านบาท ซึ่งทางกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี ยังไม่ยอมชำระหนี้ดังกล่าวให้กับบริษัท บริษัทฯ ก็ยังคงติดตามและรอคอยความคืบหน้าในประเด็นนี้เช่นเดียวกัน 
 "คดีคลองด่าน ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแตกต่าง คือที่ผ่านมาทางเราส่งใบแจ้งหนี้ไปทวงถามที่ผู้ว่าจ้าง คือ กิจการร่วมค้าทั้ง 5 ราย ซึ่งก็ยังไม่มีความคืบหน้า เงินต้นประมาณ 250 ล้านบาท และหากรวมดอกเบี้ยอีก รวมๆ แล้วทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยก็น่าจะประมาณ 800-1,000 ล้านบาท ที่บริษัทฯ จะต้องได้รับชำระ" นายปสันน์ กล่าว
 ส่วนวันนี้ NWR มีการประชุมบอร์ดบริษัทฯ ซึ่งนายปสันน กล่าวว่า เป็นการประชุมในวาระปกติทั่วไป
  สำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ ระบุไม่ทราบสาเหตุที่ราคาหุ้น NWR พุ่งขึ้นมา แต่ประเมินว่าราคาหุ้นเต็มมูลค่าที่ 1.14-1.40 บาทแล้ว ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับมูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นเดือน มิ.ย.60 ที่ 1.43 บาท โดยปัญหาหลักของบริษัทฯ คือประสิทธิภาพในการทำกำไรยังต่ำ และที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือ เรื่องคดีคลองด่าน แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปว่า NWR จะได้เงินคืนเมื่อไหร่
  นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ยังไม่พบประเด็นใหม่สำหรับ NWR แม้ราคาจะเพิ่มขึ้นแรง แต่โดยพื้นฐานของบริษัทฯ ประสิทธิภาพการทำกำไรค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขให้ได้ ส่วนเรื่องอื่นที่ยังค้างคาอยู่ คือ คดีคลองด่าน ศาลให้ไปบังคับคดีแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจน
  บทวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุถึงกำไรหลัก NWR ในครึ่งปีแรกน้อยเพียง 9 ล้านบาท ยังลดลงมาก 67% เทียบ YoY และเป็นเพียง 20% เทียบกับประมาณการทั้งปีที่คาดว่าเป็นกำไร 43 ล้านบาท คาดว่าจะต้องมีการปรับประมาณการลง 
  นอกจากนี้ ฐานะการเงินอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ในระดับสูงเป็น 1.2 เท่า มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเป็น 1.43 บาท ด้านกระแสเงินสดจากการดำเนินงานครึ่งปีแรกเป็น -1 พันล้านบาท ลดลงเทียบ YoY ที่ +335 ล้านบาท คงคำแนะนำในเชิงลบคือ เต็มมูลค่า (Fully Valued) ราคาพื้นฐานประเมินด้วย P/BV ปี 60 ที่ 0.8 เท่าเป็น 1.17 บาท 
 บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่ายอดรับรู้รายได้ในปี 2560 เท่ากับ 8,747 ล้านบาท โต 5.2% และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 70 ล้านบาท โต 35% แต่ยังเป็นฐานกำไรที่ต่ำ จึงประเมินราคาเป้าหมายใกล้กับมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นซึ่งเท่ากับ 1.40 บาท แต่ผลการดำเนินงานมีกำไรที่ยังต่ำ จึงคงคำแนะนำถือ รอดูการประมูลงานใหม่ในครึ่งปีหลัง

  ท่ามกลางความไม่ชัดเจนของปัจจัยบวก แต่ราคา NWR พุ่งขึ้นไปแบบไร้เหตุผลมาสนับสนุน ก่อนที่ผู้บริหารจะไปให้ข้อมูลกับนักลงทุนในงาน Opportunity Day ช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ การเก็งกำไรจึงต้องระมัดระวัง เพราะมูลค่าพื้นฐานที่โบรกฯ ประเมินอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับ BV ราว 1.40 บาทเท่านั้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด