หุ้นฮ็อต

| 18 กันยายน 2560 | 13:54

VIBHA เก็งงบโค้ง 3 ไฮซีซั่น - ดันราคาจูงใจแปลงสภาพวอร์แรนต์

  VIBHA พุ่งทำนิวไฮรอบ 4 เดือน พร้อมวอลุ่มหนาแน่น เก็งงบโค้ง 3 เป็นไฮซีซั่นของกลุ่มโรงพยาบาล นอกจากนี้ จับตาการดันราคาจูงใจนักลงทุนใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนต์ 2 ชุด ที่กำหนดวันใช้สิทธิเพียงปีละ 1 ครั้งในช่วงสิ้นเดือน ก.ย. ส่วนสตอรี่ระยะยาว ลุ้นการควบรวมโรงพยาบาลวิภาราม ดันมาร์เก็ตแคปเพิ่มอีกเท่าตัว

  ราคาหุ้น บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) หรือ VIBHA ปรับตัวขึ้นแรงพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยราคาหุ้นเปิดที่ 2.82 บาท ก่อนขึ้นแตะ 2.92 บาท นิวไฮรอบราว 4 เดือน และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 2.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 3.57% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 1,051% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 4.6 ล้านหุ้นเพิ่มเป็น 48.28 ล้านหุ้น
  VIBHA ดำเนินธุรกิจด้านสถานพยาบาล ในชื่อของโรงพยาบาลวิภาวดี มีตระกูล "วิริยะเมตตากุล" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และรายย่อยถือหุ้นเพิ่มขึ้นแตะ 10,296 ราย หลังบริษัทแตกพาร์จาก 1 บาท เป็น 0.10 บาท เมื่อปี 58
  ปัจจุบันโรงพยาบาลวิภาวดี มีเตียงรองรับผู้ป่วย 250 เตียง มีห้องตรวจกว่า 70 ห้อง สามารถให้บริการผู้ป่วยนอกได้ถึงวันละ 1,500-2,000 คน ด้วยศูนย์บริการทางการแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขา
  ผลการดำเนินงาน VIBHA ในช่วงที่ผ่านมา กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 58 ที่มีกำไรสุทธิ 735.65 ล้านบาท ก่อนที่กำไรจะอ่อนตัวลงเหลือ 678.64 ล้านบาทในปี 59 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษ
  ขณะที่ผลการดำเนินงานในปีนี้ ผู้บริหาร VIBHA เคยให้ความมั่นใจว่ากำไรสุทธิจะกลับมาทำนิวไฮได้อีกครั้ง หลังจากปรับโครงสร้างในกลุ่ม ด้วยการขายหุ้นกิจการโรงพยาบาลวิภาราม 7 แห่งให้กับโรงพยาบาลสินแพทย์ ซึ่งจะบันทึกกำไรพิเศษ รวมถึงทำให้โรงพยาบาลวิภารามที่บริษัทฯ ถือหุ้นใหญ่ราว 42% มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ซึ่งหากเป็นไปตามที่ผู้บริหารคาดกาณณ์เท่ากับว่าปีนี้ VIBHA จะมีกำไรสุทธิเกิน 800 ล้านบาท
  นายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ VIBHA เคยระบุว่ากำไรสุทธิของบริษัทฯ ในปี 59 ที่อ่อนตัวลง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษ ในขณะที่มั่นใจว่าปี 60 นี้กำไรสุทธิจะกลับมาเติบโต 10-15% เทียบกับฐานกำไรนิวไฮในปี 58 ที่ราว 735 ล้านบาท หลังจากปรับโครงสร้างโรงพยาบาลวิภารวม โดยขายหุ้นโรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 7 แห่ง ประกอบด้วยโรงพยาบาลวิภารามระยอง โรงพยาบาลธัญญาเวช โรงพยาบาลวิภารามธนบุรี โรงพยาบาลปทุมเวช โรงพยาบาลวิภารามเทพารักษ์ โรงพยาบาลวีเอส เมดิคอล และโรงพยาบาลที่จะก่อสร้างในจังหวัดนครสวรรค์ ให้กับโรงพยาบาลสินแพทย์ มูลค่า 1.1 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทจะบันทึกกำไรในปีนี้ 60 ล้านบาท จากถือหุ้นสัดส่วน 42%
  สัญญาณหุ้น VIBHA ที่มีแรงเก็งกำไรเข้ามาในช่วงนี้ มาจากคาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ที่เป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ ในขณะที่ช่วงสิ้นเดือน ก.ย. นี้ กำหนดเป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนต์ 2 ชุด ทั้ง VIBHA-2 และ VIBHA-W3 ซึ่งกำหนดวันใช้สิทธิเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
  บล. กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ Selective buy หุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/60 จะออกมาดี โดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาล โดยมีหุ้น 2 บริษัทที่แนะนำคือ BCH และ VIBHA
  ขณะที่ VIBHA แจ้งตลาดหลักทรัพย์กำหนดวันใช้สิทธิ VIBHA-W3 ครั้งแรก วันที่ 29 ก.ย. 60 สัดส่วน 1 ต่อ 1 ราคา 3 บาท รวมไปถึง VIBHA-W2 ที่ใช้สิทธิวันเดียวกัน สัดส่วน 1 ต่อ 1 ราคา 1 บาท
  ทั้งนี้ VIBHA-W3 มีจำนวน 1,012.58 ล้านหน่วย อายุ 5 ปี ใช้สิทธิครั้งแรก 30 ก.ย. 60 และใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 14 มิ.ย. 65 โดยกำหนดการใช้สิทธิปีละ 1ครั้งเท่านั้น
  ส่วน VIBHA-W2 มีจำนวน 1,048.09 ล้านหน่วย ใช้สิทธิปีละ 1 ครั้งทุกสิ้นเดือน ก.ย. เช่นเดียวกัน ซึ่งในปี 59 มีผู้ใช้สิทธิไปแล้ว 555.16 ล้านหน่วย ยังคงเหลืออีก 461.62 ล้านหน่วย
 ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์มองการปรับโครงสร้างเครือโรงงพยาบาลวิภาราม จะทำให้งบของวิภารามดีขึ้น ส่งผลต่อ VIBHA ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วย ในขณะที่การแปลงสภาพวอร์แรนต์ทั้ง 2 ชุด จะทำให้บริษัทฯ มีเงินทุนเพียงพอในการทำดีล M&A ในอนาคต
  บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ "ซื้อ" หุ้น VIBHA ด้วยราคาเป้าหมาย 3.40 บาท โดยมองปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของ VIBHA ในปีนี้คือการฟื้นตัวของเครือวิภาราม โดยในปี FY16 กำไรของเครือวิภารามลดลงถึง 53% yoy เหลือ 54 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้ผลขาดทุนอย่างจากโครงการ greenfield ได้แก่ วิภารามอมตะ และวิภารามสมุทรสาคร บวกกับค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงเพื่อนำไปใช้ลงทุนในโครงการใหม่ๆ
  อย่างไรก็ตาม วิภารามได้เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ด้วยการหยุดพัฒนาโครงการ greenfield และขายที่ดินทั้งหมดที่เตรียมไว้สำหรับโครงการใหม่ออกไป ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1.0 พันล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลสินแพทย์ใน 1Q17 โดยวิภารามจะนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินไปชำระคืนเงินกู้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยใน 2H17 เราจึงคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของวิภารามน่าจะโตได้ถึง 220% เป็น 173 ล้านบาท (ไม่รวมกำไรจากการขายที่ดินอีก 90 ล้านบาท)
  เราคาดว่ากำไรของ VIBHA จะโตได้อย่างแข็งแกร่งใน 2H60 จากโครงสร้างที่ดีขึ้นของวิภาราม และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงพยาบาลวิภาวิดี และบริษัทยังอาจจะได้เงินทุนเพิ่มขึ้นอีก 3.5 พันล้านบาท จากการใช้สิทธิแปลง warrant (462 ล้านบาทจาก VIBHA-W2 และ 3.0 พันล้านบาทจาก VIBHA-W3) ดังนั้น VIBHA จึงมีเงินทุนเพียงพอสำหรับเข้าทำดีล M&A ได้ในอนาคต
 สำหรับสตอรี่ต่อไปในอนาคตของ VIBHA ที่ต้องจับตา ก็คือแผนการควบรวมกับโรงพยาบาลวิภาราม ซึ่งผู้บริหารระบุว่าจะทำให้มาร์เก็ตแคปของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปัจจุบันที่ราว 3 หมื่นล้านบาท
  นายชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ เคยระบุก่อนหน้านี้ว่า มีแผนที่จะควบรวมกิจการกับโรงพยาบาลวิภารามในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เพิ่มเป็น 7-8 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท
  "ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลวิภารามมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ไม่สามารถเข้าจดทะเบียนได้ จากติดปัญหาผลประโยชน์ซับซ้อน จากที่มีโรงพยาบาลหลายแห่งถือหุ้นในโรงพยาบาลวิภาราม ดังนั้น บริษัทจึงมีแผนที่จะควบรวมกิจการกับโรงพยาบาลวิภารามแทน ในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า"นายชัยสิทธิ์ กล่าว

 VIBHA จัดเป็นหุ้นพื้นฐานดีและมีสตอรี่ให้ติดตาม แต่ในระยะสั้นดูเหมือนราคาหุ้นที่พุ่งขึ้น จะมีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจให้นักลงทุนใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนต์ ที่กำหนดระยะเวลาใช้สิทธิเพียงปีละ 1 ครั้งคือทุกๆ สิ้นเดือน ก.ย. ซึ่งเมื่อหุ้นเพิ่มทุนใหม่เข้าเทรด ราคาก็อาจปรับลดลงมาได้ จากตัวหารที่เพิ่มขึ้น และราคาใช้สิทธิ VIBHA-W2 ซึ่งอยู่เพียงแค่ 1 บาท ต่ำกว่าราคากระดานค่อนข้างมาก ในขณะที่ระยะยาวหากเชื่อในวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ที่กำหนดราคาแปลงสภาพ VIBHA-W3 ถึง 3 บาท นั่นหมายความว่าราคาหุ้น VIBHA น่าจะต้องอยู่เหนือ 3 บาทได้ภายในปี 2565 หากบริษัทฯ ต้องการเงินจากการแปลงสภาพวอร์แรนต์เพื่อขยายธุรกิจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด